จับลิขสิทธิ์ โดนยิงพรุนดับ

เพิ่งจับลิขสิทธิ์มาหมาดๆ กลับจากฉลอง-โดนฆ่า!
ดับโหดหน.ทีมปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพลง-หนังบริษัทอาร์เอส มือปืนดักยิงคาเก๋งหลังพาลูกน้องมาเลี้ยงฉลองที่เพิ่งได้เงินจากการจับกุม ร้านค้าละเมิดลิขสิทธิ์ได้หมาดๆ เผยดูแลพื้นที่นครปฐม-สมุทรสาคร และใกล้เคียง นอกจากนี้ยังดูแลลิขสิทธิ์ให้เสื้อผ้า-กระเป๋าแบรนด์เนมด้วย ก่อนตายพาลูกน้องล่อซื้อจับกุมผู้ละเมิดสินค้าแบรนด์เนมในห้างดังจ.นครปฐม ก่อนเรียกเงินได้จำนวนมาก พากันมาเลี้ยงเหล้าอยู่ร้านใกล้ๆกัน ตกดึกลูกน้องอื่นๆทยอยกลับไปหมด เหลืออยู่กับลูกน้องสนิทแค่ 2 คน ช่วงเดินมาขึ้นรถจะกลับบ้าน มือปืนที่ดักรออยู่รัวยิง 4 นัดซ้อนตายคาที่ ส่วนลูกน้องเผ่นหนีป่าราบ ตร.มุ่งปมเหยื่อถูกรีดเงินแค้นมาดักยิง หรือปัญหาส่วนตัว แฉเหยื่อโหดใช้วิธีล่อซื้อจับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ จากนั้นต่อรองเรียกเงินครั้งละหลายหมื่นถึงหลักแสนบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี
เมื่อเวลา 00.03 น. วันที่ 15 ต.ค. พ.ต.ท.อนันต์ วุฒาพาณิชย์ สารวัตรเวรสภ.ต.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาอ้อมใหญ่ ถนนเพชรเกษม ต.อ้อมใหญ่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยพล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผบก.ภ.นครปฐม, พ.ต.อ.ประทีป ราญสระน้อย ผกก.สภ.ต.โพธิ์แก้ว, พ.ต.ท.ฐายุศ จันทร์ถาวร รองผกก.ป., พ.ต.ท.พิชัย ปกป้อง รอง ผกก.สส. นำกำลังไปที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ปากซอยโรงแรมดรีมพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ว-3120 กทม. ประตูหน้าด้านซ้าย-ขวาเปิดอ้าอยู่
บริเวณที่นั่งคนขับพบศพนายสุรศักดิ์ แซ่เอี๊ยว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/1 ม.2 ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าสีข้างขวา 3 นัด ขมับขวา 1 นัด กระสุนฝังใน ที่ในกระเป๋าเสื้อผู้ตายพบเงินสดเป็นธนบัตรประมาณ 3 พันบาทเศษทรัพย์สินอื่นๆ ในตัวทั้งโทรศัพท์มือถือ สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้นพร้อมพระผงรูปเหมือนพิมพ์สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เลี่ยมทอง 1 องค์ ยังอยู่ครบ ที่นั่งตอนหลังรถพบเอกสารสำนวนคดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ทั้งเพลง และภาพยนตร์กองอยู่จำนวนมาก และยังพบนามบัตรของผู้ตายระบุตำแหน่งผจก.ฝ่ายปราบปราม 5 บริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย จำกัด
สอบสวนพยานทราบว่าขณะที่นายสุรศักดิ์กับเพื่อนอีก 1 คนเดินมาขึ้นรถ มีคนร้ายที่รออยู่ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายสุรศักดิ์หลายนัด ก่อนที่จะหลบหนีไป โดยมีบางคนเห็นลักษณะว่าเป็นชายรูปร่างท้วม สวมหมวกแก๊ป ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ขณะเดียวกันเพื่อนของนายสุรศักดิ์ ที่มาด้วยกันก็วิ่งหลบหนีไปเช่นกัน
ต่อมามีนายเล็ก ชาญสุทธิกนก อายุ 60 ปี บิดาผู้ตาย กับนางสาวสุคนธ์ธา ชัยภูมิ อายุ 31 ปี ภรรยา และส.ต.ท.ชูวงศ์ อินทร์ธนา ผบ.หมู่(ป.) สังกัด สน.สามเสน ซึ่งอ้างว่าเป็นเพื่อนและบอดี้การ์ดประจำตัวเดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยบอกว่าทราบข่าวจากลูกน้องนายสุรศักดิ์ ว่าถูกยิงเสียชีวิตจึงรีบเดินทางมาดู
ส.ต.ท.ชูวงศ์ ให้การว่านายสุรศักดิ์ เป็นห้วหน้าทีมจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์เพลง และหนังของบริษัทอาร์เอสฯ และสินค้าอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง รับผิดชอบในเขตพื้นที่จ.นครปฐม สมุทรสาคร และใกล้เคียงอีก 2-3 จังหวัด ก่อนเกิดเหตุนายสุรศักดิ์พร้อมด้วยตนและลูกทีม 7-8 คน ออกจับกุมร้านค้าขายของละเมิดลิขสิทธิ์ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาอ้อมใหญ่ จ.นครปฐม โดยผู้ต้องหายอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเพื่อไม่ต้องถูกดำเนินคดี หลังจากเคลียร์เงินได้แล้วก็พากันมากินอาหารที่ร้านข้าวต้ม ใกล้กับจุดเกิดเหตุ สักพักตนก็แยกกลับไปก่อนพร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง กระทั่งมีลูกน้องของนายสุรศักดิ์ ทราบแต่ชื่อเล่นคือ"ชาติ ปากจู๋" โทรศัพท์มาบอกว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น จึงรีบเดินทางมาดูดังกล่าว
พล.ต.ต.โสภณ ผบก.ภ.นครปฐม กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุการสังหาร น่าจะมาจากที่ผู้ตายพาพวกออกจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ จึงได้กำชับให้ชุดสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว โดยพุ่งเป้าต้องสงสัยอยู่ที่กลุ่มที่ถูกผู้ตายกับพวกจับกุม และอีกประเด็นคือความขัดแย้งส่วนตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนายสุรศักดิ์ นอกจากจะเป็นผู้รับผิดชอบลิขสิทธิ์เพลง-หนังบริษัทอาร์เอสฯแล้ว ยังดูแลลิขสิทธิ์สินค้าอื่นๆ ทั้งเสื้อผ้า-กระเป๋าแบรนด์เนมอีกหลายรายการด้วย วิธีการทำงานจะออกตระเวนดูร้านค้าที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในความรับผิด ชอบ หากเจอก็จะเข้าแจ้งความกับตำรวจก่อนที่จะให้ลูกน้องซึ่งมีทั้งผู้ชายและ ผู้หญิงทำทีเข้าไปติดต่อซื้อ ก่อนที่จะจับกุมโดยมีส.ต.ท.ชูวงศ์ แต่งชุดตำรวจตามไปดูเพื่อให้ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์หวาดกลัว จากนั้นก็จะต่อรองเรียกเงินค่าเสียหายหลักหมื่นถึงแสนบาทเพื่อแลกกับการไม่ ดำเนินคดี
ที่มา http://../forum/index.php?topic=669.0