
ผมหละแปลกใจจริงๆ ว่าทำไมแคทคาลิสถึงไม่ยอมเอาตัวเต็มมาขายพร้อมกับตัวเวอร์ชั่นเสียงไทยอย่างเดียว แต่ก็ช่างเถอะ เพราะตอนนี้ตัวเต็มก็ได้นำมาขายกันแล้ว เป็นหนังอีกเรื่องที่ผมเล็งไว้เลยว่าจะต้องไปดูในโรงแน่ๆ แต่เนื่องจากช่วงเดือนนั้นหนังออกแผ่นเยอะ ทำให้ผมหมดเงินไปกับแผ่นเยอะ (ปกติเวลาผมไปดูหนังมักจะซื้อป็อบคอร์นด้วย และผมเป็นคนกินจุ ทำให้เวลาไปดูหนังแต่ละรอบ เผลอๆ เสียเงินมากกว่าหนังแผ่นอีก) จนพอรู้ว่าแผ่นออก ผมเตรียมเงินไปซื้อทันที (แรกๆ ก็ว่าจะไม่ซื้อบลูเรย์ด้วย แต่เห็น S / F ให้เยอะ ยั่วใจ ซื้อซะเลย เพราะก่อนหน้านี้ผมก็เคยดูตัวอย่างเรื่อง RIO แบบบลูเรย์เหมือนกัน)
เนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องกล่าวถึง บลู นกสีนํ้าเงินที่ถูกพวกลักลอบขายสัตว์ป่าลักพาตัวมาขาย แล้วก็มาพบกับลินดา เด็กสาวที่มาเจอโดยบังเอิญ (ชื่อยังกับคนไทย) เธอเลี้ยงดูบลูจนกระทั่งเธอโตและทำงานเปิดร้านขายหนังสือ และแล้วก็มีชายคนหนึ่งมาจากบราซิล มาบอกว่าบลูเป็นนักตัวสุดท้ายของสายพันธุ์ จึงอยากให้ไปผสมพันธ์กับตัวเมีย ประเด็นคือ ยังไม่ทันจะได้กิ๊กกันเลย กลับเจอพวกลับลอบขโมยนกไปขายลักพาตัวไปอีกแล้ว (ซวยซํ้าซวยซ้อน) เนื้อเรื่องหลังจากนี้ไปหาซื้อดูเองโลด เพราะมากกว่านี้ก็สปอยแล้วหละครับ
วิจารณ์
เห็นทีผมต้องมองค่ายสตูดิโอ Blue Sky Studio ใหม่ซะแล้วหละครับ เพราะสำหรับวงการหนังแอนิเมชั่นนั้น มีอยู่สามค่ายที่ผมนับถือว่าเป็นค่ายที่สร้างสรรค์หนังแอนิเมชั่นที่ดีที่สุดในโลก นั่นก็คือ ดิสนีย์ , พิกซ่าร์ และ ดรีมเวิร์ค และค่ายนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นด้วยว่าทำหนังเรื่องอื่นก็มีคุณภาพได้ดีเหมือนกับเรื่อง Ice age เหมือนกัน
ตัวเนื้อเรื่องนั้นดำเนินตามสูตรสำเร็จของหนังแอนิเมชั่นแนวผจญภัยทั่วๆ ไป ซึ่งถ้าใครผ่านตาหนังแอนิเมชั่นมาหลายเรื่องก็จะพบเลยว่าการดำเนินเรื่องคล้ายๆ กันเลย นั่นก็คือ ตัวละครเป็นสัตว์ แล้วก็จะแบ่งออกเป็นสองพวก เช่น ชื่นชอบมนุษย์ และเกลียดมนุษย์ เป็นต้น แต่ที่ต่างก็คือ ตัวหนังมีจุดค่อนข้างที่จะหักมุมเล็กน้อย และมีฉากกระตุ้นอารมณ์ให้เราลุ้นเอาใจช่วยกันตลอด แต่เอาจริงๆ ถ้าจะเทียบกับเรื่อง HOP แล้วหละก็ เรื่อง Hop จะทำให้เราลุ้นกันตัวโก่งมากกว่า เรื่อง RIO จึงอยู่ในระดับพอดี
