หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 15   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอคำปรึกษา ลิขสิทธิ์โดเรมอนจับสินค้าโอทอป ร้านข้างทางสมุทรปราการ  (อ่าน 13324 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tamada
*
เด็กใหม่หัดโพส

ความดี 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89


ชัยชนะ เกิดขึ้นก่อนการรบ


« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 11:07:48 AM »

วันนี้คุณกด Like แล้วหรือยัง






ลิขสิทธิ์จับของบริษัท แอนนิเมชั่น อินเตอร์แนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด จับลิขสิทธิ์โดเรมอนแม่ค้าขายสินค้าโอทอปข้างทางที่หน้าโลตัส สมุทรปราการ

เรื่องมีอยู่ว่า.....

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2554 เวลา 15.40 น. มีชายฉกรรจ์เข้ามาซื้อพรมเช็คเท้ารูปดอกไม้ราคา 69 บาทจากแม่ค้าที่กางแผงขายข้างทาง หลังจากนั้น ชายผู้นี้ก็กลับมาอีก บอกว่าแฟนไม่อยากได้ ขอเปลี่ยน พร้อม ๆ กับมีรถขับมาจอดและมีคนลงมาจากรถอีก 3 คนเป็นชาย 2 หญิงหนึ่ง พร้อมกับตำรวจหนึ่งคน ชายคนหนึ่งมีบัตรคล้าย ๆ บัตรบริษัทแขวนคอแล้วมาบอกว่า คุณมีโดเรมอนขาย เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์

จากนั้น......

ตำรวจบอกให้เปิดรถ (เป็นกะบะมีแคปของฟอร์ด) แต่แม่ค้าไม่ยอมเปิด ตำรวจจึงเปิดรถออกพร้อมกับรื้อค้นพรมเช็คเท้าคิตตี้จำนวนสิบกว่าตัว พร้อมกับหญิงที่มาด้วยเอาถุงดำมารอรับจากตำรวจ

ส่วนชายสามคนที่เหลือรีบค้นด้านหลังรถ และได้พรมเช็คเท้ารูปโดเรมอนตัวใหญ่ 1 ตัว และตัวเล็ก 2 ตัว

แม่ค้าบอกว่า คุณบอกว่าฉันละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วคุณมาหมายค้นและหมายจับหรือเปล่า แต่ชายผู้นั้นบอกว่าไม่จำเป็น เพราะคุณมีพรมเช็ดเท้ารูปคิตตี้ที่เป็นเครื่องหมายการค้าที่สามารถจับกุมได้ทันทีที่พบเห็น ดังนั้น คุณต้องไปโรงพัก

แม่ค้าบอกว่า ฉันจะไปโรงพักทำไม

ตำรวจบอกว่า คุณมีคิตตี้ที่เป็นเครื่องหมายการค้าที่สามารถจับเมื่อไรก็ได้ที่พบเห็น

แม่ค้าจึงบอกว่า โรงงานที่ผลิตพรมเช็ดเท้าเป็นกลุ่มแม่บ้าน และเคยถูกจับขึ้นศาล และศาลยกฟ้องแล้ว จึงสามารถนำมาขายได้ จากนั้นแม่ค้าจึงยื่นโทรศัพท์ของเจ้าของโรงงานให้คุย แต่มันคุยกับเจ้าของโรงงานอย่างเดียวว่า ไม่ได้ เป็นลิขสิทธิ์

จากนั้น ชายสามหญิงหนึ่งที่บอกว่ามาจากบริษัทแอนนิเมชั่น เจ้าของลิขสิทธิ์โดเรมอนกล่าวว่า "อย่างไงก็ต้องไปโรงพัก เพราะตำรวจมาจับคุณแล้ว"

แม่ค้าจึงกล่าวว่า "จะไปทำไม เอาหมายค้นหมายจับมาสิ จึงจะไปได้ อยู่ ๆ จะมาจับไปโรงพักได้อย่างไร"

ตำรวจที่ยืนอยู่ตรงนั้นจึงตะคอกใส่ว่า "คุณขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ผมต้องจับคุณ"

ตำรวจจึงจับสองมือของแม่ค้าอย่างแน่นหนา (ตำรวจตัวใหญ่ และแม่ค้าตัวเล็ก) และชายหญิงทั้งสี่ก็มาล้อมแม่ค้า พร้อมกับใช้เข่าดันให้ขึ้นรถตัวเอง โดยมีผู้หญิงที่มาจากบริษัทร้องตะโกนว่า

"จับมันไปเลย ๆ มันทำความผิดแล้วยังไม่รู้ตัวอีก"

แล้วตำรวจจึงบอกว่า "ถ้าคุณขัดขืนผมจะใส่กุญแจมือ"

แม่ค้าจึงตะโกนเรียกเพื่อน ๆ ที่ขายของอยู่ระแวกนั้นให้มาช่วย พ่อค้าจึงรีบวิ่งมาสองคน อีกคนหนึ่งยืนดูอยู่ที่แผง แต่ตอนนั้นแม่ค้าถูกผลักดันและกลุ้มรุมขึ้นรถไปแล้ว แม้จะขัดขืน แต่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะสามารถสู้แรงตำรวจและพวกบริษัททั้งสี่ได้อย่างไร เธอจึงเอาขาเกี่ยวกับรถไว้ เพื่อไม่ให้ปิดประตูได้

จากนั้น แม่ค้าจึงต่อรองให้เพื่อน ๆ เดินทางไปด้วย แต่ตำรวจอนุญาตให้ไปได้เพียงคนเดียว พ่อค้าคนหนึ่งจึงไปด้วย แต่ในขณะที่อยู่ที่รถ ผู้หญิงก็นั่งกำกับไปด้วย


ที่โรงพักจังหวัดสมุทรปราการ........

ตำรวจนายนั้นบอกว่า "ผมไม่เอาเรื่องคุณหรอกเรื่องคิตตี้ ผมสงสารแม่ค้า คุณขึ้นไปโรงพักโดยดีก็แล้วกัน" จากนั้นตำรวจนายนั้นก็เดินจากไป

ส่วนชายหญิงสี่คนจากบริษัทก็มาล้อมไว้ และพาไปนั่งในโรงพัก จากนั้นมันก็ถามว่า

"คดีอย่างนี้สามารถยอมความได้ คุณจะยอมความไหม" แต่แม่ค้าก็ไม่ยอมความ และยืนยันว่าไม่ผิด และบอกว่า ไปเจอกันที่ศาลเลย

ผู้หญิงจึงสวนขึ้นไปว่า

"เป็นแค่แม่ค้าธรรมดา จะมีความรู้อะไร จับมันเข้าห้องขังไปเลย ไม่ต้องยอมความ"

แม่ค้าจึงยื้อเวลาไว้เพื่อรอสามี โดยบอกว่า "เดี๋ยวขอคิดดูก่อน"

"คุณต้องการไม่ให้เรื่องจบใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นคุณโดนแน่ ศาลก็ศาล ผมไม่ได้จับเพื่อต้องการเงินนะ คุณทำผิดผมก็จับ" ชายคนหนึ่งในพวกนั้นจึงกล่าวขึ้น เพื่อหวังจะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย

"ถ้าอย่างนั้นฉันขอให้แฟนฉันมาก่อน" แม่ค้าต่อรองอีก มันจึงขอชื่อและบัตรประชาชนแม่ค้าเพื่อมากรอกข้อมูลในใบของมัน แต่แม่ค้าไม่ให้ มันจึงรออยู่สักพัก มันจึงเอากระดาษและปากกามา พร้อมกับกล่าวว่า

"เขียนเถอะ มันไม่มีผลอะำไรหรอก แค่ชื่อและนามสกุล ถ้าคุณโดนจับเข้าคุก เขาไม่มีชื่อ แล้วเขาจะมาประกันตัวใคร ผมขออีกครั้ง ถ้าคุณไม่เขียน ผมจะจับมือเขียนนะ"

แม่ค้าจึงยอมเขียน


หลังจากนั้น.....พวกมันจึงนำไปกรอกแบบฟอร์ม แล้วไปยื่นเรื่องให้ร้อยเวรที่ชื่อ ร.ต.ท. วุฒิพงศ์  หอมดี


เมื่อยื่นเรื่องให้ร้อยเวรเสร็จ พวกมันก็พาแม่ค้าขึ้นไปชั้นสองเพื่อขึ้นไปหาร้อยเวรที่หน้าห้องขังชั้นสองของโรงพัก พวกลิขสิทธ์ก็บอกให้แม่ค้านั่งรอที่หน้าห้องขัง แต่แม่ค้าไม่ยอมและขอร้อยเวรไปยืนหน้าระเบียง

"คุณอย่ามายืนตรงนี้สิ ไปยืนหน้าห้องขังสิ" ชายคนหนึ่งที่มีบัตร(มีบัตรคนเดียว) กล่าวขึ้น

"ไม่นั่ง ข้างในบรรยากาศไม่ดี" แม่ค้ากล่าวขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า "ขอนั่งข้างนอกดีกว่า เพราะเดี๋ยวแฟนก็มาแล้ว"

มันจึงผลัดกันมานั่งเฝ้่า มีคนหนึ่งกล่าวว่า "แล้วแฟนคุณมาหรือยัง ผมไม่มีเวลาขนาดนั้นนะ"

"ถ้าคุณจะยอมความก็ยอมได้ เอาเหมือนเดิมนั่นแหละ"  

\\แม่ค้าเคยโดนจับครั้งหนึ่ง และยอมความกับมัน มันจะเอาสามหมื่น จึงต่อรองเหลือหมื่นห้า เมื่อปลายปีที่แล้ว\\

แม่ค้าจึงบอกให้รอแแฟนก่อนเพื่อปรึกษา พวกมันจึงให้ลงมาชั้นแรก บอกว่า ร้อยเวรเรียก

เมื่อลงมาข้างล่าง ร้อยเวรก็แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า คุณละเมิดลิขสิทธิ์โดเรมอน จะต้องถูำกดำเนินคดีตามกฏหมาย แต่ถ้าไม่อยากให้ดำเนินคดีก็ต้องยอมออมชอมกับเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ถ้าไม่ยอมมาออมชอมก็ต้องหาเงินมาประกันตัวห้าหมื่น


สักครู่.....

