วันนี้คุณกด Like แล้วหรือยัง
ตอนนี้ขอเปิดกระทู้ใหม่ดีกว่า ดันกระทู้เก่าไม่อยู่ อัยการนัดเลื่อนฟัองมาเป็นวันที่ 27 กันยายน 2554 เพราะไปตามนัดเมื่อประมาณเดือนที่ผ่านมา ก็ได้รับแจ้งว่าเลื่อนออกไปเพื่อให้อัยการนัดสืบพยายายเพิ่ม ตอนนี้แหละครับเป็นความรู้จะเล่าให้ฟัง ถ้ารู้แล้วก็ขออภัย คำว่า นัดสืบพยานเพิ่ม ไม่ใช่ว่าอัยการจะนัดสอบปากคำเราครับ ผมเข้าใจผิดมาตลอด มันหมายความว่า อัยการส่งสำนวนกลับให้รอ้ยเวรเจ้าของคดี หาหลักฐานเพิ่มเพื่อมัดตัวเราครับ นั่นหมายความว่าคดีมีมูลแล้ว อัยการไม่แน่ใจ สรุปแล้ว พอไปตามนัดในวันที่ 27 ที่ผ่านมา ปรากฎว่า ทางสำนักอัยการส่งสำนวนฟ้องศาลในวันนั้นเลยครับ ผมแทบตั้งตัวไม่ทัน เพราะไปคนเดียวโดดๆ ดีที่ทำหนังสือประกันตัวเองไปด้วย ในระหว่างที่รอการส่งสำนวนฟ้องไปที่ศาลทรัพย์สินฯที่กรุงเทพ ผมต้องไปรอในโซนฝากขังผู้ต้องหา (อยู่หน้าคุกนี่เอง) ขนาดปวดเยี่ยวยังไม่กล้าเดินไปเข้าห้องน้ำเลยครับ เพราะถ้าเข้าห้องน้ำต้องเดินไปเข้าในคุก ^^ โชคดีที่ทางตำรวจก็เป็นกันเองอนุญาตให้เราออกจากโซนฝากขังสามารถมานั่งข้างนอกได้บ้าง แต่ก็เกรงใจตำรวจอยู่เหมือนกัน เขาก็ให้เกียรติเราดี ไม่ถือว่าเป็นผู้ต้องหา เป็นประชาชนคนเดินดินธรรมดา ในขณะที่รอ ก็มีเจ้าที่มาบอกว่าเราให้การปฏิเสธในชั้นตำรวจดังนั้นจะต้องหาหลักทรัพย์เพื่อไปประกันตัว ก็เลยไปติดต่อในแผนกประกันตัว ปรากฎว่า เขาดูตามตารางเปรียบเทียบความผิด เรียกวงเงินประกันถึง 120,000 บาท ก็ตายกันพอดี คดีร้ายแรงมากๆครับ กลัวคนร้ายหนีมั้ง ก็เลยเรียกซะ คดีฆ่าคนตายยังอาย พอบอกเจ้าหน้าที่เขาว่าทำไมวงเงินประกันตัวมันสูงนักก็ในเมื่อทางรองผกก.ตำรวจแห่งชาติก็ออกมาแถลงรอบหนึ่งแล้วว่าเงินประกันตัวคดีนี้ มันไม่น่าจะเกิน 50,000 บาท ก็ได้รับคำตอบว่า "งั้นคุณก็ไปประกันตัวกับรองผู้กำกับฯแห่งชาติและกัน" เป็นคำตอบที่ทำให้รู้สึกดีมากๆ ก็เลยเดือนร้อนเพื่อนฝูงครับ หลักทรัพย์ไม่พอ(เอาตำแหน่งค้ำ) เพราะเขาดูจากยอดเงินสุทธิที่เหลือถ้าเป็นข้าราชการสามารถประกันตัวได้เพียง 10 เท่าของเงินเหลือสุทธิ ให้ตายเงินเดือนข้าราชการผู้น้อยคนไหนจะเหลือถึงบ้างวะ ก็เลยเดือนร้อนเพื่อนต้องวิ่งมาสมทบ เอาหลักทรัพย์มาเพิ่ม ทีนี้โชคหรือไม่ก็ไม่น่ามีประโยชน์ เห็นผู้พิพากษาเดินมาสั่งงานอะไรเจ้าหน้าที่ในห้องประกัน ทางเจ้าหน้าที่ก็เลยถามถึงวงเงินประกันที่ต้องใช้ว่าตกลงเป็นเท่าไรกันแน่ สรุปแล้วมันเหลืออยู่แค่ 60,000 บาท แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเรียกเพื่อนมาแล้วและวงเงินประกันมันก็เกินไปแล้ว แต่ก็ช่างหัวมัน ที่บอกนี้ก็เพื่อเป็นวิทยาทานกับคนที่ยังไม่รู้
