หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร ตอนที่ 1  (อ่าน 13788 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 5 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Than
สมาชิกเว็บ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 423



« เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 08:29:38 PM »

เป็นบทความจากหนังสือเรื่อง  "คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร"  ของคุณยุทธ บางขวาง ขออนุญาตินำมาเผยแพร่
เพื่อเตือนสติและเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่กำลังทำความชั่ว ให้มีสติสำนึกและกลัวตายขึ้นมาบ้าง จะได้กลับตัวมาเป็นคนดีได้บ้าง 
ถึงจะไม่มากก็น้อย คัดบางส่วนมาเพื่อให้ทุกท่านได้อ่านเล่น ๆ..ขออนุโมทนาบุญกับผู้เขียนไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย สาธุ สาธุ
(สุดท้าย..ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจให้พวกหมานำจับทั้งหลายได้เข้ามาอ่านด้วยเถิด....)

ตอนที่ 1 สิบปีก็ยังหนีไม่พ้น

นักโทษชาย(จ.ส.ต.)สมคิด วรรณโชติ อายุ 52 ปี หมายเลขประจำตัว 514/39 คดีฆ่าเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 289(2)(4) หมายเลขคดีดำที่ 1665/36 หมายเลขคดีแดงที่ 1991/39 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุเกิดพื้นที่
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี  วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2526 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ
สภ.อ.เคียนซา นำกำลังเข้าจับกุมบ่อนการพนันชนไก่ที่ตำบลเขาตอก และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 18 คน
ซึ่งบ่อนดังกล่าวทราบว่าเป็นของจ.ส.ต.สมคิด วรรณโชติ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสภ.อ.เคียนซานั่นเอง โดยก่อนที่จะเข้าทำการจับกุม
ทางผู้บังคับบัญชาของจ.ส.ต.สมคิด ได้เรียกตัวมาว่ากล่าวตักเตือนขอให้เลิกเปิดบ่อนดังกล่าว เพราะจะทำให้ชาวบ้านมองภาพพจน์
ของตำรวจในแง่ไม่ดี เนื่องจากช่วงนั้นในเขตอำเภอเคียนซาเป็นพื้นที่สีแดง มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสเข้ามาปลุกระดมมวลชนอยู่
แต่จ.ส.ต.สมคิดดื้อรั้นแอบเปิดบ่อนการพนันชนไก่จนได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการจับกุมบ่อนดังกล่าว

หลังจากได้มีการจับกุมผู้ต้องหาเล่นการพนันชนไก่มาแล้ว จ.ส.ต.สมคิดได้พยายามติดต่อขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมด
แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงได้กล่าวคำอาฆาตไว้ว่า ถ้าพบตำรวจชุดที่เข้าจับกุมบ่อนไก่ชนเมื่อไร จะฆ่าให้ตายหมดทุกคนแล้ว
ได้ออกจากโรงพักไป    เวลา 16.00 น. ขณะที่ส.ต.อ.สมพร ยูงทอง ชาวจังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าจับกุมบ่อน
การพนันชนไก่ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับโรงพัก ปรากฏว่าได้พบกับจ.ส.ต.สมคิดในระหว่างทาง จ.ส.ต.สมคิดได้เรียก
ให้หยุดรถ แล้วใช้อาวุธปืนคาร์บินยิงเข้าใส่จำนวน 3 นัด จนส.ต.อ.สมพรถึงแก่ความตายในทันทีแล้วจ.ส.ต.สมคิดได้หลบหนีไป
 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับและพยายามติดตามจับกุมตัว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมืองต่อไป

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2536 หลังเกิดเหตุเป็นระยะเวลา 10 ปีกับอีก 10 วัน ขณะที่อดีตผู้บังคับบัญชาของจ.ส.ต.สมคิด
ซึ่งได้ย้ายมาประจำอยู่ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำลังออกตรวจที่บริเวณท้องสนามหลวง พบจ.ส.ต.สมคิดกำลังซื้อ
อาหารให้นกพิราบอยู่ จึงเข้าทำการจับกุมตัวแล้วนำตัวไปส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อ.เคียนซาดำเนินคดี ซึ่งจ.ส.ต.สมคิด
ได้ให้การปฏิเสธข้อหาทั้งหมด