บลูเป็นนักที่อาศัยอยู่กับเจ้านายตัวเอง ลินดา มาสิบห้าปี (อายุขัยในหนังแอนิเมชั่นมักจะยืนยาวกว่าชีวิตจริง) วันๆ เขาก็ไม่เคยได้ออกไปไหน ได้อยู่แต่ในบ้าน ทำให้บลูออกทำนองเด็กติดแม่และไม่ค่อยกล้าเผชิญกับโลกภายนอก เอาประมาณว่า ออกแนวฉลาด คำนวณเก่ง ไม่ค่อยทำตามความรู้สึกตัวเองเท่าไหร่นัก และบลูจะมีจุดอ่อนอยู่อย่างก็คือ บินไม่ได้ เพราะไม่เคยบิน และเจ้าตัวก็ไม่เคยคิดจะบิน ซึ่งก็เปรียบเสมือนกับคนเราที่จะต้องมีของที่ไม่ถนัดหรือปมด้อยอะไรสักอย่างอยู่บ้าง และตัวหนังก็สอนว่า สิ่งนั้นๆ นะ จะทำให้เราก้าวข้ามความกลัวสิ่งนั้นเพื่อให้เราชนะอุปสรรคตัวนั้นได้รึเปล่า
ส่วนจิล นกนางเอกของเรานั้นออกแนวทำนองสาวแกร่ง (เดี๋ยวนี้เริ่มจะมีแนวนางเอกแกร่งๆ หรือเก่งกว่าผู้ชายหลายเรื่องเหมือนกันนะ) แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ออกทำนองแกร่งมากมาย เธอเป็นหญิงสาวที่ออกแนวน่ารักอยู่ ประมาณว่าเธอจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูเห็น แต่ที่ผมชอบอย่างก็คือ จิลเป็นนางเอกในหนังไม่กี่เรื่องที่มีเหตุผล กล่าวคือ ส่วนใหญ่แล้วตัวละครผู้หญิงมักจะไร้เหตุผลในหนังหลายเรื่อง เนื่องจากใช้อารมณ์เป็นหลัก ทำให้การจับคู่ของตัวเอกนางเอกเรื่องนี้เข้าขากันได้ง่ายไว บลูเน้นเหตุผลมากกว่าการกระทำ ส่วนจินถึงจะเน้นอารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่เธอก็ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ บ่งบอกให้เห็นว่าสองคนนี้เป็นคู่กันจริงๆ เอ๊ะ ก็เป็นคู่กันอยู่แล้วนี่นา
การดำเนินเรื่องนั้นทำออกมาได้รวดเร็ว ต่อเนื่อง เข้าเรื่องไว และใช้ "ความน่ารัก" ในการหลอกล่อคนดู (ผมฟันธงว่าอย่างน้อยสาวๆ ที่ดูเรื่องนี้ก็ต้องอุทานว่า "อุ้ย น่ารักจัง" แน่ๆ) พอเข้าเรื่องเสร็จแล้วก็จะเล่นการแสดงตัวละครที่ออกแนวกึ่งบ้าในระหว่างฉากคุย ทำให้ฉากคุยในหนังเรื่องนี้ไม่น่าเบื่อ จะมีฉากคุยกันแบบธรรมดาก็เลยองค์ที่สองไปแล้ว เรียกได้ว่าทีมผู้สร้างหนังเรื่องนี้ฉลาดมาก ที่ทำให้หนังดูไม่น่าเบื่อตั้งแต่ต้นเรื่อง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กมักจะไม่ค่อยชอบฉากคุยกันเท่าไหร่ (อย่างในเรื่อง Star wars สมัยเด็กๆ ผมจำได้เลยว่าหนังสนุก แต่ดูทุกภาคแล้วหลับทุกภาค เชื่อไหมหละ)
