หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คำพิพากษาศาลฎีกา คดีลูกโป่ง การ์ตูนหมีพูห์ (WinniethePooh)  (อ่าน 8988 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แมวหลวง
คณะทำงาน
*****
สมาชิกเว็บอาวุโส
*****

ความดี 2056
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,462


ความดีไม่มีหล่นหาย


เว็บไซต์
« เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 03:43:54 PM »


คำพิพากษาที่  2000/2543

พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด      โจทก์
 
นางงามจิตต์ สมศักดิ์รักสันติ      จำเลย
 
 
ป.วิ.อ. มาตรา 227

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 4, 6, 8, 31, 70

 

          งานภาพพิมพ์รูปการ์ตูนหมีพูห์ (WinniethePooh) ของผู้เสียหายอันเป็นศิลปกรรมอยู่ในประเภทของงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ผู้เสียหายสร้างสรรค์จินตนาการนั้นเป็นการสร้างสรรค์จินตนาการโดยวิจักขณ์จากธรรมชาติซึ่งเป็นสัตว์โลกที่เรียกกันว่า "หมี"(BEAR) มาเป็นงานศิลปกรรมในรูปการ์ตูนสัตว์โลกที่เป็น "หมี" เป็นสัตว์ธรรมชาติที่มีชีวิตที่งดงามแปลกหูแปลกตาและแปลกไปจากสัตว์อื่น มนุษย์ทุกคนย่อมมีปรัชญาศิลปะอยู่ในตัวบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อพบเห็นสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติก็สามารถสร้างสรรค์จินตนาการในศิลปะในลักษณะต่าง ๆ กันได้เมื่อการสร้างสรรค์จินตนาการภาพการ์ตูนมีที่มาจากสัตว์ธรรมชาติอย่างเดียวกันโดยการริเริ่มขึ้นเองของผู้สร้างสรรค์แต่ละคน งานศิลปกรรมดังกล่าวจึงอาจจะเหมือนหรือคล้ายกันได้โดยไม่จำต้องมีการลอกเลียนทำซ้ำกันหรือดัดแปลงงานของกันและกันแต่อย่างใด พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 6 วรรคสอง ไม่ได้ให้ความคุ้มครองแก่ความคิดในการสร้างสรรค์งาน การใช้ความคิดริเริ่มนำเอาความสวยงามตามธรรมชาติของสัตว์โลกมาสร้างสรรค์จินตนาการเป็นภาพการ์ตูนจึงเป็นความคิดที่กฎหมายไม่ได้ให้ความคุ้มครองเอาไว้เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการผูกขาดจินตนาการหรือสุนทรียภาพในทางความคิดก่อให้เกิดผลเสียแก่มนุษยชาติ เนื่องจากจะมีผลทำให้บุคคลอื่นไม่สามารถสร้างสรรค์จินตนาการของตนเองเป็นภาพการ์ตูนจากสัตว์ธรรมชาติหรือจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติชนิดเดียวกันหรือประเภทเดียวกันได้ กฎหมายลิขสิทธิ์จึงคุ้มครองเฉพาะการแสดงออกซึ่งความคิดซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขของมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ

           เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์ตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ของผู้เสียหายโดยนำลูกโป่งที่มีภาพการ์ตูนรูปหมีพูห์ซึ่งได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายจำนวน 4,435 ใบ ออกขายเสนอขายแก่บุคคลทั่วไปเพื่อหากำไรและเพื่อการค้า โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารูปหมีพูห์ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ฟังได้ว่า ลูกโป่งจำนวนดังกล่าวที่มีภาพตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และจำเลยรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่ารูปหมีพูห์บนลูกโป่งดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย เมื่อปรากฏว่าจำเลยรับซื้อลูกโป่งจากบุคคลอื่นมาบรรจุแผงขาย เจ้าพนักงานตำรวจค้นและแยกลูกโป่งออกจากกันแล้ว พบว่ามีลูกโป่งที่มีภาพการ์ตูนหมีพูห์ที่คล้ายภาพหมีพูห์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้เพียง 4,435 ใบจากจำนวนลูกโป่งทั้งหมดเกือบ 1,000,000 ใบ ซึ่งมีภาพการ์ตูนสัตว์หลายประเภทปะปนกันนับว่าเป็นจำนวนน้อยมาก ข้อเท็จจริงมีน้ำหนักและเหตุผลให้เชื่อได้ดังที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยสั่งซื้อลูกโป่งมาขายแก่ลูกค้าโดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาพพิมพ์บนลูกโป่งว่าจะเป็นภาพใดแต่เน้นที่สีของลูกโป่ง เนื้อของลูกโป่งความยืดหยุ่น และลูกโป่งที่ไม่รั่วเท่านั้น โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบให้ฟังได้ว่า ภาพหมีพูห์บนลูกโป่งของกลางคือภาพที่ได้ทำขึ้นโดยมิได้มีการริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นเอง แต่เป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย

           แม้จะฟังว่าภาพการ์ตูนหมีพูห์บนลูกโป่งของกลางได้มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพพิมพ์หมีพูห์ของผู้เสียหาย แต่พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอให้ฟังได้ว่า จำเลยรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานภาพพิมพ์บนลูกโป่งของกลางนั้นได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์รูปหมีพูห์ของผู้เสียหาย แล้วจำเลยยังนำลูกโป่งที่มีภาพพิมพ์นั้นออกขายแก่ลูกค้าทั่วไป จำเลยจึงยังไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 31 และ 70 วรรคสอง 

________________________________


          โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศในงานสร้างสรรค์ประเภทงานศิลปกรรมภาพพิมพ์ตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์Winnie the Pooh (วินนี่ เดอะ พูห์) ของบริษัทดิสนีย์เอ็นเตอร์ไพรส์เซส อิงค์ จำกัด ผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยการนำลูกโป่งที่มีภาพตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ซึ่งได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายรวมจำนวน 4,435 ใบ ออกขายเสนอขายแก่บุคคลทั่วไปอันเป็นการกระทำเพื่อแสวงหากำไรในทางการค้า โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารูปหมีพูห์ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายเจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดลูกโป่งดังกล่าวเป็นของกลาง เหตุเกิดที่แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 31,61, 70, 75 และ 76 ให้ลูกโป่งซึ่งมีรูปหมีพูห์ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตามคำฟ้องดังกล่าวตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และจ่ายค่าปรับแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง


          จำเลยให้การปฏิเสธ


          ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง


          โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา


          ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เบื้องต้นว่าบริษัทดิสนีย์ เอ็นเตอร์ไพรส์เซส อิงค์จำกัด (Disney Enterprises, Inc.) ผู้เสียหายซึ่งเดิมมีชื่อว่า บริษัทวอลต์ดีสนีย์ จำกัด (The Walt Disney Company) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นภาคีในอนุสัญญากรุงเบอร์นว่าด้วยการคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การกำหนดรายชื่อประเทศภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงลงวันที่ 8 ธันวาคม 2540 ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์ตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ (Winnie thePooh) คือภาพดังต่อไปนี้ และได้นำสำเนางานศิลปกรรมดังกล่าวไปฝากไว้ (deposit) แก่สำนักงานลิขสิทธิ์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2536 จำเลยมีอาชีพขายลูกโป่ง โดยจำเลยซื้อลูกโป่งมาจากบุคคลอื่น แล้วนำมาบรรจุลงในแผงกระดาษเพื่อนำออกขายโดยใช้เครื่องหมายการค้าเป็นรูปช้างคือเครื่องหมายการค้า ซึ่งได้จดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าจำพวกที่ 49 ชนิดสินค้าเครื่องเล่นทุกชนิดและบรรดาสินค้าทั้งมวลซึ่งอยู่ในจำพวกนี้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2532 ตามสำเนาหนังสือคู่มือรับจดทะเบียนเลขที่ 137722 เอกสารหมาย ล.1 แผงกระดาษแผงหนึ่งจะบรรจุลูกโป่งจำนวน 20 ใบ ซึ่งบางแผงจะมีลูกโป่งที่มีภาพการ์ตูนรูปหมีพูห์ ที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศของบริษัทดิสนีย์ เอ็นเตอร์ไพรส์เซส อิงค์ จำกัด ผู้เสียหายจำนวนประมาณ2 ถึง 4 ใบ ตามพยานวัตถุหมาย ว.ล.1 และ ว.จ.1 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่โดยโจทก์อุทธรณ์ในทำนองว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดเพราะจำเลยย่อมรู้ว่าการมีลูกโป่งเป็นภาพหมีพูห์บนลูกโป่งนี้จะต้องเป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่นและไม่จำเป็นต้องมีการโฆษณาให้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายแต่อย่างใด มิฉะนั้นแล้วสินค้าที่ออกใหม่ ๆ จะไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์กันได้ เพราะผู้ขายไม่มีทางจะรู้เลยว่าสินค้าชนิดนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่น การที่จำเลยอ้างว่าไม่รู้ว่างานดังกล่าวเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายย่อมฟังไม่ขึ้นนั้น เห็นว่า งานภาพพิมพ์รูปหมีพูห์ของผู้เสียหายตามภาพดังต่อไปนี้ อันเป็นศิลปกรรมอยู่ในประเภทของงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ผู้เสียหายสร้างสรรค์จินตนาการเป็นงานศิลปกรรมนั้น เป็นการสร้างสรรค์จินตนาการโดยวิจักขณ์จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสัตว์โลกที่เรียกกันว่า "หมี" หรือภาษาอังกฤษว่า "BEAR" มาเป็นงานศิลปกรรมในรูปการ์ตูน สัตว์โลกที่เป็น "หมี" เป็นสัตว์ธรรมชาติที่มีชีวิตที่งดงามแปลกหูแปลกตาและแปลกไปจากสัตว์อื่น มนุษย์ทุกคนย่อมมีปรัชญาศิลปะอยู่ในตัวบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อพบเห็นสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติก็สามารถสร้างสรรค์จินตนาการในศิลปะในลักษณะต่าง ๆ กันได้การที่มีบุคคลสร้างสรรค์จินตนาการภาพการ์ตูนจากสัตว์โลกที่เป็นธรรมชาติจึงเกิดขึ้นได้ และเมื่อการสร้างสรรค์จินตนาการภาพการ์ตูนมีที่มาจากสัตว์ธรรมชาติอย่างเดียวกัน โดยการริเริ่มขึ้นเองของผู้สร้างสรรค์แต่ละคนงานศิลปกรรมดังกล่าวจึงอาจจะเหมือนหรือคล้ายกันได้โดยไม่จำต้องมีการลอกเลียนทำซ้ำกันหรือดัดแปลงงานของกันและกันแต่อย่างใดพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6 