สามีของแม่ค้าก็มาถึง และโวยวายเรื่องที่พวกมันจับมั่วโดยไม่มีหมายค้นหมายเรียก พร้อมกับยึดคิตตี้ที่ไม่ใช่สิทธิ์ของพวกมันมาด้วย โดยบอกว่าจะแจ้งกลับ และลักทรัพย์ พวกมันจึงเย้ยหยันขึ้นว่า

"ตำรวจเอาคิตตี้มา อยากแจ้งจับก็ไปแจ้งจับตำรวจสิ" แล้วพวกมันก็ลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนั้น ทั้ง ๆ ที่มีทั้งตำรวจ และผู้ที่มาติดต่อราชการอยู่กันมากหน้าหลายตา

แม้ว่าสามีแม่ค้าจะขอดูบัตรประจำตัว และใบลิขสิทธิ์ของพวกมัน พวกมันกลับบอกว่า ให้แม่ค้าดูแล้ว เมื่อมาขอร้อยเวร ร้อยเวรก็บอกว่า ให้เฉพาะตัวต้องหาดู

เมื่อสามีแม่ค้าเห็นดังนั้นจึงรู้ว่าโดนรุมแล้ว จึงบอกกับร้อยเวรเพื่อแจ้งกลับในเชิงขอคำแนะนำ ร้อยเวรจึงบอกว่า ให้ศาลตัดสินก่อนค่อยแจ้งกลับ สามีแม่ค้าจึงพูดคุยเรื่องประกันตัว ร้อยเวรบอกต้องห้าหมื่น และถ้าเป็นตำรวจก็ต้องระดับร้อยตรีขึ้นไป สามีแม่ค้าจึงขึ้นไปหาผู้กำกับแต่ท่านเลิกงานแล้ว จึงไปหารองผู้กำกับฝ่ายสอบสวน

รองผู้กำกับบอก กรณีลิขสิทธิ์มันแรง แต่เมื่อสามีแม่ค้าขอร้อง ก็บอกร้อยเวรทางโทรศัพท์ให้ลดให้หน่อย โดยบอกว่า ทางเขาเป็นชาวบ้านเดือดร้อน


แต่ทว่า.....

เมื่อสามีแม่ค้ากลับลงมาถึงหน้าห้องขัง กลับมีเสียงเรียกอยู่ในห้องขัง และพบว่า แม่ค้าถูกจับขังคุกแล้ว

สามีจึงรีบลงมาหาร้อยเวรเพื่อต่อว่า ทำไมถึงจับขัง เพราะอยู่ในช่วงเจรจาค่าประกัน ร้อยเวรบอกว่า เพราะเมื่อมีคนแจ้งจับก็ต้องจับตามหน้าที่ เมื่อจับและมีหมายคดีก็ต้องขัง ถ้าไม่ขังก็ผิดกฏ 157

สามีจึงบอกว่า ถ้าผมแจ้งความจับพวกมัน คุณจะจับพวกมันขังไหม พวกลิขสิทธิ์คนหนึ่งที่ยืนคุมเชิงอยู่จึงบอกว่า ไปแจ้งจับเลย อย่าแจ้งก็แจ้งไป เพราะคนที่จับแฟนคุณเป็นตำรวจ

สามีผู้นี้ยังไม่แน่ใจในข้อกฏหมายจึงนิ่งเฉย เพราะไม่อยากต่อปากต่อคำ และรู้ตัวว่า ในช่วงนี้ยังเป็นรองพวกมันอยู่มาก จึงขอคุยกับร้อยเวรส่วนตัวเพื่อขอประกันตัว โดยบอกว่า ไม่มีเงิน ร้อยเวรจึงบอกว่า ถ้ามีสองหมื่นมาก็อาจจะขอร้องทางผู้ใหญ่ให้

สามีจึงพยายามเก็บเงินที่ขายของได้ และเงินในบัญชีได้มาสองหมื่น แต่ระหว่างที่ไปหาร้อยเวรก็เห็นกลุ่มพวกมันกำลังคุยกับร้อยเวรอยู่ เมื่อสามีไปถีงพวกมันก็เดินเลี่ยงหนี

"คดีนี้มันขั้นต่ำที่ห้าหมื่น ผมเ้ป็นคนกลางพยายามช่วย ถ้าหากออมชอมกับเขาได้ก็จะดี" ร้อยเวรพยายามชักจูงให้ออมชอม สามีแม่ค้าบอกไม่ยอมออมชอม ร้อยเวรจึงกล่าวว่า

"งั้นเรื่องเงินค่าประกัน ผมพยายามช่วยเต็มที่ พบกันครึ่งทางก็แล้วกัน เหลือสามหมื่น" แม้สามีแม่ค้าจะพยายามขอร้องก็ไม่สำเร็จ จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากญาติ ๆ เพื่อขอยืนเงิน จึงได้มาเพิ่มหนึ่งหมื่น

เมื่อกลับมา ก็พบเห็นอย่างเดิมในห้องทำงานของพนักงานสอบสวนคือ พวกนั้นอยู่กันเต็ม นั่งโต๊ะราวกับเป็นเจ้าพนักงาน และมีคนหนึ่งเดินเลี่ยงออกมาจากโต๊ะร้อยเวร

"มันมีคิตตีที่เป็นเครื่องหมายการค้าที่สามารถจับได้ทันที คุณบอกว่าจะแจ้งจับเรื่องที่ทางเราเอาคิตตี้มา ทางเราไม่มีทางเลี่ยงจึงส่งเืรื่องไป ดังนั้น ในตอนนี้จึงมีสองคดี เงินประกันสามหมื่นจึงไม่พอ" ร้อยเวรมันบอก สามีแม่ค้าจึงพยายามต่อรอง คราวนี้ร้อยเวรเลี่ยงไม่ได้จึงบอกว่า สามหมื่นห้าก็แล้วกัน นี่พยายามช่วยเต็มที่แล้วนะ

ตอนนี้ สามีแม่ค้าจึงมาปรึกษากับแม่ค้า เพื่อหาทางออก เพราะหมดหนทางแล้ว เนื่องจากหาเงินไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่ขอยืมจากญาติ ขอยืมจากพ่อค้าแม่ค้าด้วยกัน ก็ได้แค่สามหมื่น จึงคุยกันว่าจะออมชอม


เมื่อสามีแม่ค้าเรียกพวกลิขสิทธิ์มาเพื่อต่อรอง พวกมันก็บอกว่า จะให้เท่าไร สามีแม่ค้าบอกว่า เท่าเดิม มันบอกว่า พวกคุณทั้งด่าทั้งขู่จะฟ้องกลับ ต้องสามหมื่น จากนั้นพวกมันสองคนก็มารุมด่าว่าในลักษณะสั่งสอน พอดีกับตอนนั้นมีคนที่ไปเยี่ยมผู้ต้องขังมาบอกว่า แฟนคุณเรียก

เท่านั้นเอง สามีแม่ค้าก็ลุกพรวดพราดไปโดยไม่หันไปมองหน้าพวกมันแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้พวกมันนิ่งอึ้ง (พ่อค้าที่ไปด้วยบอกเล่าทีหลัง)

แม่ค้าบอกว่า ผู้หญิงที่มาด้วยกันเดินมาเย้ยว่า ออมชอมแต่แรกก็จบไปแล้ว เธอจึงไม่ยอมออมชอม สามีแม่ค้าจึงถามว่า แล้วเธอจะทนอยู่ในห้องขังได้ไหม แม่ค้าบอกว่า ได้ !!!

เท่านั้นเอง เหมือนได้ไฟเขียวให้เดินหน้า สามีก็โทรขอยืมเงินจากโรงงานมาห้าพันเพื่อทำเรื่องประกันตัวก่อน เพราะแม้ว่าแม่ค้าจะทนอยู่ในห้องขังได้ แต่สามีบอกว่า "พี่ไม่ยอมให้เธออยู่ในห้องขังให้เสียเกียรติหรอก แต่ก็ต้องไม่ออมชอม"

ทันทีที่ได้เงินมาห้าพัน สามีก็นำมาให้กับร้อยเวร ซึ่งจำใจรับไว้ แต่ก็ยังพูดเรื่องออมชอมเรื่้อย ๆ แต่สามียืนยันว่าจะประกันตัวไปก่อน ค่อยพูดเรื่องนี้ทีหลัง (เริ่มฉลาด ให้ความหวังกับพวกมันก่อน ให้มันตายใจเพื่อประำกันตัวให้ได้ก่อน) ร้อยเวรจึงให้ประกันตัว แต่ก็ต้องรอจนถึงสามทุ่มถึงได้ทำเรื่อง และเข้าห้องสอบสวน

ในห้องสอบสวน......

หลักฐานคือ พรมเช็ดเท้ารูปโดเรมอนชิ้นใหญ่หนึ่งชิ้น ชิ้นเล็กหนึ่งชิ้น ซึ่งแม่ค้าตีราคาให้ว่า 120 บาท

และแม่ค้าให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยบอกว่า ซื้อมาให้ลูกสาว


ร้อยเวรและคนสอบสวนก็ให้กลุ่มลิขสิทธิ์ทั้งสี่มาเขียนเป็นพยาน ในขณะที่แม่ค้าก็ถูกสอบปากคำ ซึ่งกว่าจะเสร็จก็เกือบ ๆ เที่ยงคืน และก่อนจาก ร้อยเวรก็กล่าวว่า "เป็นคนกลาง อยากให้เรื่องจบ ๆ ถ้าหากจะออมชอมจะช่วยตอรองให้เหลือหมื่นห้าให้"

แต่ทั้งสาีมีและแม่ค้าก็เบ่งรับเบ่งสู้ ร้อยเวรจึงให้เบอร์โทรศัพท์ไว้


ตอนนี้.......

กำลังหาทนาย และศึกษาข้อกฏหมายเพื่อฟ้องร้อง

1. ฟ้องตำรวจที่จับข้อหา   ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  บังคับข่มขืนใจ  กักขังหน่วงเหนี่ยว  และมีพฤติกรรมร่วมกับพวกเพื่อขู่เข็ญเพื่อเรียกเรียกร้องเอาทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฏหมาย

2. ร้อยเวร ข้อหา 157  ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  บังคับข่มขืนใจ  กักขังหน่วงเหนี่ยว  และมีพฤติกรรมร่วมกับพวกเพื่อขู่เข็ญเพื่อเรียกเรียกร้องเอาทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฏหมาย

3. กลุ่มลิขสิทธิ์ทั้งสี่คน  ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ลักทรัพย์ บังคับข่มขืนใจ และมีพฤติกรรมร่วมกับพวกเพื่อขู่เข็ญเพื่อเรียกเรียกร้องเอาทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฏหมาย


ถ้าหากชนะคดีจะฟ้องทางแพ่งกับพวกลิขสิทธิ์ทั้งสี่ และหากเป็นไปได้จะฟ้องร้องถึงบริษัทต้นสังกัด


ผมมีความรู้น้อย จึงอยากจะขอคำแนะนำ และหากมีทนายดี ๆ ที่ไหนก็ช่วยแนะนำด้วย เพราะงานนี้ผมกับแฟนตั้งใจไว้ว่า จะทำเพื่อสังคม ให้สังคมสมุทรปราการที่พวกผมอาศัยค้าขายปราศจากตำรวจที่ไม่ดี และพวกลิขสิทธิ์ที่หากินบนหลังคน


