หลังจากห่างหายไปหลายวัน เพราะว่ายังไม่มีอะไรใหม่ๆ ทุกท่านยังคงจำกันได้ ที่เราเคยสู้กับหมาที่มาจับ Skinfood โดยเจ้าสุรชัย (ทุกวันนี้ยังตามล่าตัวมันอยู่) จนมีเรื่องเกือบโดนกระทืบบนโรงพัก ใครมาไม่ทันไปอ่านดูนะคร๊าบ
http://ict.in.th/23575สนามรบรอบ 2 อีกรายกับเครื่องหมายการค้า Etude House

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2554 ที่ร้านเพื่อน มีคนมาล่อซื้อ Etude House เค้าก็พยายามหาตัวที่ไม่มีภาษาไทย (เค้ามีของที่ซื้อจากตัวแทนเมืองไทยขายด้วย) พอเจอก็จะซื้อเฉพาะตัวที่ไม่มีภาษาไทย ทางร้านก็ยืนยันว่าไม่ได้มีไว้ขาย มีไว้โชว์ อ่ะ!! ล่อซื้อไม่เป็นผล ก็กลับไป ซักพัก มีชาย 4-5 คนพร้อมสายตรวจที่ไม่รู้อะไรมาอีก 2 คน มาอีแบบเดิมๆ
1.ยื่นเอกสารให้ดู ใบบันทึกประจำวัน ใบมอบอำนาจจากคอสเมก้าแต่ไม่มีบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา บอกว่ากะลังทำใหม่อยู่ (ขำว่ะ)
2.ข่มขู่สารพัดให้เรากลัว
3.ยึดของไป
พอผมไปถึง ก็บอกเลยว่าเราขายของแท้นะ ผิดกฏหมายข้อไหนมิทราบ ก็เถียงกันไป เถียงกันมา เลยเหนื่อยเอาวะไป สน กันก็ได้ มีเงินประกันตัวซะอย่าง เดี๋ยวค่อยฟ้องกลับ เพราะไม่งั้นก็ไม่จบ เพราะสายตรวจที่มาก็กระต่ายขาเดียวว่าเราไม่มีสิทธิ์ขาย ถ้าไม่ได้รับอนุญาติ จากบริษัทแม่ในเมืองไทย (ลองภูมิความรู้ตำรวยไปว่า จ่าถ้าผมซื้อแว่นตาที่จ่าใส่เนี่ย แล้วเอาไปขายต่อ จ่าว่าผิดไหม จ่าบอกว่าผิด เพราะจ่าไม่อนุญาติให้ขายได้ 555 กุล่ะเหนื่อยใจ)

เชิญเราไปโรงพัก โดยมีสายตรวจนายหนึ่งนั่งไปบนรถเรา ในขณะอยู่ที่รถ ก็โทรหาอาที่เป็นทนาย อธิบายให้ตำรวยฟังว่า มาจับกุมเค้าเนี่ย หมายศาลก็ไม่มีมาจับได้ไง เห็นราษฎรยึดของกลางไปแต่ไม่ห้ามมีความผิดฐานอะไร ตำรวยหน้าถอดสรทันทีครับ

เมื่อไปถึง สน.ลาดตโนด ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด นนทบุรี ก็ได้เจอแม่ค้าอีกคนที่ถูกจับมาพร้อมกัน เลยไปบอกว่าไม่ต้องตกลงอะไรทั้งนั้นอย่าไปยอมมัน ปฏิเสธทุกข้อหา ขอให้การในชั้นศาล มันก็เรียกแม่ค้าแต่ละคนไปคุย เรียกรับเงิน 80,000 บาท แต่เนื่องจากว่าเราบอกแล้วว่าเราไม่ยอม ก็จบ ตอนนั้นผมก็โทรตามเพื่อนนักเลงมา 5 คน เพราะดูท่าทาง พวกนี้มันหมาหมู่ กลัวเข้าอีหรอบเดิม ที่คนไปช่วยจะโดนพวกมันรุม พอเพื่อนมาก็จัดซะเงียบกันทั้ง สน ไม่มีใครกล้าเดินมาคุยกับผม เพราะเพื่อนคอยกันให้ ขอแนะนำให้ท่านที่จะไปช่วยให้ทำตามนี้เลยครับ เพื่อความปลอดภัยและไม่เสียอารมณ์

