บทความนี้อนุญาตให้เผยแพร่ได้ ภายใต้เงื่อนไข ต้องให้เครดิต www.ICT.in.th กลุ่มร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ ไทย
และ ลิงค์กลับมาที่กระทู้นี้เท่านั้น 

Weekly Online ฉบับที่ 361
ถังดับเพลิง มีไว้แล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี
โจรปล้น 10 ครั้งไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว อาชีพผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ต นอกจากจะพบเจอปัญหาจุกจิกวุ่นวายมากมาย ภัยใกล้ตัวอีกรูปแบบหนึ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษก็คือ "อัคคีภัย" ภัยจากไฟไหม้นั่นเอง เพราะไฟไหม้สามารถพลัดพรากทุกสิ่งทุกอย่างทั้งชีวิต และทรัพย์สิน ได้ในชั่วพริบตา ฉนั้นการเตรียมตัวเพื่อรับปัญหาไฟไหม้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น "ถังดับเพลิง" คืออุปกรณ์สำคัญที่สามารถรับมือกับภัยดังกล่าวได้ยามฉุกเฉิน และตามกฎหมายใหม่แล้ว มีการบังคับให้ร้านวีดิทัศน์ (ร้านอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการเกมส์) ที่มีเครื่องจำนวน 15 เครื่องขึ้นไป ต้องติดตั้ง เครื่องดับเพลิงอย่างน้อยหนึ่งเครื่องในแต่ละชั้น ร้านวีดิทัศน์ที่มีพื้นที่ให้บริการชั้นเดียว และมีเครื่องไม่ถึง 15 เครื่อง กฎหมายไม่ได้บังคับนะครับ แต่ควรติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของท่านเอง มีไว้แล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี
ประเภทของไฟ ก่อนที่จะเลือกซื้อถังดับเพลิง เรามาทำความรู้จักกับประเภทของไฟกันก่อน เพื่อที่เราจะได้เลือกซื้อถังดับเพลิงได้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน โดยบนตัวถังดับเพลิงจะระบุประเภทของไฟที่เหมาะกับชนิดของถังดับเพลิงเอาไว้ ตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลได้แบ่งไฟออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันคือ A B C และ D
ไฟประเภท เอ มีสัญลักษณ์เป็น รูปตัว A สีขาวหรือดำ อยู่ในสามเหลี่ยมสีเขียว
ไฟประเภท A คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็งเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ฟืน ฟาง ยาง ไม้ ผ้า กระดาษ พลาสติก หนังสติ๊ก หนังสัตว์ ปอ นุ่น ด้าย รวมทั้งตัวเราเอง
วิธีดับไฟประเภท A ที่ดีที่สุด คือ การลดความร้อน (Cooling) โดยใช้น้ำ
ไฟประเภท บี มีสัญลักษณ์เป็นรูปตัว B สีขาวหรือดำ อยู่ในรูปสี่เหลี่ยม สีแดง
ไฟประเภท B คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของเหลวและก๊าซ เช่น น้ำมันทุกชนิด แอลกอฮอล์ ทิเนอร์ ยางมะตอยจารบี และก๊าซติดไฟทุกชนิด เป็นต้น
วิธีดับไฟประเภท B ที่ดีที่สุด คือ กำจัดออกซิเจน ทำให้อับอากาศ โดยคลุมดับ ใช้ผงเคมีแห้ง ใช้ฟองโฟมคลุม
ไฟประเภท ซี มีสัญลักษณ์เป็นรูป C สีขาวหรือดำ อยู่ในวงกลมสีฟ้า
ไฟประเภท C คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็งที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด การอาร์ค การสปาร์ค
วิธีดับไฟประเภท C ที่ดีที่สุด คือ ตัดกระแสไฟฟ้า แล้วจึงใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ น้ำยาเหลวระเหยที่ไม่มี CFCไล่ออกซิเจนออกไป
ไฟประเภท ดี มีสัญลักษณ์เป็นรูปตัว D สีขาวหรือดำ อยู่ในดาว 5 แฉก สีเหลือง
ไฟประเภท D คือไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นโลหะและสารเคมีติดไฟ เช่น วัตถุระเบิด, ปุ๋ยยูเรีย(แอมโมเนียมไนเตรต) , ผงแมกนีเซียม ฯลฯ
