ผลการศึกษาล่าสุด เปิดเผยว่าเกมโหดไม่ได้มีส่วนกระตุ้นความรุนแรงหรือเป็นอันตรายในเด็กส่วนใหญ่ แต่อาจจะมีส่วนกระตุ้นและเป็นอันตรายต่อเด็กส่วนน้อยที่มีลักษณะนิสัยก้าวร้าวรุนแรงอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
บ่อยครั้งที่วิดีโอเกมซึ่งมีเนื้อหารุนแรงจะถูกโยงใยว่ามีส่วนกระตุ้นให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว ล่าสุดมีผลการศึกษาครั้งใหม่ ที่น่าจะสะท้อนความเป็นจริงเกี่ยวกับเกมที่มีเนื้อหารุนแรงได้ดี และน่าจะดีกว่าผลสำรวจก่อนหน้านี้ที่มองว่าเกมที่มีเนื้อหารุนแรงผิดไปเสียทั้งหมด
ผลการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กจากการเล่นเกมที่ตีพิมพ์ในวารสาร Review of General Psychology พบว่า เกมที่มีเนื้อหารุนแรงไม่ได้มีข้อสรุปหรือข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าจะไปเชื่อมโยงกับพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็ก นอกจากนั้นการศึกษาครั้งนี้ยังให้น้ำหนักว่าพฤติกรรมก้าวร้าวที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากปัจจัยอันซับซ้อนของแต่ละบุคคล
"คริสโตเฟอร์ เจ เฟอร์กูสัน" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องความก้าวร้าว , วัฒนธรรม และ จิตวิทยาสังคม แห่ง A&M International University ให้ความเห็นไว้ในผลการศึกษาครั้งนี้เกมที่มีเนื้อหารุนแรงจะมีส่วนกระตุ้นความก้าวร้าวหรือไม่ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยหรืออารมณ์ของผู้เล่น "เกมที่มีเนื้อหารุนแรงก็เหมือนกันเนยถั่วลิสง มันจะไม่ทำอันตรายกับเด็กส่วนใหญ่ แต่มันจะเป็นอันตรายกับกลุ่มคนส่วนน้อย ที่มีลักษณะเฉพาะตัวหรือมีปัญหาที่เกิดขึ้นในใจ"
คริสโตเฟอร์ ให้ความเห็นว่า วิดีโอเกมที่มีเนื้อหารุนแรงไม่ควรถูกติเตียนจากสังคมว่าเป็นตัวต้นตอของปัญหาที่ทำให้เด็กวัยรุ่นยุคใหม่เป็นเด็กมีปัญหา ผลการศึกษาของคริสโตเฟอร์ บ่งชี้ว่าวิดีโอเกมได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น มีเด็กจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มากนักในอเมริกาและยุโรปมีพฤติกรรมที่มีปัญหา แต่กลุ่มคนที่ว่านี้ไม่ได้สร้างความรุนแรงแต่อย่างใด และยังทำแบบทดสอบเกี่ยวกับความรุนแรงได้ดีกว่ามาตรฐาน
"แพทริกซ์ มาร์คีย์" ศาสตร์จารย์ทางด้านจิตศาสตร์แห่ง Villanova University ในเพนซิลวาเนีย เปิดเผยผลการศึกษาเพิ่มเติม ระบุว่าลักษณะนิสัยส่วนตัวมีผลต่อการกระทำที่แสดงออกเมื่อได้เล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรง แพทริกซ์ พบว่าการศึกษากลุ่มตัวอย่างเด็กวัยรุ่น 118 คน ที่เล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรง ในขณะที่มีอารมณ์โกรธ , หดหู่ หรือมีอารมณ์ไม่ปกติ จะมีพฤติกรรมการแสดงออกในเชิงลบ และอาจจะมีอารมณ์รุนแรงเกลียดชังได้หลังจากรับสื่อที่มีความรุนแรง
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
gamespot.com
ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์