ต่อมาจ.ส.ต.สมคิดได้รับการประกันตัวออกไปเพื่อต่อสู้คดี และไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ภายหลังนายประกันซึ่งเป็นพี่สาว
ของจ.ส.ต.สมคิด เกรงว่าจ.ส.ต.สมคิดจะหนีประกันและทำให้ต้องสูญเงินประกัน จึงได้ขอถอนประกันและนำตัวจ.ส.ต.สมคิด
ส่งมอบให้สภ.อ.เคียนซาเพื่อดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งมอบสำนวนการสอบสวนให้อัยการ เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี
จ.ส.ต.สมคิดต่อศาล

ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น ได้ตัดสินให้ประหารชีวิต และได้ส่งข.ช.สมคิดมาควบคุมไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง

ข.ช.สมคิดได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ข.ช.สมคิดได้ยื่นฎีกาต่อศาล
ผลการพิจารณาของศาลฎีกา ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ น.ช.สมคิดได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯ
ขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์ และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2542 เวลา 10.00 น. ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า ในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษ
เด็ดขาดจำนวนทั้งสิ้น 5 ราย ขอให้เตรียมตัวและสิ่งของที่จะต้องใช้ให้พร้อม

ในครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้รับแจ้ง ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นการล้อเล่นในระหว่างเพื่อนเจ้าหน้าที่ด้วยกัน เนื่องจากในช่วงนั้นอยู่ระหว่าง
กลางพรรษา ปกติแล้วจะไม่ทำการประหารชีวิตนักโทษในช่วงนี้ แต่เมื่อสอบถามกลับไปที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง
 ก็ได้รับคำยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้ในการดำเนินการประหารชีวิตในส่วนของข้าพเจ้า
แล้วไปทำการสวดมนต์ไหว้พระ บูชาท้าวเวชสุวรรณตามความเชื่อของข้าพเจ้า พร้อมกับทำจิตใจให้สงบ รอเวลาที่จะเบิกตัว
นักโทษทั้งหมดมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


(ยังมีต่อ)
บันทึกการเข้า
boynanaza
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30



« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 11:35:07 PM »

ไหนอ่ะ รออ่าน  Angry
บันทึกการเข้า
PrettyJudie
Moderator
สมาชิกเว็บ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11,737


___www.ict.in.th___


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 08:13:15 AM »



(ยังมีต่อ)





บันทึกการเข้า

 คลิกที่นี่ เพื่อขอรับ ข่าวด่วน! จากเว็บ ICT.in.th ทางอีเมล์ ฟรี!



อย่าถามว่าฉันจะได้อะไร แต่จงถามว่าฉันจะให้อะไรกับ ICT.in.th  /Don't ask what I will get, but ask what I will give ICT.in.th

boypkk
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 716

ครั้งหนึ่งเคยเป็นนักสู้สีเขียว


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 08:30:15 AM »

อย่ากักไว้นานนะมันจะขาดตอน  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
Than
สมาชิกเว็บ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 423



« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 12:31:37 PM »

ใจเย็นจ้า!!! จะทยอยพิมพ์ให้อ่านนะคะ เพราะมันต้องพิมพ์เยอะมวก!! ถ้าทุกท่านชอบก็จะพิมพ์ให้อ่านเรื่อย ๆ
เรียกร้องเข้ามาได้ค่า..แต่ถ้าไม่ชอบก็จะได้พิมพ์ให้อ่านแค่ตอนนี้ตอนเดียว ...ต่อเลยค่ะ

 
เวลา 16.10 น. หลังจากได้รับทราบรายชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปเบิกตัวคือ น.ช.สมคิด วรรณโชติ น.ช.อนันต์ โคตรสมบัติ
น.ช.สุรศักดิ์ ยิตซัง น.ช.อำนาจ เอกพจน์ และน.ช.สมพร เชยชื่นจิตร จึงได้ทำการจัดแบ่งหน้าที่ในการเบิกตัวและดูแลนักโทษทั้งหมด
โดยข้าพเจ้ารับหน้าที่ในการดูแลน.ช.สมคิด   เมื่อพี่เลี้ยงทั้งหมดเข้าไปถึงหมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1 เจ้าหน้าที่ประจำตึกขัง
ได้ไขกุญแจเปิดประตูตึก เสียงต่างๆภายในตึกขังได้เงียบลงทันที    เมื่อข้าพเจ้าเดินเข้าไปภายใน มีเสียงของนักโทษถามมาว่า
 “ประหารกลางพรรษาเลยหรือครับ จะไม่ให้พวกผมเหลือถึงอภัยเลยหรือยังไงครับ”