วรรคสอง ไม่ได้ให้ความคุ้มครองแก่ความคิดในการสร้างสรรค์งาน การใช้ความคิดริเริ่มนำความสวยงามตามธรรมชาติของสัตว์โลกมาสร้างสรรค์จินตนาการเป็นภาพการ์ตูนจึงเป็นความคิดที่กฎหมายไม่ได้ให้ความคุ้มครองเอาไว้เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการผูกขาดจินตนาการหรือสุนทรียภาพในทางความคิด ก่อให้เกิดผลเสียหายแก่มนุษยชาติ เนื่องจากจะมีผลทำให้บุคคลอื่นไม่สามารถสร้างสรรค์จินตนาการของตนเองเป็นภาพการ์ตูนจากสัตว์ธรรมชาติหรือจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติชนิดเดียวกันหรือประเภทเดียวกันได้ กฎหมายลิขสิทธิ์จึงคุ้มครองเฉพาะการแสดงออกซึ่งความคิดเท่านั้น และการคุ้มครองการแสดงออกซึ่งความคิดดังกล่าวจนถึงขั้นที่ผู้สร้างสรรค์จะเป็นผู้มีลิขสิทธิ์นั้นยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8อีกด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์รูปหมีพูห์ของผู้เสียหาย โดยนำลูกโป่งที่มีภาพตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ซึ่งได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายรวมจำนวน4,435 ใบออกขายเสนอขายแก่บุคคลทั่วไปเพื่อหากำไรและเพื่อการค้าโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารูปหมีพูห์ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31และ 70 วรรคสอง โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ฟังได้ว่า ลูกโป่งจำนวนดังกล่าวที่มีภาพตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและจำเลยรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่ารูปหมีพูห์บนลูกโป่งดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายคดีนี้ โจทก์มีนางสาวเนาวรัตน์แซ่เอี้ยว ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากบริษัทผู้เสียหาย ร้อยตำรวจเอกเชษฐแตงนารา เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลย และร้อยตำรวจเอกไพฑูรย์คำนึง พนักงานสอบสวนมาเบิกความว่านางสาวเนาวรัตน์สืบทราบว่าที่บ้านเลขที่ 2000/64-68 ถนนเจริญกรุง ซอย 72 แขวงวัดพระยาไกรเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร มีสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อวันที่ 22ธันวาคม 2541 เวลา 15 นาฬิกาเศษนางสาวเนาวรัตน์กับร้อยตำรวจเอกเชษฐไปที่บ้านดังกล่าวพร้อมหมายค้นที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางออกให้บ้านดังกล่าวเป็นห้องแถวติดกันรวม3 ห้อง ขณะเข้าทำการตรวจค้นบ้านดังกล่าวเปิดอยู่และพบจำเลย จำเลยยินยอมให้ตรวจค้นโดยดี ผลการตรวจค้นที่ชั้นล่างพบลูกโป่งบรรจุอยู่บนแผงกระดาษจำนวนแผงละ 20 ใบ แต่ละแผงถูกบรรจุอยู่ในลัง นางสาวเนาวรัตน์ได้แยกลูกโป่งที่มีภาพตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออกจากลูกโป่งใบอื่นและนับรวมกันได้จำนวน 4,435 ใบจำเลยแจ้งว่าจำเลยรับลูกโป่งดังกล่าวมาจากที่อื่น แต่ไม่ได้แจ้งว่ารับมาจากที่ใด ร้อยตำรวจเอกเชษฐยึดลูกโป่งจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของกลางในวันนั้นลูกจ้างของจำเลยกำลังบรรจุลูกโป่งทั้งหมดใส่แผงกระดาษและนำบรรจุใส่ลัง ร้อยตำรวจเอกเชษฐได้ตรวจค้นที่ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ของบ้านดังกล่าวด้วย ผลปรากฏว่าพบลูกโป่งที่บรรจุอยู่บนแผงและบรรจุอยู่ในลังด้วย แต่ไม่มีลูกโป่งที่มีภาพการ์ตูนรูปหมีพูห์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนร้อยตำรวจเอกเชษฐและร้อยตำรวจเอกไพฑูรย์แจ้งข้อหาแก่จำเลยว่ากระทำละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าด้วยการขาย เสนอขาย มีไว้เพื่อขายซึ่งงานศิลปกรรมภาพพิมพ์ (ที่ถูกเป็นข้อหาขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย งานศิลปกรรมภาพพิมพ์ที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศของผู้อื่นเพื่อหากำไรและเพื่อการค้า) จำเลยให้การรับสารภาพ ตามบันทึกการตรวจค้นจับกุมและบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.3 และ จ.8ส่วนจำเลยนำสืบโดยมีตัวจำเลย นางพนิดา กรเกษแก้ว และนางสาวรุ่งทิพย์ การรัมย์ ลูกจ้างของจำเลยมาเบิกความได้ความว่าในการรับซื้อลูกโป่งจากบุคคลอื่นมาบรรจุแผงขาย จำเลยจะพิจารณาเฉพาะสีสันเนื้อของลูกโป่ง และรูปร่างประกอบกัน โดยจะทดสอบว่าลูกโป่งมีความยืดหยุ่นดีหรือไม่ เป่าแล้วสีจะจางหรือไม่ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับลวดลายบนลูกโป่งเนื่องจากสามารถขายได้ไม่ว่าจะมีรูปการ์ตูนอยู่หรือไม่โดยปกติจำเลยจะสั่งซื้อลูกโป่งจำนวนคราวละ 100 ถึง 200 กิโลกรัมซึ่งผู้ขายจะนำลูกโป่งมาส่งโดยบรรจุในถุงปุ๋ยโดยแต่ละถุงมีน้ำหนักประมาณ20 ถึง 25 กิโลกรัม น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะมีลูกโป่งจำนวนประมาณ 300 ใบคละสีกันมาโดยมีสีทั้งหมด 6 สีด้วยกัน เมื่อผู้ขายส่งลูกโป่งมายังโรงงานของจำเลย ลูกจ้างของจำเลยจะตรวจดูว่ามีสีครบทั้งหกสีหรือไม่ จากนั้นก็จะสุ่มหยิบลูกโป่งในถุงออกมาชั่งน้ำหนักประมาณถุงละ 1 กิโลกรัมเพื่อเป่าดูว่ามีลูกโป่งรั่วจำนวนประมาณกี่ใบ ซึ่งหากปรากฏว่ารั่วหรือเสียไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ก็จะรับไว้เพื่อบรรจุลงแผงและจำหน่ายให้ลูกค้าต่อไป โดยมิได้คำนึงถึงภาพพิมพ์บนลูกโป่งแต่อย่างใด ส่วนการบรรจุลูกโป่งเข้าแผงจำเลยเน้นว่าให้บรรจุลูกโป่งสีแดง สีชมพู สีส้ม คั่นด้วยสีน้ำเงิน สีเหลืองและสีเขียว เพื่อความสวยงามโดยลูกจ้างของจำเลยไม่ต้องสนใจภาพพิมพ์บนลูกโป่ง ในวันที่มีการตรวจค้นมีลูกโป่งอยู่ในร้านจำนวนประมาณเกือบ 1,000,000 ใบ ซึ่งสาเหตุที่มีจำนวนมากเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ จำเลยไม่ทราบว่ารูปหมีพูห์เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์เนื่องจากจำเลยพ้นวัยที่จะสนใจในเรื่องของการ์ตูนแล้ว ในข้อที่จำเลยนำสืบดังกล่าวนางสาวเนาวรัตน์พยานโจทก์ตอบทนายจำเลยถามค้านเจือสมกับทางนำสืบของจำเลยว่าลูกโป่งที่พบในที่เกิดเหตุทั้งหมดมีหลายแสนใบมีลูกโป่งบางส่วนบรรจุอยู่ในแผงกระดาษแล้ว มีลูกโป่งบางส่วนบรรจุอยู่ในแผงกระดาษและบรรจุอยู่ในลังกระดาษพร้อมที่จะจำหน่าย และมีลูกโป่งอีกบางส่วนที่ยังไม่ได้แยกนำมาบรรจุในแผงกระดาษบรรจุอยู่ในถุงปุ๋ยอีกหลายใบในวันเกิดเหตุพยานกับพนักงานของบริษัทพิงค์เคอร์ตัน (ประเทศไทย)จำกัด ที่พยานทำงานอยู่อีก 5 คน ช่วยกันแยกลูกโป่งที่มีรูปหมีพูห์อันเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออกจากลูกโป่งทั้งหมดหลายแสนใบโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงได้ลูกโป่งที่มีรูปหมีพูห์ดังกล่าวจำนวน4,435 ใบ ในระหว่างการตรวจค้นจำเลยให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานตำรวจเป็นอย่างดี รูปหมีพูห์ปรากฏบนลูกโป่งที่ยึดมาได้นั้นเป็นรูปหมีพูห์ที่มีลักษณะหน้าตาและรูปร่างคล้ายกับรูปหมีพูห์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย เมื่อพิจารณาแผงกระดาษที่บรรจุลูกโป่งจำนวนแผงละ20 ใบของจำเลย ตามพยานวัตถุหมาย ว.จ.1 และ ว.ล.1 แล้ว ปรากฏว่าแผงกระดาษพยานวัตถุหมาย ว.จ.1 มีลูกโป่งที่มีภาพหมีพูห์ที่คล้ายภาพหมีพูห์ซึ่งเป็นงานมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายคือภาพจำนวนเพียง 4 ใบเป็นลูกโป่งสีม่วงจำนวน 2 ใบ และสีเขียวจำนวน 2 ใบ ลูกโป่งจำนวนอีก 16 ใบมีรูปการ์ตูนซานตาคลอสบนลูกโป่งสีส้มจำนวน 3 ใบ และบนลูกโป่งสีน้ำเงิน 2 ใบมีรูปการ์ตูนหญิงสาวมู่หลาน (MULAN) บนลูกโป่งสีแดงจำนวน 4 ใบ และบนลูกโป่งสีม่วงจำนวน 2 ใบมีรูปปากผู้หญิงกับข้อความ"P.S.I. Love you" บนลูกโป่งสีชมพูจำนวน 2 ใบ และบนลูกโป่งสีเหลืองจำนวน 2 ใบ และมีรูปการ์ตูนหัวกระต่ายสวมหมวกบนลูกโป่งสีชมพูอีก1 ใบ ส่วนแผงกระดาษพยานวัตถุหมาย ว.