แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในโลกไอทีในทุกวันนี้ก็ยังมีเรื่องราวที่ทำให้เกิดความเชื่อผิดๆ มากมาย อย่างเช่นเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในฮาร์ดดิสก์ด้วยสนามแม่เหล็ก ที่ผู้ใช้จำนวนมากมักจะคิดไปว่า หากนำแม่เหล็กมาไว้ใกล้เครื่องพีซีก็อาจจะทำให้ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่เกิดการสูญหายได้ หรือในทางกลับกันก็ไม่ควรจะนำฮาร์ดดิสก์ไปไว้ใกล้ๆ กับแม่เหล็กหรือแม้แต่อุปกรณ์ที่มีสนามแม่เหล็กอย่างเช่นลำโพงเป็นอันขาด
ความจริง
ที่ผ่านมานั้น แม่เหล็กจัดได้ว่าเป็นเครื่องสังหารข้อมูลของแผ่นฟลอบปี้ดิสก์อย่างแท้จริง แต่มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เป็นอันตรายกับฮาร์ดดิสก์เลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่แม่เหล็กนีโอเดียมที่พบเห็นได้ทั่วไปก็ไม่สามารถทำลายข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ได้ เพราะในความเป็นจริงนั้น ฮาร์ดดิสก์ก็มีส่วนประกอบที่เป็นแม่เหล็กชนิดนี้ด้วยเหมือนกัน และภายในฮาร์ดดิสก์แต่ละตัวนั้นก็ยังมีการสร้างสนามแม่เหล็กขึ้นมาด้วย
ฮาร์ดดิสก์สมัยใหม่ที่มีความจุระดับ TB ในปัจจุบันนี้จะประกอบไปด้วยแผ่นจานแม่เหล็กจำนวนมาก โดยแต่ละแผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ 690GB นั้นจะถูกเคลือบไว้ด้วยเหล็กออกไซด์หรือโคบอล ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกบันทึกโดยใช้ขั้วแม่เหล็กเป็นตัวบอกสถานะบิตข้อมูล (0 และ 1) จากทิศทางที่แตกต่างกันในแนวดิ่ง หลังจากที่ได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี Perpendicular Recording ซึ่งแผ่นจานแม่เหล็กแต่ละแผ่นสามารถบันทึกข้อมูลได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิมๆ อย่าง Longitudinal Recording ที่เป็นการบันทึกข้อมูลในแนวขวาง โดยเทคโนโลยีการบันทึกในแนวดิ่งนี้จะทำให้พื้นที่แต่ละตารางเซนติเมตรของฮาร์ดดิสก์บันทึกข้อมูลได้ถึง 19GB ทีเดียว
ในการอ่านหรือเขียนข้อมูล หัวอ่านเขียนของฮาร์ดดิสก์จะเคลื่อนที่โดยมีระยะห่างจากแผ่นจานแม่เหล็กซึ่งเป็นส่วนที่เก็บข้อมูลประมาณ 10 นาโนเมตร ซึ่งในระหว่างที่กำลังอ่านข้อมูลนั้น สภาพของบิตข้อมูลตำแหน่งต่างๆ จะสร้างความแตกต่างจนทำให้หัวอ่านรู้ว่าเป็นข้อมูลอะไรจากการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก ส่วนในระหว่างการเขียนข้อมูลนั้น หัวอ่าน-เขียนจะสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีกำลังสูง แล้วทำให้ตำแหน่งที่อยู่ภายในระยะนั้นๆ เกิดเป็นบิตข้อมูลขึ้นมา

เมื่อสนามแม่เหล็กสามารถทำให้ข้อมูลเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แล้วเหตุใดแม่เหล็กทั่วไปจึงไม่มีผลอะไรกับสิ่งเหล่านี้ คำตอบก็คือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในฮาร์ดดิสก์นั้นจะต้องใช้สนามแม่เหล็กที่มีกำลังภายในระยะทางที่สั้นเพียงแค่ 1 ในแสนมิลลิเมตรถึง 0.5 เทสลา ซึ่งนั่นหมายความว่าหากมีระยะทางที่มากกว่านี้ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนแผ่นจานแม่เหล็กของฮาร์ดดิสก์ก็จะต้องใช้สนามแม่เหล็กที่มีกำลังมากขึ้นเป็นลำดับด้วย ซึ่งในกรณีของแม่เหล็กนีโอเดียมที่พบเห็นกันทั่วไปนั้นก็มีกำลังของสนามแม่เหล็กที่ไม่แรงพอจะทำให้ข้อมูลเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้ เพราะการที่จะสร้างสนามแม่เหล็กขนาด 0.5 เทสลาขึ้นมาได้ มันจะต้องมีน้ำหนักอย่างน้อยถึง 200 กิโลกรัม นอจากนั้นภายในระยะประมาณ 1 เซนติเมตร สนามแม่เหล็กในสภาพทั่วไปของแม่เหล็กชนิดนี้มีกำลังเพียงแค่ 0.3 เทสลาเท่านั้น
อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ ถ้าคุณนำแม่เหล็กมาไว้ใกล้ๆ กับฮาร์ดดิสก์ในขณะที่มันกำลังทำงานอยู่ สนามแม่เหล็กที่แม่เหล็กปล่อยออกมาก็อาจจะทำให้หัวอ่านเขียนของฮาร์ดดิสก์เกิดการขยับเขยื้อนหรือกดทับลงไปบนแผ่นจานแม่เหล็กจนทำให้การเขียนข้อมูลเกิดการผิดพลาดได้ หรือทำให้ส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดของฮาร์ดดิสก์ได้รับความเสียหายจนสูญเสียข้อมูลได้เหมือนกัน
แหล่งที่มา : chip.in.th