ตอนที่ผมเห็นเทลเลอร์หนังเรื่องนี้ เห็นมีการแนะนำตัวละครกันอื้อซ่า ผมมานั่งคิดอยู่ว่า ตัวละครเยอะแบบนี้แล้วเวลาตูดู ตูจะจำได้ไหมเนี่ย ?? แต่พอหนังดำเนินแล้ว มีการแนะนำตัวละครแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ละตัวละครจะเป็นนกต่างสายพันธ์ แต่ละตัวก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป ทำให้คนดูสามารถแยกตัวละครออกได้ในทันทีแม้ว่าจะจำชื่อมันไม่ได้สักตัวก็ตาม ให้ลองสังเกตตัวละครที่เป็นหมาบลูด็อกดู เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมทีมงานถึงเลือกหมาพันธุ์นี้ ทำไมไม่เอาพันธุ์อื่น ? เพราะบลูด็อกมีนํ้าลายไหลจากปากตลอดเวลา ทำให้คนดูเห็นปั้บ จำได้ทันที เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องชื่นชมทีมงานผู้สร้างมาก
อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบก็คือ ฉากลุ้น ฉากไล่ล่า และฉากแอ็คชั่น มีแทรกมุขตลอดกันแทบทุกฉาก ซึ่งมีหนังไม่กี่เรื่องที่จะแทรกมุขมา และแทรกมาได้อย่างลงตัวด้วย ทำให้คนดูสามารถดูแล้วเพลิดเพลินและเกิดอาการ "ติด" หนังเรื่องนี้และเกิดอาการ "อยากดูต่อ" ให้ต่อเนื่องทันที (แผนการนี้อาจใช้กับผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยดูหนังเด็กๆ ได้เท่าไหร่นัก)
พูดถึงหนังแอนิเมชั่น ก็ต้องพูดถึงเพลงที่แทรกเข้ามาในหนัง สถานที่เกิดเหตุของหนังเรื่องนี้ก็คือบราซิล เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าดนตรีพื้นเมืองสนุกและมีชีวิตชีวามาก ดังนั้นบทเพลงในหนังเรื่องนี้จึงมีการโมเพลงบราซิลให้เป็นสากล (แนวๆ เดียวกับการเอาดนตรีไทยมาโมเหมือนวงคาราบาวนั่นแหละครับ) ทำให้เพลงและดนตรีของเรื่องนี้มีเสน่ห์อย่างมาก และตราติดคนดูอย่างรวดเร็ว ถึงคนดูจะจำเนื้อร้องมันไม่ได้ แต่เพลงที่ร้องว่า "ริโอ" นั้นจะต้องตราตรึงในหัวของทุกคนแน่นอน
มาพูดถึงเรื่องภาพกัน แอนิเมชั่นของหนังนี้ ตัวละครจะมีนกกันเยอะมาก ซึ่งมีการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติและเลียนแบบท่าทางของคนใส่เข้าไปด้วยอย่างสมบูรณ์ไม่ติดขัดและไหลลื่น เอาง่ายๆ ก็คือ เรื่องปีกของนก เขาไม่ทำให้เห็นว่ามันเป็นแขนคนเลย ยังเป็นการกระพืออยู่ (แม้ว่าในหนังจะสื่อว่าเหมือนแขนคนก็ตาม) จะมีบางส่วนที่ติดขัดกันบ้าง