วิธีดับไฟประเภท D ที่ดีที่สุด คือ การทำให้อับอากาศ หรือใช้สารเคมีเฉพาะ (ห้ามใช้น้ำเป็นอันขาดนะครับ) ซึ่งต้องศึกษาหาข้อมูลแต่ละชนิดของสารเคมีหรือโลหะนั้นๆ
ประเภทถังดับเพลิง เมื่อรู้จักประเภทของไฟกันแล้ว เรามาทำความรู้จักกับ "ถังดับเพลิง" กันบ้าง ถังดับเพลิงมีมากมายหลายชนิด แต่ที่นิยมและเหมาะสมสำหรับไว้ใช้ทั่วไป มี 4 แบบ ซึ่งแต่ละแบบจะมีความสามารถในการดับไฟแต่ล่ะประเภทแตกต่างกัน
1. ถังดับเพลิงชนิด ฟองโฟม (Foam) ถังดับเพลิงชนิดนี้นิยมบรรจุในถังอลูมิเนียมสีครีมหรือถังแสตนเลส มีหัวฉีดเป็นหัวฝักบัว ภายในบรรจุน้ำยาโฟมผสมกับน้ำแล้วอัดแรงดันไว้ เวลาใช้ให้ถอดสลักและบีบคันบีบ แรงดันจะดันน้ำผสมกับโฟมผ่านหัวฉีดฝักบัว พ่นออกมาเป็นฟองกระจายไปปกคลุมบริเวณที่เกิดไฟไหม้ ทำให้อับอากาศและขาดออกซิเจนในที่สุด จึงทำให้ไฟที่ไหม้อยู่ดับลงได้ เพราะขาดออกซิเจนซึ่งเป็นองค์ประกอบของการลุกไหม้ของไฟ ถังดับเพลิงชนิดนี้ใช้ดับไฟ ประเภทเอและบี
2. ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ ซีโอทู (Carbondioxide) ถังดับเพลิงชนิดนี้นิยมบรรจุในถังสีแดง แต่ถ้าเป็นในต่างประเทศจะเป็นถังสีดำ ซึ่งภายในถังจะบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในถังที่ทนแรงดันสูง ที่ปลายสายฉีดจะมีลักษณะเป็นกระบอก หรือกรวย เวลาฉีดจะมีลักษณะเหมือนพ่นหมอกออกมาเพื่อไล่ความร้อนและออกซิเจนออกไป เมื่อใช้งานแล้ว จะไม่มีคราบหลงเหลืออยู่ และมีราคาค่อนข้างสูง สำหรับถังประเภทนี้ใช้ดับไฟประเภทบี และ ซี
3. ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical Powder) ซึ่งถังประเภทนี้จะนิยมบรรจุในถังสีแดงแต่ในต่างประเทศจะบรรจุถังสีฟ้า ภายในถังจะบรรจุผงเคมีที่มีคุณสมบัติไว้หลายชนิด เวลาใช้ผงเคมีจะถูกดันออกไปคลุมไฟทำให้อับอากาศ ลักษณะเหมือนฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจึงทำให้เกิดคราบสกปรก ใช้ดับไฟประเภทบีได้ดี รวมถึงสามารถดับไฟประเภทซีได้อีกด้วย เพราะผงเคมีที่บรรจุภายในไม่มีพิษภัย ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า แต่ด้วยฝุ่นที่ฟุ้งกระจายอาจทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าราคาแพงเสียหายได้ นอกจากนี้ยังใช้ดับไฟประเภทเอได้แต่ควรใช้น้ำดับก่อน ถังดับเพลิงชนิดนี้มีราคาถูก เหมาะสมในการใช้งานในบ้าน
4. ถังดับเพลิงชนิด Clean Agent (Non CFC) ถังสีเขียว บรรจุด้วยสารดับเพลิงที่มีลักษณะเป็นก๊าซที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ OZONE และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถดับไฟได้ทุกประเภท เมื่อฉีดใช้แล้วจะไม่ทิ้งคราบไว้ตรงบริเวณที่ฉีด และทำความสะอาดได้ง่าย แต่จะสามารถดับเพลิงได้ในระยะใกล้ๆประมาณ 3-8 ฟุต เท่านั้น
ถังยอดนิยม ถังดับเพลิงที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ ถังดับเพลิงแบบที่ใช้ผงเคมีแห้ง (ถังสีแดง) เพราะมีคุณสมบัติในการดับไฟได้ดี ดับไฟได้หลายประเภท และราคาไม่แพงเกินไป แต่สำหรับร้านอินเตอร์เน็ตที่ต้องการใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ควรเลือก ถังดับเพลิงชนิด Clean Agent (Non CFC) ถังสีเขียว เพราะเมื่อฉีดใช้แล้วจะไม่ทิ้งคราบไว้ตรงบริเวณที่ฉีด ไม่ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย เมื่อซื้อมาแล้วควรติดตั้งในที่เหมาะสม มองเห็นง่าย และสะดวกในการใช้งาน