ข้าพเจ้าตอบว่า “ผมเองก็ไม่คิดว่าจะมีการประหาร แต่เมื่อมีคำสั่งมาให้ดำเนินการ พวกผมก็จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องทำตามหน้าที่
ผมรู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไง ผมและเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีใครอยากให้เป็นอย่างนี้หรอก”  พี่เลี้ยงทั้งหมดต่างแยกย้ายไปยืนหน้าห้อง
ของนักโทษที่ตนต้องดูแลรับผิดชอบ ซึ่งข้าพเจ้าไปหยุดอยู่ที่ห้องของน.ช.สมคิด  ข้าพเจ้าส่งเสียงเรียกออกไป “สมคิด วรรณโชติ
ออกมารอที่ประตูห้องด้วย”  น.ช.สมคิดได้ลุกยืนขึ้นพร้อมกับพูดว่า “ลาก่อนทุกคน” เสียงตอบรับว่า “ไปสู่ที่ชอบนะจ่า” “ลาก่อนจ่า”
“จ่าหมดกรรมแล้ว” “เข้มแข็งไว้นะจ่า” ฯลฯ

เมื่อนำนักโทษทั้งหมดออกมาจากห้องขังแล้วมีเสียงร้องขึ้น “โอ้โห ! ทำไมถึงประหารมากมายขนาดนั้นครับ ทีเดียวตั้ง 5 คน
อย่างนี้ถ้าไม่ตายกันหมดก็คงเหลือน้อยละครับ” พี่เลี้ยงรีบนำนักโทษประหารทั้งหมดมาที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯทันที
เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง ได้แยกย้ายกันพิมพ์ลายนิ้วมือ
นักโทษทั้งหมด โดยเริ่มที่น.ช.สมคิดก่อน   สารวัตรโกมลแสดงความเคารพ “สวัสดีครับจ่า ในฐานะที่จ่าเคยเป็นตำรวจมาก่อน
ผมขอแสดงความเสียใจด้วย”   น.ช.สมคิดยกมือไหว้ตอบ “ขอบคุณครับสารวัตร คดีผมไม่น่าจะถึงประหารเลยนะครับ
เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว”   ข้าพเจ้าถามว่า “เรื่องเป็นมายังไงเกิดมานานแค่ไหน”

น.ช.สมคิดตอบว่า “เป็นสิบปีแล้วครับ ผมหนีไปได้ตั้งนานผมไม่น่าถูกจับหรอกครับ แต่ก่อนผมเป็นตำรวจอยู่ที่สภ.อ.เคียนซา
ตอนหลังผมมาเปิดบ่อนชนไก่ ผู้ใหญ่ในโรงพักที่ไม่ชอบหน้าผม แกล้งส่งคนไปจับกุมบ่อนของผม ผมมาขอร้องเขาดีๆ
แล้วไม่ให้เอาเรื่อง แต่เขาไม่ยอมยังบอกผมอีกว่าเขาทำตามหน้าที่ ทั้งที่จริงแล้วเจตนาจะแกล้งผมมากกว่า

เย็นวันนั้นผมมาเจอตำรวจคนที่ตายขี่รถมาพอดี และเป็นหนึ่งในพวกที่เข้าจับบ่อนไก่ของผม ผมจึงเรียกให้หยุดพร้อมกับต่อว่า
แต่ตำรวจคนนั้นบอกว่าทำตามคำสั่ง ผมโมโหขึ้นมาเลยยิงใส่เข้าไปจนตาย เสร็จแล้วผมหนีรอดมาได้
ผมต้องออกจากตำรวจหนีคดีมาเป็น 10 ปี จนเรื่องเงียบไปตั้งนานแล้ว มาตอนหลังผมไปธุระที่สนามหลวง
เผอิญไปเจอกับนายตำรวจซึ่งเคยอยู่โรงพักเดียวกับผมเข้า และไม่ชอบหน้าผมมาก่อน จึงจับตัวผมส่งไปดำเนินคดี
หัวหน้าลองคิดดูก็แล้วกัน พยานที่เห็นเหตุการณ์ไปอยู่ไหนกันหมดแล้วก็ไม่รู้ แต่ตำรวจพวกนั้นปั้นพยานขึ้นมาเอาเรื่องกับผมจนได้
ผมถามหน่อยเถอะนะหัวหน้า คดีเกิดมาตั้ง 10 ปี ใครจะมาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ แต่นี่ให้การซัดผมเหมือนเพิ่งเกิดเหตุใหม่ๆ