พอทำหลักฐานการประกันตัวเรียบร้อย (ออลืมบอกไปนิด ในขั้นตอนการทำหลักฐานประกันตัว จริงๆแล้วเขาจะให้ญาติเป็นคนติดต่อทำเท่านั้นไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาดำเนินการเอง เพราะผู้ต้องหาต้องโดนกักบริเวณอยู่ในโซนฝากขัง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในศาลท่านอนุโลมให้ก็เลยโชคดีไป) จนมั่นใจได้ว่า ยังไงวันนี้ไม่ติดคุกฟรีแน่ ก็เลยกลับมานั่นรอที่ฝากขัง(เกรงใจตำรวจ เพราะเขาอุตสาห์ช่วยหลายๆอย่าง) เวลาผ่านไปถึง 16 นาฬิกาเศษ ได้รับแฟกซ์กลับมาจาก ศาลทรัพย์สินฯกรุงเทพ ตำรวจก็เลยบอกว่าเดียวจะพาไปห้องอีกหนึ่ง แป๊ปเดียว ผมก็เลยเดินตามไป พอเข้าไปในห้องทำงาน (มีเจ้าหน้าที่หลายคน ไม่แน่ใจว่าเป็นห้องอะไร คล้ายๆออฟฟิซทำงานทั่วไป) ตำรวจก็เดินมาหยิบแขนเสื้อทำทีเป็นจูงเดินเข้าไปหยุดหน้าห้อง(ปกติถ้าเป็นบริษัทก็น่าจะเป็นห้องผู้จัดการ) มาเข้าใจอีกทีก็ตอนตำรวจบอกว่า ให้ก้มทำความเคารพ คนข้างในห้องก็อ่านสำนวนฟ้องของอัยการให้ฟังๆๆๆๆๆ และถามว่าให้การปฏิเสธใช่หรือไม่ เราตอบว่าใช่ และก็ถามคำถาม เชิง เบ่งก้ามขึ้นเสียงใหญ่ๆ ข่มขู่เหมือนเป็นยมบาล แต่ขอโทษ กุไม่ได้กลัวเลยว่ะ แต่กุตกใจเสียงเมิง จบแล้วก็ให้ก้มคารวะ ก็ออก เพื่อรับหมายนัดขึ้นศาลอีกทีในวันที่ 26 ตุลาคม 2554 เห็นเขาบอกว่าเป็นวันนัดพร้อม (ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรรู้แต่ว่าต้องหาทนายความมาด้วยในวันนั้น) พอดีมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในศาลที่เป็นคนคอยวิ่งสำนวนในศาล บอกว่าคดีนี้แนะนำว่าถ้าจะสู้เพื่อเอาชนะ ให้จ้างทนายข้างนอกเองดีกว่าใช้ทนายอาสา โอกาสชนะสูงเพราะที่ได้ฟังมายังไงสู้ได้สบายๆ(เจ้าหน้าที่คนนี้ก็นั่งอยู่ในห้องตอนนี้ฟังผู้พิพากษาอ่านสำนวน) ก็เลยได้จัดแจงหาทนาย ตกลงคุยกันได้ที่ 15,000 บาท
ผ่านไปสำหรับเรื่องราวในศาล ทีนี้ มีดูความประหลาดของสำนวนนิดหนึ่ง
1. สำนวนฟ้องของตำรวจและในหมายเรียก ระบุว่า ผู้เสียหาย คือ บริษัทบริหารทรัพย์สินทางปัญหาฯ โดยนางสาวพัชรีพรรณ เอ็นดู (เป็นลูกน้องของ วิเชียรรอมณี) แต่พอสำนวนออกจากอัยการ ผู้เสียหายที่ 1. คือ บริษัท พีจีเอ็ม เรคคอร์ดจำกัด ผู้เสียหาที่ 2. คือ บริษัท เอ็มดี เทปจำกัด มันมาจากไหนหว่า
2. ในสำนวนบอกว่าได้กระทำการละเมิดลิขสิทธ์ โดยการ ทำซ้ำ คัดหลอก หรือ ลอกเลียนแบบ และเผยแพร่ะต่อสาธารณชน ในงาน ดนตรีกรรมฯ โดยการถ่ายทอด เนื้อร้อง คำร้อง,และทำนอง "โปรแกรม คาราโอเกะ ที่มีแต่ตัวหนังสือ มันมี คำร้องตรงไหนวะ "
3. มันใส่ความเราว่า เพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อเครื่องฯมือสอง เลยได้ลงเพลงอันมีลิขให้แก่นางสาวพัชรพรรณ และลูกค้าคนอื่นๆ (ดูมันทำ ลูกค้าคนอื่นๆ เครื่องนี้คือเครื่องแรกเลย มีหลักฐานยืนยัน)
4. ถ้าในสำนวนของตำรวจ เราก็บอกไปแล้วว่าเราไม่ใช่เจ้าของร้าน แต่ตำรวจก็ยังจะฟ้องเรา และ อัยการมันไม่ได้อ่านสำนวนของตำรวจหรือยังไง
