แนะนำ ครับ มันเกิดเป็นความผิดแล้ว หลักง่ายๆ ผิดก็คือผิด คุณ ประวิงเวลามาเปนปี คือ ตอนที่โดนคงไม่รู้อาไร ในเมื่อโดนจับจึงเป็น บริษัทเขาจิงๆ จะมาโดน หมานำ หรืออาไรก็แล้วแต่ มันเกิดเป็นคดีจากทางบริษัทฟ้องมา แล้วจิงๆ นั้น ผมแนะนำ อย่าฟ้องกลับนะครับ เราเปนฝ่ายผิด นะครับหลักฐานอาไรก็ไม่มี ถึงมีน้ำหนักจะพอไหมในการที่จะให้ศาลเชื้อแล้วยกฟ้อง ก็เหมือนเอากระดาษไปทิ้งในกองไฟ โดนเผาหมด .. ไม่ใช้ว่าซ้ำเติมนะครับ ผมขอให้คุณตั้งสติ แล้วหาหลักฐานมาลบความผิดที่ก่อขึ้นให้เบาลง นำมาหักล้างกัน ... เพราะทำไปโดย อาไรก็ว่าไป จะว่าไม่ตั้งใจก็ไม่ได้ เพราะรู้อยู่แล้วซื้อมาก็ตั้ง 20 เครื่อง .. ให้ศาลพิพากษา โทษเบาที่สุด ให้ขอลดโทษ นะครับ ยังไง ก็ต้องติดคุกแน่นอน ความผิดครั้งแรก ไม่รออาญาก็โดนปรับ (ปรับโคตรแพง) ถ้าไม่มีเงินเสียค่าปรับให้จำคุกแทน ศาลจะพูดแบบนี้ .... แล้วจำคุก สมมุติปรับ 4แสนบาท คุณก็นับไปเลย วันละ 200บาท พูดง่ายๆ คุณไม่มีเงิน เราจ้างคุณไปขังเอง วันละ200 แทน หักไป แล้วกี่ปีจะครบ 4 แสน ..... ที่ผมบอกมานี่คือความผิดที่บริษัทเขาจับจริง ฟ้องจิง นะครับ แนะนำ ตามนี้ดีที่สุด ทางออกเดียว ...ให้หาหลักฐานขอลดโทด สะ ละอีกวิธีที่จะทำให้คุณพ้นจากความผิดไวขึ้น คือการรับสารภาพ แค่รับสารภาพ โทษของคุณจะเหลือแค่ครึ่งเดียว ... เคลียนะครับ
ไม่เข้าใจว่า ทำไมฟ้องกลับไม่ได้ล่ะคะ ถ้าตัวแทนที่รับมอบอำนาจมา เป็นแค่คนที่แอบอ้าง ไม่ใช่บริษัทผู้เสียหายจริง ๆ ถ้าเรารับสารภาพ ก็แปลว่า เงินที่เราต้องจ่าย คือจ่ายให้คนที่รับสมอ้างมาใช่ไม๊คะ แล้วอย่างนี้ ใคร ๆ ที่รับสมอ้างมาก็เป็นฝ่ายชอบธรรม ที่สมควรได้รับเงินใช่ป่าวคะ อธิบายหน่อยดิ เราไม่ค่อยเข้าใจ
ตอนแรกนึกว่า ต้องเป็นบริษัทที่เป็นผู้เสียหายจริง ๆ มาร้องทุกข์ให้จับ แล้วตำรวจก็จับตามขั้นตอนให้ถูกต้องเสียก่อนซะอีก เราเข้าใจผิดมาตลอดเลยใช่ป่าว ตกลง ผิดก็คือผิด ห้ามสู้ ห้ามฟ้องกลับ ให้ยอมจ่ายตังค์ ใช่ป่าวคะ