ผมคิดว่าน่าจะสู้คดีได้ ผมจึงปฏิเสธข้อหาไป แต่พวกเขาแน่กว่าผม ไม่รู้ไปขุดพยานหลักฐานที่ไหนมาเล่นงานผมจนเป็นยังงี้
อีกแค่ไม่ถึง 10 ปีเท่านั้น คดีก็จะหมดอายุความแล้ว ถ้าไม่แกล้งจับบ่อนของผมก่อน ไม่เกิดเรื่องหรอกครับ”

หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี ให้นักโทษทั้งหมดฟังทีละราย
และให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น เสร็จแล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก ซึ่งน.ช.สมคิดได้เขียนจดหมาย
ถึงครอบครัว 1 ฉบับ   จากนั้นได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้งหมดกิน แต่น.ช.สมคิดปฏิเสธที่จะกินอาหาร
ขอเพียงกาแฟ 1 แก้วเท่านั้น   น.ช.สมคิดพูดว่า “ถ้าหัวหน้าจะกรุณาผมละก็ ช่วยทำบุญส่งไปให้ผมบ้างนะครับ ขอเป็นอาหาร
ปักษ์ใต้นะครับ แล้วช่วยโทรบอกที่บ้านให้ผมด้วย บอกว่าผมสั่งให้สวดศพแค่ 3 วันพอแล้วเผาเลย ผมขอแค่นี้แหละครับ”
ข้าพเจ้ารับปากที่จะจัดการให้   หลังอาหารมื้อสุดท้าย ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดนำนักโทษประหารทั้ง 5 ราย
 ไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ที่ได้นิมนต์มา ซึ่งทั้งหมดต่างตั้งใจฟังกันอย่างสงบ เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้นำน.ช.สมคิด
ไปทำการประหารเป็นรายแรก โดยให้นักโทษอีก 4 รายนั่งรอที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ  ระหว่างทางที่เดินไปห้องประหาร
น.ช.สมคิดได้พูดกับข้าพเจ้าว่า “ระบบราชการของไทยนะครับหัวหน้า ถ้าไม่เล่นพักเล่นพวกไม่ประจบเจ้านาย
 อย่าหวังที่จะก้าวหน้าเลยครับ ผมเป็นตำรวจเก่ารู้เห็นอะไรมาเยอะ
บันทึกการเข้า
size-core.club
สมาชิกเว็บ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 401


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 12:42:15 PM »

หนุกๆๆๆๆ อ่านเพลินเลยครับ   Kiss Kiss
บันทึกการเข้า
Than
สมาชิกเว็บ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 423



« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 12:44:19 PM »

บ่อนซ่องถ้าไม่เคลียร์ผู้ใหญ่ก่อนอย่าหวังว่าจะไปรอด อย่างบ่อนไก่ชนของผมไม่ได้ไปเคลียร์ผู้ใหญ่ก่อนเลยต้องโดนจับ
หัวหน้าเห็นไหมครับ บ่อนใหญ่ๆทำไมถึงเปิดมาได้จนทุกวันนี้ ไม่เห็นมีใครเข้าไปจับ ผมกล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า มีผู้ใหญ่บางคน
รับเงินจากบ่อนพวกนี้ บางครั้งเข้าไปเล่นเองด้วยซ้ำไป แล้วคอยจ้องจับบ่อนเล็กบ่อนน้อยเพื่อเอาผลงาน แล้วบ่อนไก่เล็กๆอย่างของผม
จะเอาเงินที่ไหนไปประเคนให้ได้”

เมื่อถึงศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ ได้แวะให้น.ช.สมคิดกราบลาแล้วพาเดินต่อไปที่ห้องประหาร น.ช.สมคิดได้พูดขึ้นอีก “สมัยที่ผมเป็นตำรวจ
ผมเคยจับคนเข้าคุกมามาก ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาติดคุกซะเอง แถมยังโดนประหารอีกด้วย เรื่องของเรื่องมันเป็นเพราะ
ผลประโยชน์  การเป็นตำรวจนั้น มีผลประโยชน์มาล่อใจมากมายไปหมด อยู่ที่ว่าใครจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยหรือไม่เท่านั้น
บางครั้งภาระทางครอบครัว  ก็บีบคั้นให้ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ตราบใดที่สวัสดิการไม่ดีพอ เงินเดือนราชการผมไม่เห็นว่า
จะพอกินพอใช้ซักที ทำงานเป็น 10 ปี  จะเก็บเงินซื้อรถสักคันก็ยังยาก คนที่ร่ำรวยเห็นมีแต่ระดับผู้บริหาร
มดงานอย่างพวกเราอย่าไปหวังเลย จริงไหมครับหัวหน้า”