ล.1 ไม่มีลูกโป่งที่มีภาพหมีพูห์ที่คล้ายภาพหมีพูห์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายแต่อย่างใดคงมีแต่ลูกโป่งสีแดงที่มีภาพหมีแพนด้านั่งอยู่ คือภาพ จำนวน 2 ใบลูกโป่งจำนวนอีก 18 ใบ มีรูปปากผู้หญิงกับข้อความว่า "P.S.I. love you"บนลูกโป่งสีม่วงจำนวน 4 ใบ มีรูปการ์ตูนกระต่ายนั่งอยู่บนลูกโป่งสีชมพูจำนวน 2 ใบ บนลูกโป่งสีเหลืองจำนวน 2 ใบ บนลูกโป่งสีเขียว 1 ใบ และบนลูกโป่งสีแดง 1 ใบ มีรูปการ์ตูนกระต่ายยืนอยู่บนลูกโป่งสีน้ำเงินจำนวน2 ใบ บนลูกโป่งสีเขียวจำนวน 2 ใบ และบนลูกโป่งสีแดง 1 ใบ และมีรูปช่อดอกไม้บนลูกโป่งสีส้มจำนวน 3 ใบ เห็นได้ว่าลูกโป่งที่มีภาพหมีพูห์ที่คล้ายภาพหมีพูห์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ได้แยกออกมาจากลูกโป่งจำนวนประมาณเกือบ 1,000,000 ใบ นั้น มีจำนวนเพียง 4,435 ใบซึ่งนับว่าเป็นจำนวนน้อยมาก ลูกโป่งใบอื่นนอกจากลูกโป่งจำนวนดังกล่าวมีรูปการ์ตูนอื่น ข้อความ และรูปดอกไม้ แผงกระดาษที่บรรจุลูกโป่งบางแผงก็มีรูปการ์ตูนหมีพูห์บางแผงก็ไม่มี ทั้งปรากฏว่ามีลูกโป่งบางส่วนยังคงอยู่ในถุงปุ๋ย นางสาวเนาวรัตน์กับพนักงานของบริษัทที่นางสาวเนาวรัตน์ทำงานอยู่อีก 5 คน ต้องใช้เวลาแยกลูกโป่งที่มีรูปหมีพูห์ดังกล่าวออกจากลูกโป่งจำนวนมากนานถึงประมาณ 1 ชั่วโมง ประกอบกับปรากฏตามบันทึกการตรวจค้นจับกุมและบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.3และ จ.8 ว่า จำเลยให้การรับเพียงว่าจำเลยมีลูกโป่งที่มีภาพหมีพูห์ของกลางจำนวน 4,435 ใบไว้ขายให้แก่ลูกค้าจริงเท่านั้น จำเลยหาได้ให้การรับว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าลูกโป่งที่มีภาพหมีพูห์ดังกล่าวเป็นภาพที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไม่ ข้อเท็จจริงคดีนี้มีน้ำหนักและเหตุผลให้เชื่อได้ดังที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยสั่งซื้อลูกโป่งมาขายแก่ลูกค้าโดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาพพิมพ์บนลูกโป่งว่าจะเป็นภาพใด แต่เน้นที่สีของลูกโป่ง เนื้อของลูกโป่งความยืดหยุ่นและลูกโป่งที่ไม่รั่วเท่านั้น โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบให้ฟังได้ว่าภาพหมีพูห์บนลูกโป่งของกลางคือภาพได้มีผู้ทำขึ้นโดยมิได้มีการริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นเองแต่เป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย กล่าวคือข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าภาพหมีพูห์บนลูกโป่งของกลางดังกล่าวได้มีผู้ทำขึ้นโดยการทำซ้ำ คัดลอก เลียนแบบจากต้นฉบับหรือจากสำเนาภาพพิมพ์หมีพูห์ของผู้เสียหาย คือภาพดังต่อไปนี้ หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ หรือได้มีทำขึ้นโดยดัดแปลงเปลี่ยนรูปใหม่ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหรือจำลองงานต้นฉบับดังกล่าวในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน อันเป็นการทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายอย่างไรก็ตามแม้จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าภาพหมีพูห์บนลูกโป่งของกลางได้มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพพิมพ์หมีพูห์ของผู้เสียหายดังที่โจทก์อ้างแต่พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอให้ฟังได้ว่าจำเลยรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานภาพพิมพ์บนลูกโป่งของกลางนั้นได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์รูปหมีพูห์ของผู้เสียหายแล้วจำเลยยังนำลูกโป่งที่มีภาพพิมพ์นั้นออกขายแก่ลูกค้าทั่วไป การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537มาตรา 31 และ 70 วรรคสอง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"


