เรียนเพื่อนๆร้านอินเตอร์เน็ตทุกท่าน ผมป็นอีกคนหนึ่งที่เปิดร้านอินเตอร์เน็ตอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ในอำเภอเมือง อยากจะนำเรื่องการจับลิขสิทธิเพลงที่ร้านของผมมาเล่าสู่เพื่อนๆฟังกันเป็นความรู้เพิ่มเติมครับ เรื่องของผมเกิดขึ้นเมื่อเดือน พย. 52มีตัวแทนรับมอบอำนาจจาก บ.จัดเก็บลิขสิดไทยฯ พร้อมด้วยตำรวจนอกเครื่องแบบ3นายมาที่ร้านพร้อมด้วยหมายค้นของศาล ขอเข้าตรวจค้นเครื่องที่ร้าน ปรากกว่าพบเพลงจำนวน 4 เพลง อยู่ในเครื่อง 2เครื่อง ตำรวจได้ยึดเครื่องไปสถานี และให้ผมตามไปเจรจากับตัวแทนเรื่องค่าเสียหายกันที่นั่น ก่อนนำเครื่องออกไปจากร้านผมได้ทำบันทึกการตรวจค้นว่าพบอะไรบ้าง แล้วให้ตำรวจและตัวแทนลงชื่อรับทราบในการตรวจและยึดของกลาง
ต่อมาผมตามไปที่สถานีตำรวจ ท่านสว.เจ้าของคดีท่านใจดีมากครับ ยังไม่แจ้งข้อหาผมในขณะนั้น แต่ให้ผมเซ็นรับทราบการยึดของกลางก่อน แล้วท่านนัดให้ผมมา สอบปากคำ ให้การในวันรู่งขึ้น ซึ่งทั่วไปแล้ววันนั้นหากท่านแจ้งข้อหาผมเลยและทำบันทึกจับกุม ผมต้องประกันตัวครับ ซึ่งเป็นการยุ่งยากมาก เพราะขบวนการพวกนี้มักจะเลือกใช้เวลาในการไปตรวจค้น-จับกุมในเวลาใก้ล 18.00 น.
หลังจากที่ผมให้ปากคำแล้ว ตำรวจได้แจ้งข้อหาให้ผมรับทราบ ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งที่ผมให้การ และที่ตัวแทนลิขสิทธิ์แจ้งความให้ปากคำไว้ นำส่งอัยการจังหวัด ในวันที่ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดนั้นผมต้องไปพร้อมสำนวนครับ เมื่อส่งที่สำนักงานอัยการจังหวัด ในวันนั้นยังไม่มีการพิจารณาครับจะนัดผมไปอีกประมาณ20วัน และวันนั้นยังไม่มีการประกันตัวแต่อย่างใดครับ ฟังได้ความว่าหากอัยการท่านพิจารณาแล้วเห็นควรสั่งฟ้อง ผมต้องหาหลักทรัพย์ประมาณหนึ่งแสนบาท ประกันตัวที่ศาลครับ ในวันนั้นเมื่อส่งสำนวนแล้ว ผมขอเข้าพบท่านอัยการเจ้าของคดีทันทีครับ และได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านฟัง ท่านจึงได้ส่งเรื่องให้ตำรวจสอบเพิ่มเติมครับ หลายท่านคงสงสัยว่าผมเล่าอะไรให้ท่ายอัยการฟัง เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ ที่ต่อมา ผมใช้มาเป็นข้อมูลและหลักฐานในการฟ้องกลับตัวแทนฯ
สรุปท่านอัยการพิจารณาสำสวนแล้วมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องครับ และให้คืนของกลางที่ยึดมาด้วย เรื่องนี้ใช้เวลาตั้งแต่เดือน พย. 52 ถึง เดือน เมษ. 53 รวมเวลา 6เดือนครับ ขณะนี้ (สค. 53 ) ผมได้ฟ้องตัวแทนฯที่แจ้งความให้ดำเนินคดีผมแล้ว ข้อหาแจ้งความเท็จ และสร้างพยานหลักฐานเท็จ จะไตร่สวนมูลฟ้องนัดแรกวันที่ 30 สค.53นี้ครับ ไม่เพียงเท่านี้ครับ ผมยังไปแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับตัวแทนฯที่มาตรวจยึดเครื่องผมที่ร้านด้วย ข้อหาหลักทรัพย์ เพราะว่าเมื่อผมไปรับของกลางคืนปรากฏจอคอมหายไปครับ ซึ่งผมได้แจ้งความในวันที่เซ็นรับของกลางคืนด้วยว่าจอคอมพิวเตอร์หายไป ที่ต้องแจ้งเอาผิดตัวแทนเพราะขณะที่นำคอมพิวเตอร์จากร้านผมออกมานั้นตัวแทนฯเป็นผู้นำใส่รถของตัวแทนไปครับ ส่วนรายละเอียดข้อมูลที่ใช้เป็นหลักฐานการฟ้องนั้น ผมขอยังไม่ลงในรายละเอียดตอนนี้ครับ เพราะจะมีผลทางคดีครับ แต่จะให้เหตุผลของท่ายอัยการ ที่สั่งไม่ฟ้องไว้ให้เพื่อนๆได้ทราบกันครับ เหตุผลคือ ร้านอินเตอร์เน็ตเป็นร้านที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาใช้เครื่อง และไม่มีหลักฐานแสดงว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้นำเพลงเหล่านั้นลงสู่เครื่อง