เช่น ท่าทางของพวกลิงที่ทำออกมาเหมือนคนมากไปในบางครั้ง แต่การทำแอนิเมชั่นของนกเรื่องนี้ก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเมื่อเด็กบางคนดูจบ จะเกิดอาการอยากกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นนกทันที (ผมก็เผลอคิดแบบนั้นเหมือนกันพอดูจบ -*-)
ความละเอียดของภาพนั้น ในคุณภาพของบลูเรย์นั้นผมต้องขอบอกว่า ภาพสวย เนียบ และสมจริงอลังการมาก ซึ่งฉากแรกที่เปิดเรื่องออกมาก็ตราตรึงในตาของผม จนผมต้องอุทานว่า "สวยอ่ะ" แต่ทว่า ในเรื่องกลับไม่ได้มีความละเอียดแบบนี้ทุกฉาก ซึ่งแผ่นบลูเรย์นั้นเผยความจริงออกมาให้เห็นว่าฉากหลังบางส่วนนั้นเป็นภาพสีนํ้า ซึ่งทำเหมือนหนังแอนิเมชั่นบางเรื่อง ประเด็นคือ เมื่อเอามาดูกับแผ่นบลูเรย์แล้ว มันขัดตามาก จนแบบว่า ทุกฉากมันดูสวยงามสมจริงหลอกคนดูได้ แต่พอมีฉากสีนํ้าปรากฎ ทำให้เปลี่ยนอารมณ์เลยว่า ของปลอมนี่หว่า และฉากบางฉากทำเหมือนภาพกราฟฟิกในเกมมาก (ใครเล่นเกมบ่อยๆ จะรู้ว่าภาพกราฟฟิกในเกมมันจะไม่ได้สมจริงเหมือนในหนังเมื่อมาเทียบกัน)
ซึ่งความละเอียดของภาพนั้น ผมขอเทียบกับบลูเรย์อีกเรื่องเลยดีกว่า นั่นก็คือ เรื่องเมก้ามาย ซึ่งมองเห็นฉากที่เป็นสีนํ้าชัดเจนมาก ชัดเจนจนแบบน่าเกลียดไม่กลมกลืนกันเลย จนผมเผลอคิดว่า เล่นง่ายไปปะ ? ซึ่งพอมาดูในเรื่อง Rio แล้ว ฉากสีนํ้ามีน้อย นอกนั้นละเอียดยิบล้วนๆ โดยเฉพาะฉากในป่า ที่ทำออกมาได้สวยสดงดงามมาก และที่เจ๋งกว่าก็คือ ทีมสร้างเนรมิตเมืองในประเทศบราซิลออกมาได้ละเอียดทุกซอกทุกมุม ไม่ต้องขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวให้เสียเวลาละ ดูในหนังเรื่องนี้เอาก็ได้ และไม่รู้ผมคิดไปเองไหม ฉากพระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด เหมือนพัทยาบ้านเราเลยแฮะ (ฉากงานเทศกาลนั้น ใน DVD คุณอาจไม่สังเกต แต่ในบลูเรย์ ละเอียดยิบทุกตัวละคร และท่าทางเคลื่อนไหวไม่เหมือนกันทุกคนด้วย)
มาดูเรื่องของเสียงนั้น เสียงในหนังเรื่องนี้ไม่ได้ออกแนวกระหึ่มสะใจเท่าไหร่นัก ออกแนวฟังแล้วสบายหูเสียมากกว่า (ผมหละแปลกใจว่าทำไมเร่งเสียงลำโพงเกินครึ่งแล้วทำไมเสียงมันยังเบา ฟังไม่ได้อารมณ์เท่าไหร่ เพราะปกติผมปรับเสียงไม่ถึงครึ่ง เสียงก็ดังแล้ว อ้อ ผมไม่ได้มีตัวเครื่องแยกเสียงนะครับ ลำโพง 5.1 ธรรมดา) ส่วนเสียงพากษ์ก็ต้องบอกว่ายอดเยี่ยม จะมีขัดหูผมบ้างก็มีตัวนางเอกเนี่ยแหละ เพราะบางฉาก เหมือนเธอจะหลุดนํ้าเสียงออกมาว่า "คนพากษ์มีอายุแล้ว" ขออภัยแฟนๆ คนพากษ์คนนี้นะครับ แต่ก็เป็นแค่ไม่กี่ฉากเท่านั้น
