งั้นผมแนะนำให้ในสิ่งที่ผมเตรียมตัวที่จะขึ้นศาลนะครับ (อัยการยังไม่สั่งฟ้องแต่ผมเตรียมไว้ก่อน) เผื่อไปปรับใช้บ้าง เพราะผมว่าแนวทางคดีเรามันคงไม่ต่างกันหรอก หากคุณมีทนายก็คุยกับทนายถึงรายละเอียด แต่ผมไม่มีทนายก็ต้องค้นคว้าหาเอาเอง และแต่งคำให้ทนายอาสาเพื่อเดินในกลยุทธ์เดียวกันด้วย ลองเอาไปดัดแปลงดูครับ เพราะตอนนี้ผมยังร่าง ๆ ไว้ ยังต้องแก้ไขอีกเยอะ (หากพวกหมามาอ่านก็ให้มาอ่าน อย่างไงสิ่งที่ผมค้านไปถึงรู้ก็แก้ยากอยู่แล้ว)
1. ผู้เสียหายมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะฟ้องเราไหม ให้ฝ่ายโจทย์ยืนยันถึงใบโอนสิทธิ์จากผู้เสียหายจนถึงผู้ที่แจ้งความร้องทุกข์เรา ให้นำใบจริงทุกอำนาจช่วงมายืนยันด้วย ดูละเอียดที่
http://ict.in.th/294102. ผู้แจ้งความร้องทุกข์มีสิทธิ์ที่จะทำการแทนผู้เสียหายหรือไม่ ให้ตรวจดูใบตัวแทนลิขสิทธิ์ที่ออกให้โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ดูว่าหมดอายุแล้วหรือไม่ ดูว่าอยู่บริษัทที่จับเราหรือไม่ จากนั้นให้ดูคำแจ้งความร้องทุกข์ว่ามีข้อความกล่าวโทษเราถูกต้องหรือไม่ ดูเวลาว่าที่เราไปโรงพักกับที่แจ้งความ ใบแจ้งความต้องก่อนที่ตำรวจจะโทรให้เราไปโรงพักด้วย
3. การสอบสวนชอบธรรมหรือไม่ ตำรวจที่มาสอบเราได้แจ้งคำฟ้องร้องของพวกมันให้เราทราบละเอียดหรือไม่ ได้แจ้งสิทธิ์ของเราหรือไม่ ได้ให้เราอธิบายและแก้ข้อหาหรือไม่ (ตรงนี้ถามทนายน่าจะใส่ได้เยอะกว่านี้นะ)
4. พยานหลักฐาน คราวนี้ก็ใช้หลักฐานเราหักล้างหลักฐานของพวกมันเลยครับ จากนั้นก็หาพยานหลักฐานยืนยันว่าพวกนี้แต่งเรื่องขึ้นเพื่อใส่ความเรา ตอนนี้ถ้าหลักฐานเราเจ๋งก็จะขุดหลุมฝังพวกมัน เพื่อเตรียมทางไปสู่การฟ้องกลับพวกมัน
เสียดายที่คุณไม่ได้แจ้งความกลับ เพราะผมมีหลักฐานการแจ้งความกลับว่าพวกมันมากรรโชกทรัพย์ รวมทั้งมีพยานหลักฐานว่าพวกมันมาขู่กรรโชกทรัพย์ และลักทรัพย์เอาไปใส่ความเรา ทำให้พยานหลักฐานมันใช้ไม่ได้ และมีอีกเยอะที่ผมเตรียมไว้เล่นมัน
หวังว่าคุณคงมีแนวทางที่จะต่อสู้แล้วนะครับ ลองร่าง ๆ ดูแล้วก็นำมาให้อาจารย์แมวขัดเกลาให้ เพราะของผมต้องดูก่อนว่าอัยการจะสั่งฟ้องไหม ถ้าเกิดขี้เกียจไปศาลขึ้นมาอาจจะเล่นอัยการเหมือนที่อาจารย์แนะก็ได้
สู้ ๆ นะครับ ลำบากนิดหนึ่งตอนเตรียมตัว แต่จะสบายเมื่อเราไปขึ้นศาล