พวกหมาเห็นท่าจะไม่ได้เงินแน่ๆ เพราะเรายืนยันว่าเราไม่ผิด ก็เดินว่อนไปทั่วทั้ง สน เพื่อเกลี่ยกล่อมตำรวจหน้าโง่ทั้งหลายให้เรียกเราไปคุยว่าเราทำผิดจริงๆนะ (เสียเวลามากกก ฟังตำรวจคนนั้นที คนนี้ที น่าเบื่อ ก็กุบอกแล้วว่า กุไม่สน กุจะขึ้นศาล กุไม่ยอมให้หมาได้เห็นเงินกุแม้แต่บาทเดียว) น้องแม่ค้าอีกคนงัดใบเสร็จรับเงินจากเกาหลีขึ้นมาโชว์ เท่านั้นแหละ พวกหมาก็เลยพลิกลิ้นทันทีว่า ผมไม่ได้บอกว่าคุณขายของปลอม (เมื่อกี้ยังพูดว่ากุปลอมเครื่องหมายการค้า) แต่ที่ผมแจ้งจับคือ พวกคุณขาย Etude House โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัทแม่ในเมืองไทย อย่างที่อ.แมวสอนไว้ "กฏบริษัท ไม่ใช่กฏหมายไทย" ผมก็ซัดเลยครับว่ามีกฏหมายเมืองไทยข้อไหนบอกว่าผมต้องซื้อจากบริษัทแม่ในเมืองไทย ถึงจะขายได้ ผมไม่ได้เซ็นสัญญาทั้งที่เกาหลี หรือทั้งที่เมืองไทยไว้ซะหน่อยว่า ผมจะซื้อของคุณมาขายเท่านั้น ผมไม่ใช่พนักงานบริษัทคุณนะครับ จะได้ต้องทำตามกฏบริษัท ตำรวจที่นั่งฟังก็ไม่รู้เรื่อง ก็เออไปตามหมา ผมเลยสรุปว่าเอางี้ผมไม่เถียงแล้วเหนื่อย จะกลับบ้าน ทำสำนวนมาเลย จะได้ปฏิเสธ และขอประกันตัว (อาผมบอกว่าไม่ต้องเถียงแล้ว รอขึ้นศาลแล้วให้พวกมันพิสูจน์ให้ได้ว่าเราเป็นของปลอม เพราะถ้าพิสูจน์ไม่ได้ เราฟ้องกลับสวนเลยว่ามันแจ้งความเท็จ ลักทรัพย์ ฯลฯ อาญาทั้งนั้น)
และ Hero อีกคนก็มาถึง