สำหรับร้านอินเตอร์เน็ตที่มีงบน้อย ต้องการติดตั้งถังดับเพลิงเพียงแค่ให้ได้ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์เท่านั้นก็สามารถเลือกซื้อ "ถังดับเพลิง แบบติดตั้งในรถยนต์" หาซื้อได้ที่แผนกประดับยนต์ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
ขั้นตอนง่ายๆ ในการใช้ถังดับเพลิง ดึง: ดึงสลัก นิรภัยออก และถือเครื่องดับเพลิงในแนวตั้ง
ปลด: ปลดสายหัวฉีด ออกจากตัวเครื่องดับเพลิง และเล็งปลายสายหัวฉีดไปยังบริเวณเชื้อเพลิงที่กำลังลุกไหม้ *ห้ามฉีดที่เปลวไฟ
กด: กดคันบีบ น้ำยาดับเพลิงจะพุ่งออกมาจากหัวฉีด
ส่าย: ส่ายปลายสาย ไปมายังฐานของเพลิง เพื่อให้น้ำยาปกคลุมได้ทั่วบริเวณที่เกิดไฟไหม้
การบำรุงรักษาเครื่องดับเพลิง เครื่องดับเพลิง เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญต่อชีวิต และทรัพย์สินเป็นอย่างยิ่ง จึงควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวนาน ขั้นตอนที่สำคัญในการบำรุงรักษา คือ
1. สถานที่ติดตั้ง: หลีกเลี่ยงไม่ควรติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงไว้ในพื้นที่อุณหภูมิสูง มีความชื้น หรือเกิดความสกปรกได้ง่าย เช่น ตากแดด ตากฝน หรือติดตั้งใกล้จุดกำเนิดความร้อนต่างๆอาทิ หม้อต้มน้ำ เครื่องจักรที่มีความร้อนสูง เตาหุงต้ม ห้องอบต่างๆ เป็นต้น ควรติดตั้งสถานที่มองเห็นได้ชัดเจนสามารถหยิบใช้ได้สะดวก และไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง
2. การบำรุงรักษา: ทำความสะอาดตัวถัง และอุปกรณ์ประกอบ (สายฉีด, หัวฉีด) เป็นประจำ สม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ดูดีมีระเบียบและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
3. เครื่องดับเพลิงผงเคมีแห้ง: ควรเคลื่อนผงเคมีที่บรรจุอยู่ภายในโดยยกถังพลิกคว่ำ-พลิกหงาย 5-6 ครั้ง จนแน่ใจว่าผงเคมีแห้งไม่จับตัวเป็นก้อน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
4. การตรวจสอบเบื้องต้น: ตรวจสอบแรงดับภายในถังโดยดูจากเกจ์วัดแรงดัน โดยสังเกตุเข็มสีเหลืองให้ชี้ในแถบสีเขียว แสดงว่าถังพร้อมใช้งาน ถ้าเข็มเอียงไปในด้านซ้ายมือ แสดงว่าแรงดันในถังไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้สมบูรณ์ ให้รีบดำเนินการส่งเครื่องตรวจสอบทันที
วิธีอ่านฉลากข้างถังดับเพลิงดูฉลากที่ติดถังดับเพลิงว่า สามารถดับเพลิงประเภทใดบ้าง
ดูว่าสามารถฉีดสารดับเพลิงได้กี่ วินาที เช่นในรูปสามารถฉีดสารดับเพลิงได้ 20 วินาที
ตั้งสติก่อนใช้งาน เพราะคุณ ใช้ได้แค่ 20 วินาที
คุณภาพของถังดับเพลิงอยู่ที่ระดับไหน ให้ดูที่ FIRE RATING ตัวอย่างรูปข้างบน FIRE RATING อยู่ที่ 4A 5B
บทความโดย : อ.แมวหลวง
www.ICT.in.th กลุ่มร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ ไทย
ช่วยกันเผยแพร่นะครับ
• สำหรับคนที่มีเว็บไซต์ ช่วยนำไปลงที่เว็บ
• Email ช่วยกันส่งต่อให้คนที่คุณรู้จัก
• Webboard ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ
• Facebook สร้าง event แจ้งเพื่อนๆ ใน list
• Twitter บอกเพื่อนๆ ให้ช่วย RT กันเยอะ ๆ
• MSN, hi5 อัพเดทตรงสถานะเป็น link ให้เพื่อน ๆ ช่วยกันเผยแพร่บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โดย ICT.in.th กลุ่มร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ ไทย อนุญาตให้เผยแพร่ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น