จากประสบการณ์ของผม ที่เคยขึ้นโรงพักกว่า 10 ครั้ง ในเรื่องลิขสิทธิ์
ถึงแม้หลายคนศึกษาเรื่องกฏหมายมาอย่างดี ก็ยังไม่สามารถเอาตัวรอดได้ เมื่อโดนเรื่องลิขสิทธิ์ สุดท้ายก็ไปโรงพักอยู่ดี เหตุผลทำไมทั้งๆ ที่เรารู้แน่ชัดว่า เราไม่ผิด แต่พวกมันก็พยายามดื้อดึง ให้เราไปโรงพักให้ได้ นั้นก็เพราะ เรื่องกฏหมาย ไม่สามารถชี้ผิดชี้ถูก กันต่อหน้าเราและพวกมันได้ มันต้องชี้ผิดถูกที่ศาลเท่านั้น เพราะกฏหมาย สามารถตีความไปหลายทาง ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละฝ่ายจะยืนยันว่าเป็นฝ่ายถูกเสมอ
แต่ปัญหา ก็คือเวลาพวกลิขสิทธิ์ มักมากันเยอะ (มาทีเป็นสิบ) ส่วนเจ้าของร้าน ก็มีแค่คนเดียว ก็เสียเปรียบเห็นได้ชัด เพราะถ้าเราไม่ยอมมัน ก็จะถูกทำร้าย เหมือนข่าวดังหน้าเว็บ แต่ถ้าเรารู้ว่าพวกเยอะ และมั่นใจว่าเราไม่ผิด ก็ไม่เป็นไง ลุยมันไปเลย อย่างไปยอมมัน เพราะการขึ้นโรงพัก ก็เป็นการเสียเปรียบพวกมัน แต่ถ้าเห็นว่าท่าไม่ดี ก็ควรขึ้นไปโรงพักเหอะ เพราะยังไงมันคงไม่กล้ากระทืบเราที่โรงพักหรอก
....... บอกไว้ก่อน อย่าไปตกใจกับการขึ้นโรงพัก หนทางมันมีทางแก้เสมอ
.................... สาเหตุ ทำไมการขึ้นโรงพัก แล้วเราเกิดความเสียเปรียบ ......................................
1.เป็นสถานที่ ไม่มีใครอยากไปเท่าไหร่ พอๆ กับโรงพยาบาล
2.เห็นห้องขัง ใกล้ๆ ซึ่งคนเรามักจะกลัวที่จะถูกขัง (เป็นจิตวิทยา พวกหมามักขู่ และได้ผล)
3.ของกลางของเรา ตกอยู่ในมือพวกมัน (เป็นจิตวิทยา พวกหมามักขู่ และได้ผล)
4.ตำรวจอยู่ข้างมัน จะเห็นได้ชัด ตำรวจจะจัดห้องให้มันตกลงกับเราเป็นอย่างดี เสมือนว่าเป็นห้องทำงานของพวกมัน ส่วนตำรวจหายเรียบ (คงแค่รอฟังผลและรับตังค์)
ทางแก้ไข ในสถานการณ์ คับขัน เมื่ออยู่โรงพัก
หลักๆ มี อยู่ 3 ข้อใหญ่
(1)เตรียมข้อมูลให้พร้อม คุณต้องสารพัดรอบรู้เรื่องกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่คุณกำลังโดนตั้งข้อกล่าวหา เพราะคุณ
ถ้าคุณมั่นใจว่าตัวเองถูก เถียงไปเลยครับ จริงๆ เถียงไปก็เท่านั้นครับ พวกมันก็ว่าตัวเองถูกเสมอ (ถึงบอกเรื่องกฏหมายต้องคุยกันที่ศาล) แต่นั้นก็เป็นจิตวิทยา ประกาศว่า ข้าก็รู้เรื่องกฎหมายนะเฟ้ย ฉะนั้นอย่ามามั่ว เพราะไม่งั้นคุณจะถูกขู่สารพัดความผิดว่า ถ้าคุณขึ้นศาล คุณจะโดนข้อหาหนัก ทั้งความจริงแล้ว มันอาจจะเป็นคดีเบา และอัยการไม่ส่งฟ้องก็ได้
ถ้าคุณเชื่อพวกมัน ก็เสร็จครับ อาจจะเสียค่าโง่ก็ได้ ฉะนั้นเวลาเถียงเรื่องกฎหมายกับพวกมัน น้ำเสียงต้องหนักแน่น ไม่ควรมีน้ำเสียงแบบไม่มั่นใจ ให้มีน้ำเสียงแบบ หมอดูกริซ คอนเฟริมซ์ ให้ดูมีพลังว่า เราถูกต้องแน่
(2)หัดเล่นละครบ้าง บางทีเราเถียงกฎหมายกับพวกหมา ก็ไม่ได้ผลครับ ถึงเราถูก แต่มันก็จะให้เราผิด อย่างว่าละครับ พวกนี้มักจับแบบนอกกฎหมาย มันคงไม่คิดต่อกันถึงศาลหรอกครับ จากสถิติ เวลาขึ้นศาล หมามักไม่มา อาจเป็นเพราะตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์ในการจับลิขสิทธิ์แบบถูกต้องได้ มันก็จะแกล้งเราต่างๆนานาๆ ผมแนะนำ ให้เราเถียงเรื่องกฎหมายกับมันก่อนว่า มันจะยอมถอยหรือไม่ ถ้าไม่ ก็แกล้งโทรหาใครซักคน แล้วแกล้งบอกว่า ให้พาผู้ใหญ่ยศโตๆ มาเลย อย่าง มีญาติเป็นผู้พิพากษา หรือมีตำรวจยศโตกว่า พันเอก หรือมีญาติยศโตในจเรตำรวจ เวลาพูดทางโทรศัพท์ ให้พวกมันได้ยินชัดๆ เลยครับ แล้วควรมีน้ำเสียง ทำนองว่า เราเอาจริง ....หนาวล่ะสิครับ พวกหมาไม่เท่าไหร่ แต่ตำรวจนี่สิ ร้อนตูดแน่ เขา
ไม่กล้าเอาอาชีพตัวเองมาเสี่ยงหรอกครับ เดี๋ยวก็มีการเรียกคุยกันส่วนตัว ระหว่างพวกมันกับตำรวจ
3.ควรเตรียมอุปกรณ์ เอาไว้ให้ดี ไม่ว่ากล้องบันทึกภาพหรือบันทึกเสียง มันเป็นหลักฐานชั้นดีเลยครับ ไม่สามารถแก้ตัวใดๆ
ทั้งสิ้น จากเหตุการณ์ ตำรวจบอกว่า นายพงษ์พันธ์ พยายามใช้แป๊ปเหล็กต่อสู้ จากกล้องวงจรปิดก็ชี้ชัดแล้วว่า ตำรวจทำร้ายเจ้าของร้านก่อน แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วแล้วครับ แก้ตัวไม่ขึ้น จริงๆ ถ้าเหตุการณ์นี้ ยังไม่ออกข่าว แล้วเจ้าของร้านอยู่โรงพัก เอาหลักฐานนี้ ขู่พวกมันให้สะใจเลย เจ้าของร้าน อาจไม่โดนขัง และถูกยึดคอมก็ได้
สรุปสำคัญ
จงอย่าไปกลัวมันใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าคุณกลัวมัน คุณก็เสร็จมัน องอาจชนกับพวกมันไปเลย ด้วยสติปัญญา

อ่านแล้วรู้สึกดีครับ...