น้องผู้ชายอีกคนมา เป็นเพื่อนของแม่ค้าอีกคน เรียนจบนิติศาสตร์ ที่สำคัญ พ่อเป็นตำรวจคุม สน นี้อยู่ มาปั้ปน้องเค้าก็ซัดกับพวกหมาทันที โดยไม่รอช้า จนกระทั่งพวกหมาเงียบกันหมด ยอดเยี่ยมสุดๆ ตอนแรกยังแอบห่วง กลัวจะโดนรุมเหมือนเราสมัยยังอ่อนประสบการณ์ พอสักพักมีตัวหัวหน้ามาบอกว่าพี่เป็นพนักงานของบริษัท คอสเมก้า ทำเป็นคุยโทรศัพท์ จะเชิญนักข่าว เชิญผู้กำกับแถลงข่าว เอาให้เป็นข่าวไปเลย (กุคิดในใจ ดีดิ จะได้ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ฟ้องบริษัทนี่ได้เงินเยอะกว่าฟ้องหมา) เมื่อหมามันเห็นว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็ทำสำนวนฟ้องแม่ค้าทั้ง 2 ราย โดยใส่เครื่องหมายการค้า และละเมิดลิขสิทธิ์ ค่าประกันตัวทั้ง 2 ข้อหารวมกันอยู่ที่ 90,000 บาท (40,000+50,000) พอน้องทนายเห็นคำว่า "ลิขสิทธิ์" สวนกลับเลยว่า ถ้างั้นผมฟ้องกลับเพราะเค้าไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ ข้อหาแจ้งความเท็จ สักพักร้อยเวรมาคุย บอกว่าคือ เค้าฟ้องไปเนี่ยถ้าเราไม่ผิดเราก็ฟ้องกลับเค้าได้เลย ไม่ต้องสนใจ เราก็เออ เอาดิ งานนี้มี 1 กระทงแน่ๆแล้ว หมามันคงกลัว เห็นแอบไปคุยโทรศัพท์ ซักพักไปบอกร้อยเวรว่าขอฟ้องแค่เครื่องหมายการค้าพอ ค่าประกันตัวลดลงเหลือ 40,000 บาท 555555+ ขอขำหน่อย

ก็ทำสำนวนกันต่อไป อยากจะบอก จับมาตั้งแต่บ่าย 3 เพิ่งมาทำสำนวนตอน 5 ทุ่ม เสร็จตอนเที่ยงคืนครึ่ง อยากจะบ้าตาย ถ่วงเวลามาก มัวแต่ขู่จะเอาแต่เงิน เอกสารอะไรไม่สนใจทำ เฮ้อ!! และแล้วก็แยกย้ายกันกลับโดยไม่มีการเจรจาอะไร เพราะนักเลงคุมอยู่ 55555

ความรู้ใหม่!!
1. การวางหลักทรัพย์ สามารถใช้เงินสด หรือ สมุดบัญชี(โดยให้ธนาคารการันตียอดเงิน) หรือ จ้างนายประกัน(ในเวลาราชการ) ซึ่งสามารถเปลี่ยนหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ในวันรุ่งขึ้นโดยแจ้งร้อยเวรเจ้าของคดีได้นะจ๊ะ เช่น เราวางเงินสด 40,000 บาท อีกวันเราก็จ้างนายประกันมาแทนแล้วเอาเงินสดเราไปหมุนซื้อของได้
2. มีนักเลงไปด้วยอุ่นใจ ไม่มีปัญหา ^^
สุดท้ายนี้ฝากบอกเพื่อนๆทุกคนว่า อย่าไปยอมมันไม่ว่ามันจะขู่อะไรคุณสารพัด ทำใจนิ่งๆอย่าไปกลัว ถ้ามั่นใจว่าเป็นของจริง ยิ่งมีใบเสร็จยิ่งดี ให้สู้ให้ถึงที่สุด คำขู่ที่ชอบใช้มากๆคือ
1. ถ้าวันนี้พี่จับตัวนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้พี่จะมาจับตัวอื่นอีก จับทุกวัน
2. ถ้าขึ้นศาล ต้องติดคุกและจ่ายเงินเป็นแสน
3. มึงอวดรูใช่มั้ย ดีกูจะเอาให้หนัก
4. พี่เป็นตัวแทนของทุกยี่ห้อ ยังไงน้องก็โดนพี่จับแน่ๆ ยอมพี่ซะเถอะ
5. ไม่มี อย. ไม่มี สคบ พี่จับน้องได้ (มั่วฉิบ)
ถ้าคุณสู้ มันจะไม่มาหาคุณอีก แล้วถ้าทุกๆคน ร่วมกันสู้ พวกหมามันจะหายไปพร้อมกับคดีที่เราฟ้องกลับติดตัว รุงรัง เชื่อผมนะครับ