ปล. ตอนนี้พยายามศึกษาข้อมูล และหาทนายอยู่ครับ แม้ร้อยเวรจะมีกำหนดนัดพบสามครั้งตามตารางประกันตัว แต่คุยกับแฟนแล้วว่า
1. จะไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ กับตำรวจ
2. จะไม่แสดงอาการอาฆาตมาดร้ายกับใคร แม้พบเจอพวกมันก็จะนิ่งเฉย
3. คุยเฉย ๆ ยิ้ม ๆ ราวกับไม่รู้อะไรเลย แต่จะดำเนินการอย่างเฉียบขาดในด้านการกฏหมายเอาผิดกับพวกมัน

บันทึกการเข้า

น้ำตาเธอต้องล้างด้วยเลือดของหมานำจับ !!!
commandor
***
สมาชิกเว็บเต็มตัว

ความดี 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 426



« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 11:20:30 AM »

ตำรวจนี้ละตัวดีเลย....
บันทึกการเข้า

ปล.คงจะไม่มีอะไรจะมีค่ามากเท่ากับคนที่รักเรา{พ่อ}... รักท่านให้เท่าที่ท่านรักเรา...

pokky123456789
****
สมาชิกเว็บรุ่นพี่

ความดี 13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 698



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 02:15:54 PM »

 Angry Angry Angry Angry Angry Angry Angry Angry Angry Angry
บันทึกการเข้า
kemthongcom
*****
สมาชิกเว็บอาวุโส

ความดี 118
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,598


KT Group


« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 02:35:16 PM »

เข้ามาให้กำลังใจครับ สู้ๆๆๆครับ ไม่ต้องยอม อ่านแล้วของขึ้นครับ  พวกมันชื่ออะไรบ้างครับ ขับรถสีอะไร ยี่ห้ออะไร ทะเบียนอะไร มีเบอร์พวกมันไหมครับ
บันทึกการเข้า

ขยันทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา..ลอตเตอรี่งวดละใบก็พอ
GP02A
**
สมาชิกเว็บ

ความดี 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 271


อยากไปเที่ยวนอกโลกบ้างอ่ะ


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 03:28:19 PM »

นิ่งๆไว้ สู้กันในศาลครับ อยากไปนั่งดูที่ศาลอ่ะ ไปดูเวลาข้าราชการโกหกในศาลสนุกดี
บันทึกการเข้า

บริการดุจทาก รีดทรัพย์ราษฎร์ดุจยักษ์
GUUIISJ
****
สมาชิกเว็บรุ่นพี่

ความดี 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 872



« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 03:32:00 PM »

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  โทร 1195 ได้ 24 ชม.

www.csd.go.th

ร้องเรียนคลิกที่นี่


************************************************


กรมสอบสวนคดีพิเศษ  โทร./โทรสาร 02-831-9888

www.dsi.go.th

ร้องเรียนคลิกที่นี่


************************************************


สำนักงานจเรตำรวจ

www.jaray.org

ร้องเรียนคลิกที่นี่

หรือ ร้องเรียนได้ที่  jaray@police.go.th


************************************************


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โทร.191

www.royalthaipolice.go.th



************************************************

สำนักนายกรัฐมนตรี

www.1111.go.th

ร้องเรียนคลิกที่นี่


************************************************

สภาทนายความฯ ให้คำปรึกษาข้อกฎหมาย

www.lawyerscouncil.or.th

โทร. 02-629-1430

ขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่


************************************************

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา

(ร้องเรียนหากได้รับความไม่เป็นธรรมจากหน่วยงานราชการ, หน่วยงานรัฐ, รัฐวิสาหกิจ และราชการส่วนท้องถิ่น)

www.ombudsman.go.th

ร้องเรียนคลิกที่นี่

โทร. 02-299-0400  หรือ 1676

************************************************

ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี
สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

http://htcc.ict.police.go.th/

ที่อยู่
อาคาร 33 ชั้น 4 ถนนพระรามที่ 1
แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ
10330

โทร 0-2205-2627-8

โทรสาร. 0-2205-1889

E-mail : htcc@police.go.th

************************************************


ผู้รวบรวม

www.ICT.in.th

กลุ่มร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ ไทย


อยากให้ทุกคนลองพิจารณาดูครับ (ผมไม่ใช่เจ้าของเว็บ...เป็นคนละคนกันนะครับ)

ขอชี้แจ้งวิธีช่วยคนที่ถูกทางก่อนครับ
เราต้องแก้ให้ตรงจุด ไม่เช่นนั้น เว็บนี้จะเหนื่อยฟรีๆ คอยแก้ที่ปลายเหตอย่างเดียว ตามเช็ดขี้ตลอด
คนที่เราไม่สมควรช่วย
1 ทำผิดกฎหมายเต็มๆ ถูกจับถูกต้องตามขั้นตอน ตำรวจไม่ไถเงิน มีเจ้าทุกข์จริงไม่ใช่หมานำจับ
2 คนที่ไม่คิดสู้ หวังหาทางรอดนิ่มๆไม่คิดถึงอนาคต ว่าเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆจะโดนอะไรมั้ย
คนที่สมควรช่วย
1 ไม่ผิด โดนยัดขอหา
2 ผิด แต่โดนหมานำจับและตำรวจจับผิดขั้นตอน มีการเรียกเงิน
3 คนที่สู้เพื่อส่วนรวม เอาตำรวจและหมาเข้าคุก
------------
------------
ต่อไปนี้การช่วยเหลือ เมื่อมีคนมั่นใจว่าถูกรังแก มาขอความช่วยเหลือ
ขั้นตอนช่วยเหลือ มีดังนี้
1 สำหรับคนที่พอมีประสบการณ์หรือความรู้  โปรดแนะนำให้ร้องเรียนเอาผิดตำรวจในเว็บทั้ง5เว็บ ทันที ถ้าเป็นชาย 4เว็บ ญ5เว็บ โดยผู้แนะนำช่วยร่างข้อความที่ร้องเรียนด้วยยิ่งดี เพราะคนถูกจับครั้งแรกจะไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ให้จดเลขร้องเรียนไว้ให้ครบครับ (ก็อบเว็บทั้ง5จากด้านล่างไปได้เลย)
2 หากไม่ร้องเรียน หยุดช่วยเหลือจนกว่าจะร้องเรียนครับ... (การร้องเรียนเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้โกหกแต่งเรื่องเข้าข้างตัวเอง และตนก็คิดจะสู้ ไม่ได้รอให้คนอื่นช่วยอย่างเดียว)
3 หลังจากร้องเรียน ให้ไป แจ้งความหมิ่นประมาท...เอาผิดหมานำจับก่อน(ข้อหาอื่นด้วย ถ้ามี)...หากมีหลักฐานว่าตำรวจผิด ก็แจ้งความเอาผิดตำรวจด้วยเลย
4 หลักจากนั้น ก็ช่วยแนะนำสเต็ปอื่นๆครับ

อยากให้ทุกคนลองพิจารณาดูครับ

เว็บสำหรับร้องเรียน
1 ปปช  http://www.nacc.go.th/ewtadmin/ewt/nacc_web/nacc_accuse.php
2 สำนักนายก  http://www.1111.go.th/form.aspx
3 จเร  http://www.jaray.org/homepage/index.php?option=com_contact&view=contact&id=1:name&catid=12:contacts
4 ผู้ตรวจการ อาจจะเข้ายากนะถ้าคอมมีระบบป้องกัน   https://www.ombudsman.go.th/epost/
5 รังแกสตรีและเด็ก แจ้งมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
http://www.pavenafoundation.or.th/index.php?option=com_chronocontact&Itemid=99&lang=th
-----------------------
ปล. การช่วยเหลือแบบนี้ตรงจุดที่สุดครับ... เพราะตำรวจจะเข็ดครับ หากไม่ทำแบบนี้ มันจะวนเรียนไปรังแกคนอื่นๆไม่รู้จบครับ

ใครมีวิธีดีๆ เพิ่มเติม ช่วยบอกมาได้เลยครับ
แนะนำเพิ่มครับ
ป.ป.ท.
เราจะเห็นการเอาจริงและเป็นกลางเช่นกรณีเค้ามาจับตู้คาสิโนที่กลางห้างรัชดา เราต้องให้งานเค้าครับ
ช่วยกันแจ้งเบาะแส ร้องเรียน เพื่อจะได้กดดันมาเฟียครับ
คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชน
อันนี้แนะนำว่าในกรณีจับไม่ชอบ หรือถูกกระทำเกินกว่าเหตุ หน่วยงานนี้ลงพื้นที่เองเลยครับ แต่อาจจะได้
แค่ค่าสินไหมหรือค่าเยียวยาไม่มากนักเท่ากับฟ้องเอง
ส.ค.บ.
อันนี้ไม่ตลกนะครับ เพราะหมาที่มาจับลิขสิทธิ์ก็ต้องมีบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์คุ้มหัว หากไม่ชอบมาพากล
ร้องเรียนส.ค.บ.ได้เลยครับจะได้ตรวจสอบและเอาผิด
เบื้องบนครับ
การปกครองเจ้าหน้าที่รัฐจะแบ่งตาม ภาค จังหวัด แล้วก็ท้องถิ่นครับ ร้องเรียนที่เหนือกว่าหน่วยงานที่เราโดนจับครับ
เช่น สน.ในเขตกรุงเทพ มีศูนย์บัญชาการที่นครบาล
สน.ในเขตจ.ปทุม มีศูนย์บัญชาการที่ภูธรจ.ปทุม
จะเห็นได้ว่าเราไม่ต้องไปที่สน.นั้นๆโดยตรง แต่ไปร้องเรียนที่หน่วยที่เหนือกว่าครับ ถ้าจะกดดันก็ไปกดดันตรงนี้ดีกว่า
ให้คตินิดนะครับมีส่วนหน่วยราชการหนึ่งที่มีการปกครองแบบลูกน้องเลี้ยงหัวหน้า ถ้าไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับหัวหน้า
ในส่วนราชการนั้นมันก็ไม่ได้อะไร และเราอาจจะโดนกลับ แต่ถ้าหน่วยที่สูงกว่าเค้าจะต้องตรวจสอบครับ ไม่ขึ้นตรงกับใคร
บก.ปปป.
อยู่ใกล้แดนเนรมิตรเก่า แต่ไม่ต้องไปก็ได้ครับ.....ก

ใครที่จะอ่านบทความนี้โปรดพิจารณาตัวเองด้วย บุคคลเหล่านี้ห้ามอ่าน
1 พวกคนโง่ โง่เกินจะเยียวยา โง่ดุจควาย โง่ยังไงก็แล้วแต่ห้ามอ่าน
2 พวกคนขี้กลัว กลัวตำรวจ กลัวขึ้นศาล ไม่อยากมีเรื่อง กลัวเหรี้ยนำจำ