          พิพากษายืน

 

 

( ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ - สมคิด ไตรโสรัส - สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ )
บันทึกการเข้า

>> คลิกที่นี่ << เพื่อขอรับ ข่าวด่วน! จากเว็บ ICT.in.th ทางอีเมล์  ฟรี!


  แจ้งเบาะแส ส่งหลักฐาน ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อ อ.แมว ได้ที่ ictnetcafe@gmail.com 24 ชั่วโมง


โบราณว่า ไม้ใหญ่ ย่อมเจอขวานคม คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ว.วชิรเมธี
boyfasai
สมาชิกร้านอินเตอร์เน็ต
***
สมาชิกเว็บรุ่นพี่
****

ความดี 237
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 740



« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 07:46:57 PM »

ได้ความรู้มากครับ  เเล้วจะมาอ่านใหม่ครับ  ตาลายละ Smiley
บันทึกการเข้า
น้องนภผู้น่ารัก
สมาชิกร้านอินเตอร์เน็ต
***
เด็กใหม่หัดโพส
*

ความดี 37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86



« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 08:38:33 PM »

คือถ้าผมเข้าใจไม่ผิด  หมายความประมาณว่า  ความคิดของแต่ละคนอาจจเหมือนกันได้
รูปหมีที่วาด หรือเขียน หรือพิมพ์ออกมา  ก้ออาจจะเหมือนกันได้โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ
ทำให้ไม่ผิด  ใช่ปะคับ  ศัพท์บางศัพท์ยากแก่การเข้าใจ  เหอๆๆๆ
บันทึกการเข้า
boyfasai
สมาชิกร้านอินเตอร์เน็ต
***
สมาชิกเว็บรุ่นพี่
****

ความดี 237
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 740



« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 08:47:51 PM »