ทีนี้มาดูของแถมในแผ่นบลูเรย์กัน ใครซื้อเวอร์ชั่น DVD รู้สึกจะมี S / F มาให้ 2 - 3 อย่าง บางหัวข้อก็น่าจะได้เหมือนกัน ลองดูนะครับ
- ฉากโดนตัด ตัวละครลงสี แต่ฉากอื่นๆ ไม่ลงสี ความยาว 1.28 นาที ฮามาก
- ท่องโลกของริโอ บอกรายละเอียดของประเทศบราซิลและข้อมูลจริงที่เอามาทำหนัง มีทั้งเนื้อหา , ภาพของจริง และบรรยายจากทีมผู้สร้าง เยอะมาก ประเด็น ไม่มีซับไทยและซับอังกฤษ - - * (เสียดายมาก)
- เบื้องหลังการให้เสียงและพบกับทีมพากษ์ , การทำแอนิเมชั่นตัวละคร ความยาว 25 นาทีโดยประมาณ
- เบื้องหลังการทำเพลงประกอบ ความยาวประมาณ 8 นาที
- เบื้องหลังการทำเพลงซาวแทรด (มีอีก) ความยาวประมาณ 12 นาที
- จับเอาตัวละครในเรื่องมาเต้นตามเพลงต่างๆ ด้วยท่าเต้นแซมบ้า ซึ่งเป็นการสอนเต้นท่าแซมบ้าด้วย (ถ้าคุณสามารถเลียบแบบท่าเต้นแบบสัตว์ได้นะ) ความยาวประมาณ 10 นาที
- มิวสิควีดีโอ (เพลงปิดของหนังจังหวะเพลงแซมบ้า) แต่เอาภาพในหนังมาเรียงกันใหม่) ความยาวประมาณ 1 นาที 10 นาที ไม่มีซับ (ไม่จำเป็นต้องมีละมั้ง)
- มิวสิควีดีโอ (เพลงปิดของหนังตอนเครดิตขึ้น) มีการจับเอาตัวละครมาแจมกับนักร้อง ความยาวประมาณ 1 นาที 40 วินาที
- เพลงประกอบภาพยนต์ที่แทรกอยู่ในหนัง (มีเฉพาะเพลง ก็คือ เอามาดูเฉพาะเพลงได้เลย)
- สร้างโปสการ์ดจากภาพยนต์ (เลือกฉาก > เซฟภาพ > ปรับขนาดภาพ > ใส่ข้อความ > ใส่ภาพโลโก้หนัง พวกตัวละครอะไรทำนองนี้)
- เมืองริโอของจริง (เบื้องหลังการนำฉากเมืองริโอ มาทำเป็นหนัง ความยาวประมาณ 9 นาที)
- ตัวอย่างภาพยนต์ (ตัวอย่างตัวเต็มที่ยาวๆ)
- เทลเลอร์ตัวอย่างเกม นกโกรธ เวอร์ชั่น RIO (โหลดมาเล่นได้ฟรี แค่เว่อร์ชั่นทดลองนะจ๊ะ) มีซับไทย
- เอาตัวการ์ตูนนกโกรธใส่เข้ามาในหนัง RIO ความยาวประมาณ 2 นาที
- เทลเลอร์แนะนำเอารหัสในกล่อง dvd เอาไปเล่นเกมนกโกรธเวอร์ชั่น RIO มีซับไทย (ดันมีซับไทยมาให้ด้วยเนอะ)