ทุกครั้งที่โดนจับ แจ้งมาตรา 157 ทุกครั้งแก่100เวร โดยเมื่อมีเหตดังนี้

1ตำรวจเข้าจับกุมโดยที่เราไม่ได้ทำผิดซึ่งหน้าตำรวจ จับกุมโดยมิชอบ
หากโดนจับขณะที่เราไม่ได้ทำผิดต่อหน้าตำีรวจ เราเล่น 157 ทันที
เช่นเราทำผิดในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ต่อหน้าหมา..สามารถทำผิดได้สบายๆ เพราะหมาไม่ใช่ตำรวจ และตำรวจจะมาจับเราที่หลังก็ไม่ได้
และ เช่นหากตำรวจพบmp3ในเครื่อง แต่ไม่เห็นเราเป็นคนลงตำรวจจับ ตำรวจผิด ดังนั้นหากร้านใครมีเด็กมาลงเกมผิดกฎหมายและลบทิ้งไม่ทัน แล้วเห็นตำรวจมาแต่ไกลก็ให้ปิดระบบไฟฟ้าในร้านทันที...(วิธีของคุณ กิตติทัศน์)

2หากหมาช่วยตำรวจจับกุม หมาช่วยขนของ ขนทรัพย์สิน (คดีลิขสิทธิ์ราษฎรเข้าช่วยจับกุมไม่ได้ แม้ตำรวจจะร้องขอให้ช่วย จะเป็นละเมิดลักทรัพย์ทันที) ตำรวจผิดเพราะละเว้น โดน157 ทันที

3หากตำรวจเรียกรับสินบน ...อันนี้สามารถกล่าวหาได้เลย ใครหาพยานมาได้เย๊อะๆก็จัดได้เลย

4หาก หมาเข้าค้นดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้ไม่ได้รับอนุญาติและไม่มีหมายค้น ผิด พรบ.คอม 50 ...แต่ตำรวจไม่เข้าจับกุมหมา ตำรวจผิด 157 ทันที

5หากตำรวจเข้าค้นดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้ไม่ได้รับอนุญาติและไม่มีหมายค้น ผิด พรบ.คอม 50 ...และผิดมาตรา 157 เช่นกัน

6หากตำรวจรื้อค้นข้าวของหรือหยิบทรัพย์สินเราไป โดยไม่มีหมายค้น... ผิดมาตรา 157 เช่นกัน

7หาก ตำรวจไม่รับแจ้งความและไม่ยอมจับกุมหมามาดำเนินคดี ไม่ยอมจับมาเรียกเงินประกันตัว. เมื่อเราแจ้งความเอาผิดหมากลับทำเฉยและแถ  ..ตำรวจผิด 157 ทันที
ฯลฯ


ร้านเน็ตตำรวจ สามารถเข้าร้านได้โดยไม่มีหมาย... แต่เข้าไปยืนเฉยๆ ห้ามรื้อค้น ห้ามแตะต้อง ห้ามแอบดูข้อมูลคอมพิวเตอร์ (แล้วจะโง่เข้าไปทำไม)
หมาก็ เข้าร้านได้ แต่เข้าปุ๊บ เจ้าของสถานที่ไม่ชอบหน้าก็สามารถเชิญออกได้ทันที หากไม่เชื่อฟังใช้กำลังขัดขืนมีเจตนาร้าย เจ้าของร้านสามารถกระทืบได้ทันที  (แล้วจะโง่เข้าไปทำไม)
ความหมายของการ..เข้ามาเฉยๆ กับ เข้ามารื้อค้นทรัพย์สินมันต่างกันนะครับ
จะเข้ามารื้อค้นทรัพย์สิน โต๊ะ ตู้ ลิ้นชัก เครื่องคอม ต้องมีหมายค้นครับ


แจ้งมาตรา 157

**ปปช. และ สำนักนายกรัฐมนตรี**

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
http://www.nacc.go.th/ewtadmin/ewt/nacc_web/nacc_accuse.php
และ
สำนักนายกรัฐมนตรี
http://www.1111.go.th/form.aspx

เมื่อจับลิขสิทธิ์ แล้วโดนพักราชการทุกครั้ง.... ไม่มีใครหน้าไหนโง่มาจับหรอกครับ
ลองใช้ปัญญาคิดวิธีเพิ่มด้วยนะครับ

ต้องฟ้องกลับครับ แนะนำให้จ้างทนายครับ

ตัวอย่างก็ที่ อ.แมวบอก พันทิพ บอกไว้เลยครับ

ฟ้องทั้งแพ่ง และ อาญา ครับ คู่กันไปเลย

สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ
1. ผู้กระทำผิดถูกลงโทษ
2. เงินทอง ที่เราสูญเสียไปตอนที่ต้องประกันตัว หรือ ปิดทำการไป
3. ได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมวงการ (คิดแบบเห็นแก่ตัวง่ายๆก็ช่วยตัวเองไม่ให้ตัวเองต้องโดนไ้อ้นี่อีกก็ได้)

การฟ้องต้องทำ 2 อย่างพร้อมกันเลยนะครับ ทำให้ึคนที่ถูกเราฟ้องต้องสู้ถึง 2 คดี เหนื่อยและเดือดร้อนไม่ใช่น้อยครับ

วิธีคิดเรื่องการฟ้องกลับสำหรับคนทั่วไปอย่างเราและคนที่คิดไม่อยากฟ้อง ให้ลองอ่านบรรทัดด้านล่างนี้ดูครับ

สำหรับคนที่อยากให้เรื่องมันจบๆกันไป คิดผิดครับ มันจะกลับมาทำกับคุณและเพื่อนร่วมวงการของคุณอีก

ต้อง คิดว่าถ้าไม่มีมัน เราและเพื่อนร่วมวงการจะได้ไม่เดือดร้อน และ ให้มันได้รับผลกรรมที่ทำไว้บ้าง ไม่ใช่ทำไว้กับคนอื่น ถึงเวลาก็เผ่นหนีไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น

* ตอนเราติดคุก ติดแทนกันได้หรือเปล่า
** ค่าเสียหายครั้งนี้ใครจะเยียวยา ใครจะมารับผิดชอบ
*** สภาพจิตใจ คนที่ไม่มีความผิดแล้วต้องเข้าคุก ต้องถูกตรวนไว้กับนักโทษคดีอื่นๆ ตรงนี้ใครจะเยียวยา
**** เงินประกันที่สูงมาก หากต้องกู้มาเพื่อประกันตัว ดอกเบี้ยใครรับผิดชอบ หากเป็นเงินของตัวเองที่สามารถประกันได้ ดอกเบี้ย และ ประโยชน์ที่เราจะนำเงินนั้นมาทำให้งอกเงยขึ้นมา ใครรับผิดชอบ
***** เงินค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง การจ้างทนาย ค่าโทรศัพท์ ตรงนี้ใครรับผิดชอบ
****** ชื่อเสียงของเรา ขณะโดนจับกุม ใครรับผิดชอบ
******* ญาติพี่น้องทางบ้านและครอบครัว ต้องมาเดือดร้อนด้วย เพราะคุณถูกจับ ใครรับผิดชอบ (ของผม พ่อถึงกับร้องไห้ น้ำตาของพ่อผม ใครรับผิดชอบ)

บอกเลยครับ คนไทยลืมง่าย ขี้กลัว ทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่ากลัว ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถึงแม้เขายอมถอนแจ้งความ หรือเขายอมลดเงินยอมความลง ก็ไม่ใช่เขามีบุญคุณนะครับ เขาเป็นคนทำให้คุณมีความผิด เขาต้องชดใช้ความผิดที่ทำกับคุณ อย่าลืมครับตรงนี้ ไอ้พวกนี้ชอบแกล้งทำดี+กล่อม เรานิดหน่อย ก็นึกว่ามีบุญคุณซะแล้ว แบบนี้คิดผิดครับ

ของผมก็เหมือนกันครับ ฟ้องแล้วเหมือนกัน ทั้งคู่ด้วย

สุดท้าย ไอ้พวกนี้จะมาขอจบคดี


คดีเบสิกที่ยัดข้อหาให้หมาและพอหาหลักฐานประเภทพยานได้ง่ายๆ...
1 บุกรุกรื้อค้น (สถานที่สาธารณะหมาเข้าได้ แต่รื้อค้นข้างของไม่ได้)
2 หมิ่นประมาท
3 แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ(เราสามารถหาพยานมายืนยันได้ง่ายๆ ว่ามันบอกเช่นนี้)
4 ขู่กรรโชกทรัพย์
5 ว่าจ้างให้ผู้อื่นกระทำผิดอาญา (จ้างคุณให้ไล๊ทแผ่นเพื่อจะซื้อกลับบ้านแต่คุณไม่ทำ)
6 แจ้งความเท็จ

อีกหลายๆอย่าง สามารถใส่ได้หมด

ปล. คดีที่เราจะเล่นกลับได้นั้น ไม่ได้คำนึงว่ามันผิดจริงหรือไม่ผิดจริง... แต่ต้องคกนึงถึงพยานหลักฐานว่าเราจะหามาได้มั้ย
คดีที่มันผิดจริงแต่เราไม่มีหลักฐาน...อันนี้ห้ามฟ้องครับ
คดีที่มันอาจจะไม่ผิดจริงหรือใกล้เคียงๆ  แต่ถ้าเรามีพยาน เราฟ้องได้ครับ อิอิ



ปัจจัยการจับลิขสิทธิ์

พรบ.วิดิทัศน์ 2551  ตรวจใบอนุญาติ ตรวจข้อปฏิบัติตามใบอนุญาติ โดย จนท.ตามพรบ.แสดงบัตร

พรบ.คอมพิวเตอร์ 2550  ขอข้อมูล ย้อนหลัง โดย จนท.ตามพรบ. ประสานงานกับ พนง.สอบสวน ตามการแจ้งความ

พร บ.ลิขสิทธิ์2537  ต้องมีเหตุอันควรหรือหลักฐานในการทำผิดและเอกสารการมอบสิทธิ์สมบูรณ์ไม่ขาด ช่วงในการแจ้งความ ถ้าไม่มีต้องมีหมายค้น


อันนี้ ท่านวรมแย้  ส่วนใหญ่มากจากท่านนี้ (ผมเป็นแฟนคลับอิอิ)  
ดูอันนี้เป็นตัวอย่างไว้ครับ ถ้าคุณแจ้งความกลับมันจะทำให้เป็นต่อทันที http://ict.in.th/19509

ถ้าเป็นในนิยายที่ผมแต่งเอง เมื่อแจ้งความกลับหมาจะโดนหลายอย่าง
1 โดนประกันตัวแพงๆ หมาอยู่คนละจังหวัด ต้องดินทางไกลมาสู้คดีหลายรอบจนหูตูบ
2 ตำรวจไม่เป็นมิตรแท้ที่ฐาวรกับใคร...พอหมาโดนเล่นคดีอาญา ตำรวจอาจจะหันไปไถเงินหมาแทน
และถ้าหมาเคยมีประวัติ อาจโดนไถเงินเป็นแสนๆ เพราะไม่เช่นนั้นสำนวนจะแข็งมาก
3 หมาอาจโดนอัยการอีกหลายแสน
4 ถ้าหมาเคยมีประวัติและหมาแพ้ หมาก็ต้องรับโทษ จำคุกครับ
------สรุปคือให้มันลำบากกว่าเราน่ะครับ
........ถ้าทุกๆร้านไม่โง่ แจ้งความกลับทุกครั้งที่โดนจับ ไม่มีใครมาทำอาชีพหมาหรอกครับ เพราะต้องวิ่งขึ้นศาลทั่วไทย

อันนี้ลองอ่านดูหาช่องทางนะครับ

ตำรวจและตัวแทนลิขสิทธิ์จับคดีลิขสิทธิ์ ถูกต้องหรือไม่ ?