คือถ้าผมเข้าใจไม่ผิด  หมายความประมาณว่า  ความคิดของแต่ละคนอาจจเหมือนกันได้
รูปหมีที่วาด หรือเขียน หรือพิมพ์ออกมา  ก้ออาจจะเหมือนกันได้โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ
ทำให้ไม่ผิด  ใช่ปะคับ  ศัพท์บางศัพท์ยากแก่การเข้าใจ  เหอๆๆๆ

ใช่ครับตามเเต่มนุษย์จะจิตนาการ  เเละการจิตนาการ  อาจไปเหมือนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ 
บันทึกการเข้า
maabus007
สมาชิกร้านอินเตอร์เน็ต
***
สมาชิกเว็บรุ่นพี่
****

ความดี 96
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 694


อยู่แบบพอเพียง และเพียงพอ


« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 09:50:18 PM »

http://www.ict.in.th/4062.msg32957;topicseen#msg32957

ใช่คำพิพากษาของกระทู้นี้รึป่าวครับ

เป็นสิ่งที่น่ายินดีครับ

 Smiley
บันทึกการเข้า

*สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม*
leela
สมาชิกร้านอินเตอร์เน็ต
***
เด็กใหม่หัดโพส
*

ความดี 33
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 09:59:11 PM »

   ทำเป็นอาชีพเสริมอยู่เนี๊ยะ  มีแต่รูปลิขสิทธิ์ดังที่กล่าวมา    ขอบคุณข้อมูลค่ะ
บันทึกการเข้า
460531
*
เด็กใหม่หัดโพส

ความดี 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 03:13:56 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
mistera
*
เด็กใหม่หัดโพส

ความดี 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 60


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 03:30:08 PM »

แจ่ม ยินดีด้วยครับ สู้ๆ 
บันทึกการเข้า
eacysnipg
****
สมาชิกเว็บรุ่นพี่

ความดี 75
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 537



« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2010, 03:15:56 AM »

ช่างกล้าคับ  ฆ่ามันพวกปลิงสังคม
บันทึกการเข้า

             >>>> ด่าหมามันให้อาย ถ่ายรูปไปฟ้อง พาพวกพ้องไปรุม <<<<
smilecomputer
**
สมาชิกเว็บ

ความดี 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 171



« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 09:20:05 AM »

แต่ปวดตานิดหน่อยจะอ่านและจับใจความให้ได้เยอะๆๆ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


ติดต่อโฆษณา สำหรับบริษัท หรือท่านใดที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกับเว็บไซต์ ICT.in.th ติดต่อได้ที่ ictnetcafe@gmail.com

ข้อความ หรือรูปภาพที่ปรากฏในเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทาง ICT.in.th มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งให้ทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

Tags: จับลิขสิทธิ์ บ่อนออนไลน์ internetcafe รายได้เสริมร้านเน็ต ชมรมร้านเกมส์ ร้านเน็ตคาเฟ่ เปิด ร้าน เน็ต คาเฟ่ เกมออนไลน์ใหม่ แนะนำ ร้าน เน็ต คาเฟ่ หมานำจับ เข้า youtube ไม่ได้ เข้า msn ไม่ได้ แทงกันในร้านเกม เปิดร้านเน็ต ลิขสิทธิ์ ตารางผสมของ dota 6.73 ตารางออกของdota 6.73 ผสมของdotaใหม่ล่าสุด map dota 6.74 ผสมของ dota 6.73 internet cafe โปรแกรม เน็ต คาเฟ่ หูฟังดังข้างเดียว พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กลุ่มร้านเน็ต 6.73 มีอะไรใหม่ ร้านอินเทอร์เน็ตสีขาว สมาคมร้านอินเตอร์เน็ต ลิขสิทธิ์ร้านเกมส์ กลุ่มเครือข่ายร้านเน็ต เกมส์ออนไลน์ทั้งหมด dota 6.74 มีอะไรใหม่ สมัครเน็ตคาเฟ่ เกมส์ออนไลน์ฟรี hon lan ยังไง icct ict ตลาดอินเตอร์เน็ต seo คอนแทคเลนส์