ข้าพเจ้ายอมรับว่าน.ช.สมคิดพูดได้น่าคิดสมชื่อจริงๆ

เมื่อมาถึงศาลาเย็นใจ ได้ให้น.ช.สมคิดนั่งที่เก้าอี้ขาว น.ช.สมคิดได้ยกมือไหว้ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงที่อยู่ตรงนั้นทุกคน
 “หัวหน้าครับผมขอลาก่อนนะครับ ผมขออโหสิกรรมให้หัวหน้าทุกคนครับ”   ข้าพเจ้ารับไหว้และพูดว่า “ขอให้จ่าไปดีนะครับ
พยายามทำจิตใจให้สงบเข้าไว้ ให้นึกถึงพระและสิ่งดีงามที่จ่าเคยทำไว้ ผมต้องขอโทษจ่าด้วย ผมต้องทำตามหน้าที่”

ข้าพเจ้าส่งดอกไม้ธูปเทียนให้น.ช.สมคิด พี่เลี้ยงอีกนายทำการผูกตา แล้วช่วยกันประคองตัวเข้าสู่ห้องประหาร
ภายในห้องประหาร ข้าพเจ้านำน.ช.สมคิดเข้าไปที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง ทำการผูกมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร
ตั้งเป้าตาวัวให้ตรงกับหัวใจ เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหารเพื่อให้ซับเลือดที่จะไหลเจิ่งนองลงมา
ทำการขออโหสิกรรมอีกครั้ง “พุทธัง อเจตนานัง ธรรมมัง อเจตนานัง สังฆัง อเจตนานัง สิ่งที่พวกกระผมทำไปในวันนี้
 มิมีเจตนาที่กระทำ เป็นการกระทำตามหน้าที่ ขอให้อโหสิกรรมด้วย” แล้วแจ้งความพร้อมให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

พลเล็งปืนเข้ามาทำหน้าที่บรรจุกระสุน ทำการตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว เสร็จแล้วได้ยึดตัวปืนให้ติดกับแท่น
เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้ามาตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าได้ที่ดีแล้ว เพชฌฆาตได้ส่งเสียงสั้นๆว่า “พร้อม”
ธงแดงได้สะบัดลงทันที เสียงปืนได้คำรามขึ้น “ปัง ปัง ปัง ปังๆๆๆๆ” รวมกระสุนที่ใช้ในการประหารทั้งสิ้น 8 นัด
ทำการประหารเมื่อเวลา 18.10 น.  เมื่อครบ 3 นาที ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างของน.ช.สมคิดที่หลักประหาร
ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างน.ช.สมคิดลงจากหลัก แล้วให้นำไปเก็บไว้ในห้องเล็ก
เสร็จแล้วข้าพเจ้าออกไปรอรับตัวน.ช.อนันต์ และน.ช.สุรศักดิ์ ที่ศาลเย็นใจ เพื่อนำตัวเข้าทำการประหารชีวิตเป็นชุดต่อไป

หลังจากประหารจ.ส.ต.สมคิด วรรณโชติไปได้ไม่นาน ข้าพเจ้าได้ฝันไปว่าจ.ส.ต.สมคิดได้มาหาข้าพเจ้า ในฝันจ.ส.ต.สมคิด
ได้พูดกับข้าพเจ้าว่า “หัวหน้าครับผมคือสมคิด วรรณโชติ ผมหิวจังเลยครับ หัวหน้ากำลังมีโชค อย่าลืมทำบุญเผื่อให้ผมด้วยนะครับ”