การจับ กุมคดีลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความผิดอันยอมความได้ อยู่ดี ๆ ตำรวจจะเดินเข้าไปจับกุมคนละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น ซีดีเถื่อน , หนังสือเถื่อน ไม่ได้ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และมอบคดีให้พนักงานสอบสวนก่อน

 

หลังจากนั้นตำรวจจึงจะเข้า จับกุมได้ ตัวแทนลิขสิทธิ์จะมีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิด เช่น การล่อซื้อ ไม่สามารถทำได้ และถ้าล่อซื้อถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหาย เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกามาหลายคดีแล้ว


การจับ กุมหรือการค้นต้องมีหมายศาล จะทำแบบลุแก่อำนาจไ ม่ได้ ฟังข้อเท็จจริงจากข่าวที่ปรากฏ ซีเอ็ดยังไม่ได้กระทำความผิดแต่ไปจับกุม ถือว่าการจับกุมไม่ชอบ จะอ้างว่าเป็นความผิดล่วงหน้าไม่ได้ ความผิดล่วงหน้าหมายถึงกำละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ แต่ซีเอ็ดฯ เอาสินค้าที่ห้ามจำหน่ายวางกองรอคืน ไม่ถือว่ามีการกระทำความผิด ตำรวจเข้าไปจับกุมถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 

ทนายคลาย ทุกข์ยังมีความสงสัยว่าตำรวจมีผลประโยชน์ร่วมกับตัวแทนลิขสิทธิ์หรือไม่ ทำไมฟิตจัง คดีในท้องที่มีเยอะแยะไม่เห็นจับกุมเลย การกระทำแบบนี้เป็นห่วงภาพพจน์ของ สตช.จริง ๆ เลยครับ

 

การ เข้าจับกุมและรีดไถเงินหรือตบทรัพย์ของตัวแทนลิขสิทธิ์ น่าจะหมดไปได้แล้ว เพราะเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการต่อรองเรียกผลประโยชน์ ควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสินจะดีกว่า

เนื้อหาข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกเพื่อประกอบการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย

ซีเอ็ดโวยคนแอบอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์จับกุม-รีด


ผู้ บริหารร้านซีเอ็ดโวย ถูกผู้รับมอบอำนาจเจ้าของเกม "นินเทนโด้" บุกจับ อ้างละเมิดลิขสิทธิ์ แต่กลับไกล่เกลี่ยเรียกเงินยุติดำเนินคดีครึ่งแสนแทน ทั้งที่สั่งห้ามจำหน่ายหนังสือแล้ว หวั่นถูกสวมรอยอ้างเป็นตัวแทนร่วมกับตำรวจตบทรัพย์ ขณะที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ยันเป็นตัวแทนจริง ไม่ฟันธงซีเอ็ดละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ยันมีสิทธิ์ฟ้องกลับได้

 

เมื่อ วันที่ 25 มีนาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร้องเรียนผ่าน "คม ชัด ลึก" ว่า ร้านขายหนังสือของบริษัทซีเอ็ดฯ ไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

เนื่องจากมีผู้แอบอ้างเป็นผู้รับ มอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์เกม นินเทนโด้ เข้าตรวจจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่วางขายอยู่ในสาขาต่างๆ ของบริษัทซีเอ็ดฯ โดยเรียกเงินจำนวน 45,000-50,000 บาท เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ทางบริษัทสงสัยว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นการแอบอ้างตัวมารีดไถเงิน เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทขายสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องทั้งหมด

นาย วิโรจน์กล่าวว่า ร้านขายหนังสือสาขาต่างๆ ของบริษัทถูกการกระทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ถูกจับกุมที่สาขาโลตัส ลาดพร้าว ผู้รับมอบอำนาจกล่าวหาว่าจำหน่ายสินค้าที่เป็นหนังสือและแผ่นซีดี วีซีดีเกมต่างๆ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ ถือว่าผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากแฝงตัวในร้านและล่อซื้อ จากนั้นก็แสดงตัวพร้อมกับมีตำรวจอีก 4-5 นาย ต่อมาวันที่ 21 มีนาคม ถูกจับในลักษณะเดียวกันที่สาขาโลตัส พระนครศรีอยุธยา

 

ทั้ง นี้ ทั้งสองครั้งที่ถูกจับกุมมีการเจรจาไกล่เกลี่ย และผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้เสนอไกล่เกลี่ยเอง โดยเรียกเงินชดใช้ 45,000-50,000 บาท แต่ทางบริษัทไม่ได้จ่ายเอง เพราะทางสำนักพิมพ์มารับผิดชอบจ่ายให้ เนื่องจากข้อหาที่ถูกจับกุมคือ ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ทั้งสองครั้งขึ้น

ทางบริษัทได้สั่งระงับไม่ให้ ขายสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ทั้งหมดทุกสาขา พร้อมทั้งให้เก็บรวบรวมสินค้าดังกล่าวส่งคืนเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อให้ตรวจสอบว่าสินค้าทั้งหมดที่เป็นลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ในร้านซีเอ็ด ละเมิดลิขสิทธิ์จริงหรือไม่ เพราะบริษัทจะขายสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องเท่านั้น

"หลังเกิด เรื่องขึ้น ทางซีเอ็ดได้เก็บสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ทั้งหมดมารวมที่ เคาน์เตอร์ สั่งห้ามจำหน่าย รวมถึงการลบรายการสินค้าดังกล่าวออกจากฐานข้อมูล เป็นการยืนยันว่าจำหน่ายไม่ได้ และออกใบเสร็จให้ไม่ได้

แต่เมื่อวัน ที่ 25 มีนาคม มีนายธีรนิติ์ เจริญกิจวศิน อ้างว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทนินเทนโด้ ออฟ อเมริกา มาตรวจจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ และได้ปฏิบัติแบบเดียวกับที่สาขาของซีเอ็ดถูกจับมาก่อนหน้านี้" นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์ยอมรับว่า รู้สึกสงสัยการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการมาแอบอ้างเพื่อรีดไถเงินหรือไม่ รวมถึงการหลอกใช้ตำรวจมาหากินด้วยวิธีนี้ หรืออาจจะรู้เห็นเป็นใจกันทั้งสองฝ่าย เพราะตนกลัวว่าผู้รับมอบอำนาจจะอ้างขึ้นมาลอยๆ แล้วจัดทำเอกสารใบรับมอบอำนาจมายืนยัน

แต่การจับกุมครั้งนี้ทางร้าน ซีเอ็ดไม่ได้ขายสินค้าดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่จัดวางรวมกันไว้ที่เคาน์เตอร์เพื่อรอส่งคืน ขณะเดียวกัน การจับกุมครั้งนี้ยังไม่มีหมายค้นหรือหมายจับ จากนั้นชุดจับกุมก็จัดการทำบันทึกจับกุมส่งไปที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โดยมี พ.ต.ต.วรายุทธ พงษ์ตัน พนักงานสอบสวน (สบ 2) เป็นเจ้าของคดี

หลัง จับกุมก็บอกว่ามีการไกล่เกลี่ยกันได้ แต่ทางร้านซีเอ็ดไม่มีความเชื่อมั่นในตัวผู้รับมอบอำนาจ อาจจะแอบอ้างมา จึงอยากจะตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน อีกทั้งการจับกุมก็ไม่มีหมายค้น และไม่มีการทำผิดซึ่งหน้าด้วย จึงเห็นว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างแอบแฝง

เมื่อ สอบถามไปยัง พ.ต.ต.วรายุทธ ก็ชี้แจงว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องดังกล่าวไว้และได้สอบปากคำฝ่ายผู้เสียหายคือ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทนินเทนโด้ฯ แล้ว พบว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจริง มีเอกสารยืนยันครบถ้วน ส่วนการเข้าจับกุมโดยไม่มีหมายค้นนั้น ถือว่าตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ประสานขอความร่วมมือกับตำรวจ และขอเข้าตรวจค้นซึ่งหน้า ก็พบสินค้าที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างอยู่ในร้านจริง

แต่ ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าร้านซีเอ็ดเป็นผู้จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตามที่ ถูกกล่าวหาหรือไม่ เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ การสืบสวนสอบสวน รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ ให้ครบถ้วน ส่วนบริษัทซีเอ็ดฯจะแจ้งความกลับเพื่อตรวจสอบว่าตัวผู้รับมอบอำนาจจากเจ้า ของลิขสิทธิ์เกมนินเทนโด้เป็นตัวจริงถูกต้องหรือไม่ก็สามารถกระทำได้ หากพบว่าผิดก็ว่ากันไปตามผิด ทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก http://www.komchadluek.net/

http://www.decha.com/main/showTopic.php?id=1651



บันทึกการเข้า
GUUIISJ
****
สมาชิกเว็บรุ่นพี่

ความดี 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 872



« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 03:37:35 PM »

ใครที่จะอ่านบทความนี้โปรดพิจารณาตัวเองด้วย บุคคลเหล่านี้ห้ามอ่าน
1 พวกคนโง่ โง่เกินจะเยียวยา โง่ดุจควาย โง่ยังไงก็แล้วแต่ห้ามอ่าน
2 พวกคนขี้กลัว กลัวตำรวจ กลัวขึ้นศาล ไม่อยากมีเรื่อง กลัวเหรี้ยนำจำ


ทุกครั้งที่โดนจับ แจ้งมาตรา 157 ทุกครั้งแก่100เวร โดยเมื่อมีเหตดังนี้

1ตำรวจเข้าจับกุมโดยที่เราไม่ได้ทำผิดซึ่งหน้าตำรวจ จับกุมโดยมิชอบ
หากโดนจับขณะที่เราไม่ได้ทำผิดต่อหน้าตำีรวจ เราเล่น 157 ทันที
เช่นเราทำผิดในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ต่อหน้าหมา..สามารถทำผิดได้สบายๆ เพราะหมาไม่ใช่ตำรวจ และตำรวจจะมาจับเราที่หลังก็ไม่ได้
และ เช่นหากตำรวจพบmp3ในเครื่อง แต่ไม่เห็นเราเป็นคนลงตำรวจจับ ตำรวจผิด ดังนั้นหากร้านใครมีเด็กมาลงเกมผิดกฎหมายและลบทิ้งไม่ทัน แล้วเห็นตำรวจมาแต่ไกลก็ให้ปิดระบบไฟฟ้าในร้านทันที...(วิธีของคุณ กิตติทัศน์)

2หากหมาช่วยตำรวจจับกุม หมาช่วยขนของ ขนทรัพย์สิน (คดีลิขสิทธิ์ราษฎรเข้าช่วยจับกุมไม่ได้ แม้ตำรวจจะร้องขอให้ช่วย จะเป็นละเมิดลักทรัพย์ทันที) ตำรวจผิดเพราะละเว้น โดน157 ทันที

3หากตำรวจเรียกรับสินบน ...อันนี้สามารถกล่าวหาได้เลย ใครหาพยานมาได้เย๊อะๆก็จัดได้เลย

4หาก หมาเข้าค้นดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้ไม่ได้รับอนุญาติและไม่มีหมายค้น ผิด พรบ.คอม 50 ...แต่ตำรวจไม่เข้าจับกุมหมา ตำรวจผิด 157 ทันที

5หากตำรวจเข้าค้นดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้ไม่ได้รับอนุญาติและไม่มีหมายค้น ผิด พรบ.คอม 50 ...และผิดมาตรา 157 เช่นกัน

6หากตำรวจรื้อค้นข้าวของหรือหยิบทรัพย์สินเราไป โดยไม่มีหมายค้น... ผิดมาตรา 157 เช่นกัน

7หาก ตำรวจไม่รับแจ้งความและไม่ยอมจับกุมหมามาดำเนินคดี ไม่ยอมจับมาเรียกเงินประกันตัว. เมื่อเราแจ้งความเอาผิดหมากลับทำเฉยและแถ  ..ตำรวจผิด 157 ทันที
ฯลฯ


ร้านเน็ตตำรวจ สามารถเข้าร้านได้โดยไม่มีหมาย... แต่เข้าไปยืนเฉยๆ ห้ามรื้อค้น ห้ามแตะต้อง ห้ามแอบดูข้อมูลคอมพิวเตอร์ (แล้วจะโง่เข้าไปทำไม)
หมาก็ เข้าร้านได้ แต่เข้าปุ๊บ เจ้าของสถานที่ไม่ชอบหน้าก็สามารถเชิญออกได้ทันที หากไม่เชื่อฟังใช้กำลังขัดขืนมีเจตนาร้าย เจ้าของร้านสามารถกระทืบได้ทันที  (แล้วจะโง่เข้าไปทำไม)
ความหมายของการ..เข้ามาเฉยๆ กับ เข้ามารื้อค้นทรัพย์สินมันต่างกันนะครับ
จะเข้ามารื้อค้นทรัพย์สิน โต๊ะ ตู้ ลิ้นชัก เครื่องคอม ต้องมีหมายค้นครับ


แจ้งมาตรา 157

**ปปช. และ สำนักนายกรัฐมนตรี**

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
http://www.nacc.go.th/ewtadmin/ewt/nacc_web/nacc_accuse.php
และ
สำนักนายกรัฐมนตรี
http://www.1111.go.th/form.aspx

เมื่อจับลิขสิทธิ์ แล้วโดนพักราชการทุกครั้ง.... ไม่มีใครหน้าไหนโง่มาจับหรอกครับ
ลองใช้ปัญญาคิดวิธีเพิ่มด้วยนะครับ

มีหมายค้นก็อ่านดีๆ ชื่อไม่ตรง บ้านเลขที่ผิดนิดเดียว ก็ไม่ให้เข้า
ร้านเรามีเลขที่ แต่ในหมายไม่ระบุบ้านเลขที่ระบุแต่ตึกมั่วๆ ก็ไ่ม่ให้เข้า
ตามพวกมาทะเลาะวิวาท ปรับคนละ500 สบายใจ

   
มีหมายถูกต้อง ก็ต้องถ่วงเวลาเท่าที่ทำได้ครับ
และตามคนมาเย๊อะๆ ...อย่ายอมง่ายๆ เถียงตลอด
-
มันมีข้อถกเถียยงอยู่ว่า ถ้าแค่พบไฟล์เพลงในคอมของร้านเน็ต ถึงแม้จะมีหมาย...ตำรวจจะสามารถจับได้มั้ย..
เพราะการพบไฟล์เฉยๆ มันไม่สามารถพิสูจน์ความผิดได้ครับ ขึ้นศาลก็ยากที่จะเอาผิด
แข็งไว้ก่อน ไม่ให้ยกไป แต่ต้องพาเพื่อน พาญาติโหดๆ มาขู่ตำรวจครับ
"มึงยก ถ้าศาลยกฟ้องกูฟ้องกลับ"

านหรือห้องแถวหรือคูหา.....รวมทั้งทรัพย์สินต่างๆ เช่น คอม โต๊ะ เก้าอี้ ตู้แช่..ไม่ใช่ของสาธารณะครับ...เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล.....ถ้าจะค้นหรือ ตรวจต้องมีหมายศาลเท่านั้น....ถ้าเขาดื้อรั้นจะตรวจให้ได้...แจ้งความจับได้ เลยครับ...เจ้าหน้าที่กระทำการโดยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ม.157 ครับ.....ส่วนที่ว่าสาธารณะน่ะ..เป็นบริการครับ....เหมือนรถโดยสาร สาธารณะ...หรือโรงแรมครับ...เป็นบริการสาธารณะ..แต่ทรัพย์สินไม่ใช่...จะ ละเมิดมิได้ครับ...ขอบคุณครับ 

โทษทีครับ!!  เข้ามาอัพเดตช้าไปหน่อย...  ช่วงนี้ติดธุระนิดหน่อย...

ตามคาดแหละครับ  ทางโน้น  ไม่มีใครโผล่กะโหลก(หัว..) มาซักคน...

แต่ บังเอิญว่า วันนั้น  พี่ร้อยเวรผู้ทำคดี กับรอง ผกก. ที่สั่งไม่ฟ้องผม (แต่ต้องมาศาลในฐานะพยายโจทก์) เค้าติดราชการ เลยมาศาลไม่ได้

เลยได้ ที อัยการจังหวัด (โจทก์ฟ้อง..)  ขอโอกาสแสดงศักยภาพในการทำหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชน (หมา ๆ บางตัว) ให้ถึงที่สุด
พี่แกบอกยังติดใจ พยานโจทก์ ที่ชื่อ จิราภรณ์  เลยขอโอกาสอีกซักครั้ง  ขอออกหมายเรียกพยานตัวนี้มา 
พร้อมขอเลื่อนสืบเป็น วันที่ 20 กรฎาคม 2554 นู้น...


เรื่องของวันที่ 28 เม.ย. 54 นั้น  ก็เลยหมือนไม่มีอะไรคืบหน้านัก  แต่ก็กินเวลาไปเกือบเที่ยง   ... 

...ตรงนี้ต้องขอตั้งข้อสงสัยเรื่อง  เวลาการทำงานของพนักงานศาล  เห็นมาทุกที่  อย่างเร็ว พี่แกจะพร้อมหลัง 10 โมงเช้า
แต่ ให้เราไปรอตั้งแต่ 9 โมง  ตรงนี้เสียเวลาทำมาหากินมาก  (เรื่องเสียเวลาเดินทางไม่เท่าไหร่หรอก...บอกแล้ว  เป็นคนชอบขับรถ...อิอิ..)

...แล้วทุกคนที่ไม่เคยเข้าไปในห้องพิจารณาคดีนะ  ขอให้คุณทำใจได้เลย   มันไม่ได้มีแค่คดีของคุณคนเดียว
ประมาณ ว่า  เราต้องไปนั่งฟังเรื่องของคนอื่นเค้าด้วย  ทั้ง คดีทะเลาะวิวาท  ฆ่าคนตายมั่ง  โกงเงินกันมั่ง  ฟ้องเอาทรัพย์สินมั่ง  ข่มขืนมั่ง
คุณจะได้รับการพัฒนาให้เป็นคนที่มีความรู้ทางกฎหมายแพ่งและอาญาเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว  และหลีกเลี่ยงไม่ได้

ก็เลยอยากจะแนะเป็นแนว  ว่า

...ใครที่ตัดสินใจจะสู้คดี
ขอให้คุณทำใจให้ว่างไว้  เหมือนโอ่งน้ำว่าง ๆ ที่รอรับน้ำฝนจากฟ้า
อย่าคิดอะไรให้มันเกินเลย  อย่าจิตตก  อย่าปรึกษาใครให้มากนัก  เอาที่เชื่อได้หนัก ๆ คน 2 คน พอ  (หลายคน มากความ)

ใครกล่อมให้คุณยอมความ (เสียตัง..)  มองหน้าเค้าให้ดี ๆ ก่อน  แล้วถามเค้าว่า  จะออกตังให้มั๊ย  ถ้าไม่  อย่ายอมจ่าย...
จะร้ายจะดี  ขอสู้ดูสักตั้งก่อนดีมั๊ย  ไหน ๆ ก็ต้องใช้เงินอยู่ดี (ทั้งยอมความ หรือ สู้คดี ก็ต้องใช้เงิน)
แต่จะให้หมามันเอาเงินไปง่าย ๆ ไม่ดีมั๊ง...  เสียศักดิ์ศรีความเป็นคน

พวกเราทำมาหากินสุจริต  ก็ค้าขายปกติ เฉกเช่นกับแม่ค้าขายผัก พ่อค้าขายปลาทู
ถ้าผมก๊อปเป็นแผ่นวางขาย  แล้วโฆษณาให้คนมาซื้อเพลงมัน  นั่นคือผิดเต็ม ๆ  เค้าจะเอาไงคงต้องว่าตาม
แต่นี่  เอาเงิน 300 มาซื้อเมม (การซื้อขายนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว.. ได้ของไปแล้ว  ผมก็ได้ตังแล้ว..)
ยังจะมาหวังผลอย่างอื่นแอบแฝง  ที่อาจจะสร้างความเสียหายให้ผมอย่างมาก  ผมยอมไม่ได้ครับ

ขอฝาก..เคล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ....
พวกนี้  จะบ่ายเบี่ยง  หรือหลีกเลี่ยง ในการตอบคำถามที่จะเกี่ยวโยงการใช้สื่อประเภทเมมโมรี่  หรือ แฟลชไดรฟ์ กับเครื่องคอมพิวเตอร์
สังเกตให้ดี ๆ นะครับ  ถ้าเป็นล่อซื้อ เมมโมรี่  มันจะบอกเอาไปเปิดในโทรศัพท์แล้วเจอเพลง
ถ้าเป็น แฟลชไดรฟ์  มันจะบอกก็อปเอาเพลงไปเปิดในรถ

เพราะ...  พวกมันพยายามแสดงให้ศาลเห็นว่า  มันไม่ได้เอาของกลางที่ล่อซื้อได้  ไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
เพื่อปกป้องตัวเองกลาย ๆ ว่าไม่ได้ก็อปเพลงลงไปเอง (สร้างหลักฐานเท็จ...)
และอาจจะแสดงตัวว่าไม่มีทักษะหรือไม่ชำนาญในการใช้คอมพิวเตอร์  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การคัดลอกไฟล์
แต่...  ให้ฟ้าผ่า ...ม่ง...ตาย..(เซ็นเซอร์....)
มัน มี NoteBook ติดตัวไว้ตลอดเวลาทำไมครับ (เห็นกับตา..  ที่ศาลทรัพย์สิน วันนั้น อีตัวอ้วนดำ ใช้ TouchPad คล่องมาก  พลิกนิ้วคล่องยังกะ
ดีดไหเลย...)

แล้ว ไอ้คลิปที่แอบถ่ายผมในร้านอะนะ  มันมาจากกล้องปากกา  แต่ตอนพี่แกไปแจ้งความดำเนินคดี  คลิปมันไปอยู่ในแผ่น CD แล้วซะงั้น (ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที)
ไม่รู้พี่แกไปทำที่ร้านไหนระหว่างทาง ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะ

เรื่องนี้....สรุปแว่....(ว่า...)
ถ้าพี่แก  เก่งขนาดว่า  เอาคลิปที่เป็นไฟล์จากกล้องปากกา  ลงไปอยู่ในแผ่น CD ได้ในระยะทางที่รถวิ่งไม่ถึง 3  กิโลเมตร
(นี่ไม่รวมเวลาในการ Encode VDO  สำหรับกล้องบางรุ่น)
พวกเราก็อย่าคลางแคลงใจอีกเลยครับ  ว่าเพลงที่อยู่ในของกลาง ไม่ว่าจะเป็นเมมโมรี่ หรือ แฟลชไดรฟ์  มันใช่เพลงที่ก็อปจากเรามั๊ย  ??
แล้ววันเวลาที่ระบุประจำไฟล์  ว่าสร้างวันและเวลาไหน  ใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุมั๊ย (สร้างความน่าเชื่อถือให้กับไฟล์เพลงในของกลาง)
...อย่าหนักใจครับ   ใคร ๆ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นวัน เดือน ปี ที่ต้องการได้  โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที..

วันนี้คงเล่าแค่นี้ก่อนครับ...สบายดี...




อันนี้ แนวทางนะครับ



กฎหมายฉบับนี้เรียบเรียงและเก็บข้อมูลมาจากประมวลกฎหมายอาญาและ ประสบการณ์จากนักกฎหมายต่างๆ
เพื่อจะมาเป็นแนวทางความรู้ให้กับเพื่อนๆ ร้านอินเตอร์เน็ต


การ บุกรุก  ส่วนมากพวกที่มาจับจะไม่มีหมายค้น  แบบไหนถึงเรียกว่า  "บุกรุก"

มาตรา 362
            ผู้ใด เข้าไปใน อสังหาริมทรัพย์ ของ ผู้อื่น เพื่อถือการครอบครอง อสังหาริมทรัพย์นั้น ทั้งหมด หรือ แต่บางส่วน หรือ เข้าไป กระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวน การครอบครอง อสังหาริมทรัพย์ ของเขา โดยปกติสุข ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกิน สองพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

               ฉนั้นบุคคลหรือกลุ่มคนที่เราไม่ต้อน รับสามารถแจ้งความบุกรุกได้

เมื่อ พวกมันมาบุกรุกแล้วก็จะหาเรื่องยกคอมเราไป....."ลักทรัพย์"
มาตรา 334
            ผู้ใด เอา ทรัพย์ ของ ผู้อื่น หรือ ที่ผู้อื่น เป็นเจ้าของ รวมอยู่ด้วย ไป โดยทุจริต ผู้นั้น กระทำความผิด ฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน สามปี และ ปรับไม่เกิน หกพันบาท
การลักทรัพย์ คือ การเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไป โดยต้องการจะครอบครองทรัพย์นั้นไว้ เพื่อตนเองเอาไปขายหรือให้กับบุคคลอื่นก็ตามแต่ถือว่าเป็น การลักทรัพย์

               สรุปได้ว่าแม้จะเป็นเจ้า หน้าที่มายกไปก็ตาม.....ยังแจ้งข้อหาลักทรัพย์ได้อีกด้วย เมื่อมันมายกเครื่องไปแล้วก็จะเชิญตัวเราไปโรงพัก   "ห้ามไป"    เพราะการไปเจรจาถือว่าเสียเปรียบ เป็นการยอมความในเบื้องต้นไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้

มาตรา 52
            การที่จะให้บุคคลใดมาที่พนักงานสอบสวนหรือมาที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ชั้นผู้ใหญ่หรือมาศาลเนื่องในการสอบสวน.....
การไต่สวนมูลฟ้อง.....การ พิจารณาคดี.....หรือการอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้จักต้องมี หมายเรียกของพนักงานสอบสวน
หรือพนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่..... หรือของศาลแล้วแต่กรณี

               หากถูกต้องจริงต้องมีหมายเรียกมาหาเราเพื่อขึ้นไปเจรจา

บาง คนมาแบบมีหมายค้น ซึ่งเป็นการยากมากที่ศาลจะออกหมายค้นให้ แต่เพื่อความรู้ ก็มาทราบรายละเอียดกันซักหน่อย

              เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาขอค้นบ้าน.....ในเรื่องนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติ รับรองสิทธิไว้ในมาตรา 33 ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน และในวรรคสองกล่าวว่า บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองในการที่จะอยู่อาศัยและครอบครองเคหสถานโดยปกติ สุข ส่วนในวรรคสุดท้ายบัญญัติว่า การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครองหรือการตรวจค้น เคหสถานหรือในที่รโหฐาน จะกระทำมิได้  เว้นแต่จะมีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ

           ดังนั้นก็พอสรุปได้ว่า ในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจค้นบ้านหรือที่ส่วนบุคคลนั้น จะต้องมีหมายหรือคำสั่งของศาลมาแสดงให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองบ้านได้ดู แล้วทีนี้มีปัญหาว่าหากเจ้าหน้าที่มาขอค้นบ้านแต่ไม่มีหมายค้นของศาลมาด้วย จะค้นได้หรือไม่ ก็ขอตอบว่าถ้าเราอนุญาตให้ค้นก็ค้นได้ แต่ถ้าเราไม่อนุญาตให้ค้นเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอำนาจค้น

              หากมีหมายศาลมาจริง การตรวจค้นนั้นต้องมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับสามขึ้นไป หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยตรีขึ้นไปเป็นหัวหน้านำทีมในการตรวจค้น

มาตรา 69
หมายค้นเหจุที่จะออกหมายค้นได้มี ดังต่อไปนี้
     1.   เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนได้
     2.   เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด.....หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย..... หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
     3.   เพื่อพบและช่วยบุคคลซึ่งได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง..... โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     4.   เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายให้จับ
     5.   เพื่อพบและยึดสิ่งของตามคำพิพากษาหรือตามคำสั่งศาลในกรณีที่จะพบหรือจะยึด โดยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว

กรณียกเว้นไม่ ต้องใช้หมายค้น
     1.   เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากข้างในที่รโหฐา หรือมีเสียงหรือพฤติการณ์อื่นใดอันแสดงว่าได้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในที่รโหฐาน นั้น
     2.   เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน
     3.   เมื่อมีบุคคลที่ได้กระทำความผิดซึ่งหน้า ขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไปหรือมีเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่าได้เข้าไปซุกซ่อน ตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น
     4.   เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการ กระทำความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิด              หรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้

               กรณีไม่มีหมายค้นจะสังเกตได้ว่าแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับร้านเน็ตเลย.....ฉนั้น อย่างไปฟังข้ออ้างอะไรจากพวกมันทั้งนั้น
                                            หรือว่ามันจะอ้างว่า เป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าละ....จะทำยังไง.....ดูกันต่อครับ

มาตรา 80
           ความผิดซึ่งหน้า.....ได้แก่ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ.....หรือพบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ อย่างไรก็ดีความผิดอาญาดังระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้ให้ถือว่าความ ผิดนั้นเป็นความผิดซึ่งหน้า
              1.   เมื่อบุคคลหนึ่งถูกไล่จับดั่งผู้กระทำโดยมีเสียงร้องเอะอะ
              2.   เมื่อบุคคลหนึ่งแทบจะทันทีทันใดหลังจากการกระทำผิดในถิ่นแถวใกล้เคียงกับ ที่ เกิดเหตุนั้นและมีสิ่งของที่ได้มาจากการกระทำผิดหรือมีเครื่องมือ...
..อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นได้ใช้ในการกระทำผิด.....หรือมีร่องรอยพิรุธ

                   ความผิดซึ่งหน้า.....โดยรวมแล้วจะกล่าวถึงการกระทำผิดในเรื่องประทุษร้ายแก่ ชีวิต.....และทรัพย์สิน

                   เท่าที่อ่านมานั้นคงจะพอมีแนวทางในการโต้ตอบของพวกที่มาก่อกวนกันแล้วนะครับ

                   ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการล่อซื้อ หรือล่อจับ.....กันนิดนะครับ

การล่อซื้อ
                   คดีทรัพย์สินทางปัญญาจะล่อซื้อไม่ได้เพราะถือว่าเป็นการร่วมกันกระทำความ ผิด ไม่ใช่ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4 )

ทรัพยสินทางปัญญาหมายถึง อะไรบ้าง.....
           หมายถึง.....ผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์..... ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์อีกชนิดหนึ่ง..... นอกจากสังหาริมทรัพย์..... คือ..... ทรัพย์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้..... เช่น..... นาฬิกา..... รถยนต์..... โต๊ะ..... เป็นต้น..... และอสังหาริมทรัพย์..... คือ.....ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้.....เช่น.....บ้าน..... ที่ดิน..... เป็นต้น

ประเภทของทรัพย์สิน ทางปัญญา
             โดยทั่ว.....คนไทยส่วนมากจะคุ้นเคยกับคำว่า..... “ลิขสิทธ์”..... ซึ่งใช้เรียกทรัพย์สินทางปัญญา.....ทุกประเภท..... โดยที่ถูกต้องแล้วทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็น..... ประเภท..... ที่เรียกว่า..... ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial...property)..... และลิขสิทธิ์ (Copyright)
           ลิขสิทธิ์..... หมายถึง..... งานหรือความคิดสร้างสรรค์ในสาขาวรรณกรรม..... ศิลปกรรม..... ดนตรีกรรม..... งานภาพยนตร์..... หรืองานอื่นใดในแผนกวิทยาศาสตร์ ลิขสิทธิ์ยังรวมทั้ง..... โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer& Program) หรือ..... Computer& Software คือ ชุดคำสั่งที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อกำหนดให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน

              จะเห็นได้ว่าแม้เราจะลงเพลงให้กับลูกค้า.....แต่ลูกค้านั้นเป็นคนล่อ ซื้อ.....เวลาขึ้นศาลก็หลุดอยู่ดี เพราะตามกฎหมายได้บอกไว้แล้วว่าไม่สามารถล่อซื้อได้ หรือหากได้ก็เป็นการกระทำผิดร่วมกันโดนจับทั้งคนซื้อ+คนขาย หรือหลุดทั้งคู่


เครดิตทั้งหมด ท่านวร์มแย้และรุ่นพี่และอาจารย์แมวนะครับ 
ขอบคุณมากครับสำหรับสิ่งดีดี ลองดูไว้เป็นแนวทางครับ
บันทึกการเข้า
วมแย์ราจาอ
*****
สมาชิกเว็บอาวุโส

ความดี 615
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2,447


เท่มากๆ


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 03:47:25 PM »

นิยายแต่งนานมั้ยครับ
ตำรวจมากี่คนครับ ตอนจับ
ข้าวของอื่นๆ โดนเอาไปด้วยมั้ย

ถ้าเป็นในนิยายของผม พระเอกจะรีบแจ้งความตามนี้ครับ
ไม่ต้องจ้างทนาย แต่ไม่แจ้งกับ 100เวรอีกคนครับ (เอาผิดคนที่มันแจ้งจับเราก่อนน่ะครับ)
ให้มันประกันตัวหนักๆ และโดนอายัดรถ

1 นาย...และ.... ละเมิดสิทธิทางร่างกาย/ แตะเนื้อต้องตัวหญิงสาวในที่สาธารณะ
2 นาย...และ.... ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว /เนื่องจากช่วยตำรวจจับกุมแม่ค้า ในคดีที่ราษฎรไม่มีสิทธิจับกุมหรือช่วยจับกุม
3 นาย...และ.... ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ.../เนื้องจากใช้กำลังแย่งชิงทรัพย์สิน โดยในจำนวนนั้น มีทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีไปหลายชิ้น เช่น... ผ้า..
4 ตำรวจ..ที่มาจับ ผิดมาตรา 157/ ไม่เข้าจับกุมกลุ่มคนที่ละเมิดสิทธิทางร่างกายหญิงสาวต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้า และทั้งที่รู้ว่าราษฎรไม่มีอำนาจทำแบบนั้น
5 ตำรวจที่มาจับ เรียกรับสินบน /โดยกระซิบก่อนจับ ขอรับสินบน 2หมื่นบาท แลกกับการไม่จับกุม
6 ตำรวจร้อยเวร....ผิดมาตรา 157 ไม่รับแจ้งความ /ตนพยายามแจ้งความ โดยแจ้งตาม ข้อหาที่1-5 แต่ร้อยเวรไม่รับแจ้ง
7 ตำรวจร้อยเวร.. เรียกรับสินบน / เพื่อเเลกกับการไม่ดำเนินคดี
8 นาย..และ..ขู่กรรโชกทรัพย์ /

-
-
-
ความผิดของใครของมัน แยกคนละส่วน...ไม่ได้หมายความว่าคนนี้ทำผิดแล้วใครๆก็สามารถละเมิดเค้าได้
-
ถ้าคุณไปหาทนายธรรมดาๆ บ้านๆ คุณจะโดนทนายกล่อมครับ ทนายพวกนั้นส่วนใหญ่ไม่อยากให้ฟ้องกลับหรอกครับ
อยากจะแก้ต่างให้มันนิ่มๆมากกว่าครับ
บันทึกการเข้า

วมแย์ราจาอ ไม่ใช่ อ.แมวหลวง
เจ็บแล้วสู้คือคน เจ็บแล้วทนคือควาย
---------ช่วยเหลือเชิดชูคนสู้.... สมน้ำหน้าคนยอมแพ้....ประนามคนยอมความหมา-----------
..................หยุดเห็นแก่ตัว...ปล่อยหมาเข้าป่า เพราะเพื่อนร่วมอาชีพคุณจะเป็นเหยื่อรายต่อไป.........................
tamada
*
เด็กใหม่หัดโพส

ความดี 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89


ชัยชนะ เกิดขึ้นก่อนการรบ


« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 05:38:05 PM »

นิยายแต่งนานมั้ยครับ
ตำรวจมากี่คนครับ ตอนจับ
ข้าวของอื่นๆ โดนเอาไปด้วยมั้ย

ถ้าเป็นในนิยายของผม พระเอกจะรีบแจ้งความตามนี้ครับ
ไม่ต้องจ้างทนาย แต่ไม่แจ้งกับ 100เวรอีกคนครับ (เอาผิดคนที่มันแจ้งจับเราก่อนน่ะครับ)
ให้มันประกันตัวหนักๆ และโดนอายัดรถ.....



เรื่องจริงครับไม่ใช่นิยาย เป็นเรื่องของแฟนผมที่ขายของแล้วโดนลิขสิทธิ์โดเรมอนมาจับ
ตำรวจมาคนเดียวครับ ข้าวของที่เอาไปมี พรมเช็ดเท้าโดเรมอน 3 อัน และพรมเช็ดเท้าคิตตี้ประมาณ 17 อัน
ตอนแรกผมว่าจะแจ้งความ หากแต่ไม่แม่นกฏหมาย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า 157 มันคืออะไร แล้วจะให้ผมแ้จ้งอย่างไงละครับ คนพึ่งเคยมาโรงพักครั้้งแรก พึ่งมารู้หลังจากเข้าหาข้อมูลในเว็บ และศึกษาในเว็บไซด์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ขอคำแนะนำด้วยว่าจะทำอย่างไงในตอนนี้ครับ เรื่องที่มันผ่านไปก็ทำให้กลับคืนมาไม่ได้ แต่ทำให้มันเป็นคดีได้ไหมครับ
ถ้าไม่ให้จ้างทนายผมก็ไม่มั่นใจในสำนวนตัวเองเหมือนกัน ถ้าทำสำนวนพลาด ร้อยเวรที่พึ่งจบ จปร. เส้นใหญ่ ก็หลุดได้นะครับ
บันทึกการเข้า

น้ำตาเธอต้องล้างด้วยเลือดของหมานำจับ !!!
วมแย์ราจาอ
*****
สมาชิกเว็บอาวุโส

ความดี 615
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2,447


เท่มากๆ


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 05:49:19 PM »

เราเล่นเพื่อให้มันพักราชการก่อนครับ แค่นี้ก็อ่วมแล้ว...
รีบไปแจ้ง ยืนยันเสียงแข็ง ว่าแจ้งความแน่นอน
แต่ 100เวรอีกคนจะกล่อมคุณเหมือนคุณเป็นคนโง่ๆคนนึงเช่นเดิม แกล้งทำเป็นไม่รู้

ในนิยายผม ถ้าพระเอกละอ่อน ลดข้อหานิดนึงก็ได้

1 นาย...และ.... ละเมิดสิทธิทางร่างกาย/ แตะเนื้อต้องตัวหญิงสาวในที่สาธารณะ
2 นาย...และ.... ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว /เนื่องจากช่วยตำรวจจับกุมแม่ค้า ในคดีที่ราษฎรไม่มีสิทธิจับกุมหรือช่วยจับกุม
3 นาย...และ.... ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ.../เนื้องจากใช้กำลังแย่งชิงทรัพย์สิน โดยในจำนวนนั้น มีทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีไปหลายชิ้น เช่น... ผ้า..
4 ตำรวจ..ที่มาจับ ผิดมาตรา 157/ ไม่เข้าจับกุมกลุ่มคนที่ละเมิดสิทธิทางร่างกายหญิงสาวต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้า และทั้งที่รู้ว่าราษฎรไม่มีอำนาจทำแบบนั้น
5 ตำรวจที่มาจับ เรียกรับสินบน /โดยกระซิบก่อนจับ ขอรับสินบน 2หมื่นบาท แลกกับการไม่จับกุม
6 ตำรวจร้อยเวร....ผิดมาตรา 157 ไม่รับแจ้งความ /ตนพยายามแจ้งความ โดยแจ้งตาม ข้อหาที่1-5 แต่ร้อยเวรไม่รับแจ้ง
7 นาย..และ..ขู่กรรโชกทรัพย์ /
บันทึกการเข้า

วมแย์ราจาอ ไม่ใช่ อ.แมวหลวง
เจ็บแล้วสู้คือคน เจ็บแล้วทนคือควาย
---------ช่วยเหลือเชิดชูคนสู้.... สมน้ำหน้าคนยอมแพ้....ประนามคนยอมความหมา-----------
..................หยุดเห็นแก่ตัว...ปล่อยหมาเข้าป่า เพราะเพื่อนร่วมอาชีพคุณจะเป็นเหยื่อรายต่อไป.........................
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 15   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


ติดต่อโฆษณา สำหรับบริษัท หรือท่านใดที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกับเว็บไซต์ ICT.in.th ติดต่อได้ที่ ictnetcafe@gmail.com

ข้อความ หรือรูปภาพที่ปรากฏในเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทาง ICT.in.th มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งให้ทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

Tags: จับลิขสิทธิ์ บ่อนออนไลน์ internetcafe รายได้เสริมร้านเน็ต ชมรมร้านเกมส์ ร้านเน็ตคาเฟ่ เปิด ร้าน เน็ต คาเฟ่ เกมออนไลน์ใหม่ แนะนำ ร้าน เน็ต คาเฟ่ หมานำจับ เข้า youtube ไม่ได้ เข้า msn ไม่ได้ แทงกันในร้านเกม เปิดร้านเน็ต ลิขสิทธิ์ ตารางผสมของ dota 6.73 ตารางออกของdota 6.73 ผสมของdotaใหม่ล่าสุด map dota 6.74 ผสมของ dota 6.73 internet cafe โปรแกรม เน็ต คาเฟ่ หูฟังดังข้างเดียว พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กลุ่มร้านเน็ต 6.73 มีอะไรใหม่ ร้านอินเทอร์เน็ตสีขาว สมาคมร้านอินเตอร์เน็ต ลิขสิทธิ์ร้านเกมส์ กลุ่มเครือข่ายร้านเน็ต เกมส์ออนไลน์ทั้งหมด dota 6.74 มีอะไรใหม่ สมัครเน็ตคาเฟ่ เกมส์ออนไลน์ฟรี hon lan ยังไง icct ict ตลาดอินเตอร์เน็ต seo คอนแทคเลนส์