** ทุกอย่างที่ผมกล่าวมา มีซับไทยหมด ยกเว้น ท่องโลกภาพยนต์ , เอาตัวละครมาเต้น , สร้างโปสเตอร์ และตัวอย่างภาพยนต์ ซึ่งก็งงๆ ว่าทำไมตรงท่องโลกถึงไม่ใส่ซับไทยมาให้ ทั้งๆ ที่มันเป็นสารคดีความรู้ทั้งนั้นเลย)
และของแถมที่ไม่ว่าคุณจะซื้อ DVD หรือบลูเรย์ก็ตาม คุณจะได้เหมือนกันหมดก็คือ โค้ดรหัสในการปลดล็อคด่านใหม่ของเกม นกโกรธเวอร์ชั่น RIO ซึ่งตัวเกมนี้สามารถดาวโหลดมาได้ฟรี แต่โค้ดนี้จะปลดล็อคด่านพิเศษให้หนึ่งด่าน ซึ่งเป็นของแถมที่น่าสนใจมาก เพราะสามารถเล่นได้ทั้ง PC . MAC รวมไปถีงมือถือด้วย แต่เรื่องโค้ดระวังนะครับ เติมแล้วเติมเลย จะลักไก่ไปเติมเครื่องอื่นไม่ได้นะครับ อิอิ
สุดท้ายนี้ (เหมื่อยนิ้วเหมือนกันวุ้ย) ถ้าถามถึงความคุ้มค่า เรื่องของระบบภาพนั้นก็ต้องบอกว่า ในระดับ DVD ถึงว่าคุ้มราคามากอยู่แล้ว (คุ้มกว่าเรื่อง HOP ที่สเกลภาพไม่ละเอียดชัดเท่าเรื่องนี้) แต่เรื่องภาพในระดับ HD ก็ไม่ได้เนียบเท่าเรื่องนกฮูกโซเรน แต่ก็ถือว่าดีกว่าหนังหลายเรื่องที่จับมาทำบลูเรย์แล้วไม่คุ้มราคาเท่าไหร่ ซึ่งโดยส่วนตัวผมแล้ว ตรง S / F ตรงสารคดีถ้ามีซับไทยมาให้ ก็จะคุ้มราคา 850 อยู่หรอก แต่นี่ผมรู้สึกเหมือนคุ้มราคาแค่ 600 - 700 เท่านั้น เนื่องจากต้องรอเวลาแผ่นออกที่ต้องใช้เวลานานพอสมควรอีกต่างหากด้วยครับ แต่หนังเรื่องนี้ ใครรักหนังแอนิเมชั่นแล้วพลาดเรื่องนี้ คุณจะเสียใจครับ
จุดเด่น
- เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย เข้าถึงไว แยกแยะตัวละครได้ ความละเอียดของภาพที่สดใสและละเอียด ทำให้เหมาะในการดูหลายรอบ
- ความละเอียดของภาพถี่ยิบ ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ อลังการหลายฉาก
- เพลงประกอบสนุกสนาน เร้าใจ มีเสน่ห์ และสนุกสนานมาก
- มีมุขตลกฮาๆ เก๊กแทบทุกมุขแทรกมาตลอด และฮาก๊ากได้ใจ
- หนังไร้ความน่าเบื่อ ไร้ฉากเสียนํ้าตา สมบูรณ์และแฮปปี้แองดิ้น
- ของแถมได้ใจ สุดยอด!
ข้อด้อย
- ฉากสีนํ้าที่เป็นฉากหลังไม่กี่ฉากที่พอมาดูแผ่นบลูเรย์แล้วขัดตาชอบกล
- ตรงนี้ขอแอบบ่น ของแถมที่เป็นท่องโลก RIO สารคดีนั้น ไม่เข้าใจทำไมไม่ทำซับมาให้ ? ทั้งๆ ที่นั่นนะ คลังแสงความรู้ชัดๆ แล้วคลังแสงความรู้ที่ว่ามีเยอะมากๆ น่าเสียดาย น่าผิดหวังมากที่ไม่ทำ
คะแนนด้านตัวหนัง - 9.7 / 10.00
คะแนนคุณภาพของแผ่นและความคุ้มค่าของราคา - 7.9 / 10.00
ปล. เรื่องนี้ผมดูมา 8 รอบได้ละมั้ง ยิ่งดูยิ่งชอบ - - v