สรุป อัยการมันเล่นงานเราแล้ว สงครามนี้ นอกจากจะสู้กับพวกหมาแล้ว ยังต้องต่อสู้กับศัตรูที่อยู่ติดกับกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจและก็อัยการครับ สรุป หากใครใจไม่สู้ ผมรับรองว่าท่านอาจจะเกิดอาการจิตตกแน่ๆ แต่ของผมโชคดีหน่อยที่ยังพอมีสี ให้สู้กับพวกคนเหล่านี้ได้บ้าง
ปล. มีเรื่องตลกๆ แต่ไม่ตลกสำหรับบางคนเล่าให้ฟัง ในระหว่างนั่งรอในโซนฝากขัง ก็มี ผู้ต้องหาอีกรายเป็นผู้หญิงอายุราวๆ 40 อัพ มาพูดให้ฟังว่า โดนตำรวจ(สภ.เดียวกันกับผม)จับข้อหาขายหวยใต้ดิน แรกๆผมก็คิดว่า โดนซะบ้างก็ดี แต่พอได้คุยกันในเชิงลึกๆแล้ว ผู้หญิงคนนี้มาจากบุรีรัมย์ ขับมอเตอร์ไซด์ เร่ขายของมีถุงปุ๋ยบรรจุถั่วลิสงสดติดท้ายรถเพื่อขายนำเงินไปจุนเจือครอบครัว พอมาถึง จุดสี่แยก บริเวณที่เกิดเหตุ ตำรวจขอดูใบขับขี่ (ผู้หญิงคนนี้มีทุกอย่างครบตามกฎจราจร) ปรากฎว่า เปิดกระเป๋าเงินพกเพื่อที่จะเอาใบขับขี่ให้ตำรวจดู ตัวเองก็ลืมดูว่ามันมีอะไรติดไปด้วย ปรากฎว่า ตำรวจพบ ใบหวยที่ซื้อ (ไม่ใช่ขายนะครับ ใบหวยที่เจ้ามือหวยออกให้เวลาซื้อหวยใต้ดิน ใครเคยซื้อก็จะรู้) ก็เลยยัดข้อหาว่าจำหน่ายหวย โดยหลักฐานที่พบก็คือ โพยหวย (มันเรียกว่าโพยหวยตรงไหนวะ) ส่งตัวฟ้องมาที่ศาลรัตนบุรีเหมือนกัน โดนเสียค่าปรับไป 1,500 บทท แต่เผอิญว่าผู้หญิงคนนี้ เพิ่งจะออกมาจากบ้านโดยสุ่มเดินทางมาเพื่อที่จะขายในฝั่งทางนี้ของก็ยังไม่ทันจะขายได้ ลูกและแม่แก่ๆก็รอที่บ้าน ไม่มีเงินชำระค่าปรับ เธอก็เลยพูดในเชิงในๆว่า ถ้าไม่สามารถติดต่อให้ญาติมาจ่ายค่าปรับได้ คงต้องทำงานชดใช้อยู่ที่ศาลนี้ก็น่าจะ 7 วัน แล้ว คนที่รออยู่ทางบ้านจะกินอะไรกัน ท่านดูตำรวจมันทำสิครับ อีกอย่างขอบอกว่า ตำรวจโรงพักนี้ทำงานดีมากๆ ขนาดเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค ของบริษัท TOT ยังบ่นเลยครับ ว่า "ผมขับรถไปให้บริการลูกค้าทั่วประเทศไทย ทุกๆภาคตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยโดนด่านตำรวจที่ใดในประเทศ จับรถบริษัท TOT มีที่นี่แห่งเดียวในประเทศไทย ผมเพิ่งจ่ายค่าปรับไป 200 บาท เขาบอกว่าเป็นรถดัดแปลง" ท่านดูสิครับว่าตำรวจมันเกินแก่เหตุหรือไม่ อีกราย เป็นครูเล่าให้ฟังว่า มีโดนด่านตรวจ ตำรวจเรียกขอดูสำเนาคู่มือรถ แต่ ปรากฎว่าครูคนดังกว่าไม่มีสำเนา บอกว่ามีแต่ฉบับตัวจริง และยื่นให้ดู แต่ตำรวจก็เรียกไปเสียค่าปรับอยู่ดี 200 บาท บอกว่าไม่มีสำเนาคู่มือรถ (มันจะเอาสำนเามาให้_อมันดูหรือไง ฉบับจริงก็มี) ชาวบ้านไปไร่ไปนา ไม่ได้ลำบากมากๆ ไปนาต้องใส่หมวกกันน๊อค ถ้าเป็นในเขตตัวเมืองนะตั้งด่านผมไม่ว่าเลย แต่นี่มัน โ_ตรบ้านนอก ดีอยู่อย่างที่ยุคเกวียนมันหมดไปแล้ว มองซ้ายก็ป่า มองขวาก็ทุ่งนา มันจะมาตั้งจับ_อมันหรือไง พูดมาก็เกิดอาการโมโห ขอจบเพียงเท่านี้ครับ ใครอยากรู้มาดูเอาเองมีเด็ดๆกว่านี้อีกเยอะ สุดบรรยายน่าจะสั่งย้ายทั้งโรงพักไปตั้งด่านอยู่แถบชายแดนภาคใต้ เพราะทำงานขยันกันจัง