เมื่อข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจึงรีบไปหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 2 คู่ ปรากฏว่าข้าพเจ้าถูก  รางวัลเลขท้าย 2 ตัว
ของงวดนั้น ได้เงินมาทั้งสิ้น 3,940 บาท จึงรีบไปหาซื้ออาหารปักษ์ใต้ พร้อมด้วยเครื่องสังฆทานและปัจจัยจำนวนหนึ่ง
ไปถวายแด่พระสงฆ์ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้จ.ส.ต.สมคิด และเหล่านักโทษประหารทั้งหมดซึ่งข้าพเจ้าเป็นผู้ที่นำ
คนเหล่านั้นไปสู่ความตาย ขออโหสิกรรมต่อจ.ส.ต.สมคิด วรรณโชติ และขอให้จงไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วย ....
บันทึกการเข้า
Than
สมาชิกเว็บ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 423



« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 01:10:45 PM »

อ่านจบแล้วเป็นไงกันบ้างคะ... บางท่านอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ..แต่เราไม่อยากให้ทุกท่านตั้งอยู่บนความประมาท
นักโทษประหารหลายคน ..ที่ต้องถูกประหารเพราะไม่ได้ตั้งใจก็มีเยอะ..ถ้าเกิดวันนึงเราพลาดพลั้งอาจจะเป็นเพราะโทสะ
หรือขาดสติจนทำให้ต้องฆ่าคนอื่นตายโดยไม่ได้เจตนา ..เราอาจจะต้องเป็นอย่างจ่าสมคิดก็ได้..เพราะคุณอย่าลืมว่าขบวน
การยุติธรรมบ้านเรา ทำถูกให้เป็นผิดได้ และทำผิดให้เป็นถูกได้...คุณเชื่อไหมเราเองไม่เคยคิดว่าจะได้ไปใกล้ชิดกับนักโทษ
ที่ถูกคุมขัง และใส่โซ่ตรวน กับตา เคยเห็นแต่ในละคร ในทีวีในหนัง ..ก็เพราะเราคิดว่าชาตินี้เราจะไม่ทำผิดกฏหมายไง...
แต่สังคมทุกวันนี้มันเลวร้ายมากกว่าที่คุณคิด  ทุกวันนี้มนุษย์เรากำลังเดินเข้าสู่กลียุค  คนดีเริ่มจะอยู่ในสังคมได้ยากยิ่งขึ้น  ประกอบ
กับระบอบประชาธิปไตยกำลังเสื่อมโทรม เพราะเราไม่สามารถส่งเสริมคนดีไปเป็นผู้นำได้ เพราะรากหญ้าเราเริ่มเห็นกงจักร์เป็นดอกบัว
มากขึ้น  เป็นทาสของเงินตราและวัตถุ  กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด..


สุดท้าย  สังคมและสิ่งแวดล้อมจะดีหรือไม่ดี ก็เป็นเรื่องปัจจัยภายนอก  ขอให้ทุกคนพยายามรักษาตน ควบคุมตนเอง ให้ตั้งทรงอยู่ใน
ความดี เมื่อถึงวันหนึ่งถ้าเราต้องวนเวียนอยู่ในกลุ่มของคนชั่ว   ผู้มีปัญญาจะต้องเรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับมัน  แต่ถ้าสุดท้ายกลุ่มคนชั่วมีกำลัง
มากขึ้น เราคงต้องถอยไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมกับเรา   อย่าปล่อยให้ความชั่วร้าย สังคมอันเลวร้าย บีบบังคับเราให้ต้องกลาย
เป็นคนชั่วและร่วมสร้างบาปกรรมไปกับพวกเขา  มีสติกันให้มาก ๆ  ความดีจะทำให้เราได้รับแต่สิ่งที่ดี ๆ นะ  
...ขอให้โชคดีกันทุก ๆ คน...
บันทึกการเข้า
MAME
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 753


ทำงานที่ตัวเองชอบ งานที่ตัวเองรัก จะมีความสุขกับมัน


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 01:42:30 PM »

อ่านเพลินเลยครับ เจ้าของหนังสือเคยออกรายการ  VIP  ใช่ไหมครับ Smiley
บันทึกการเข้า
TT
สมาชิกเว็บ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 173



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 02:44:30 PM »

อ่านเพลินเลยครับ  Smiley Smiley
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  






ติดต่อโฆษณา สำหรับบริษัท หรือท่านใดที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกับเว็บไซต์ ICT.in.th ติดต่อได้ที่ ictnetcafe@gmail.com

ข้อความ หรือรูปภาพที่ปรากฏในเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทาง ICT.in.th มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล หากท่านพบเห็นข้อมูลที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งให้ทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป