กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โทร 1195 ได้ 24 ชม.
www.csd.go.thร้องเรียนคลิกที่นี่
************************************************
กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร./โทรสาร 02-831-9888
www.dsi.go.thร้องเรียนคลิกที่นี่
************************************************
สำนักงานจเรตำรวจ
www.jaray.orgร้องเรียนคลิกที่นี่
หรือ ร้องเรียนได้ที่
jaray@police.go.th************************************************
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร.191
www.royalthaipolice.go.th************************************************
สำนักนายกรัฐมนตรี
www.1111.go.thร้องเรียนคลิกที่นี่
************************************************
สภาทนายความฯ ให้คำปรึกษาข้อกฎหมาย
www.lawyerscouncil.or.thโทร. 02-629-1430
ขอความช่วยเหลือ คลิกที่นี่
************************************************
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
(ร้องเรียนหากได้รับความไม่เป็นธรรมจากหน่วยงานราชการ, หน่วยงานรัฐ, รัฐวิสาหกิจ และราชการส่วนท้องถิ่น)
www.ombudsman.go.thร้องเรียนคลิกที่นี่
โทร. 02-299-0400 หรือ 1676
************************************************
ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี
สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
http://htcc.ict.police.go.th/ที่อยู่
อาคาร 33 ชั้น 4 ถนนพระรามที่ 1
แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ
10330
โทร 0-2205-2627-8
โทรสาร. 0-2205-1889
E-mail :
htcc@police.go.th ************************************************
ผู้รวบรวม
www.ICT.in.thกลุ่มร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ ไทย
อยากให้ทุกคนลองพิจารณาดูครับ (ผมไม่ใช่เจ้าของเว็บ...เป็นคนละคนกันนะครับ)
ขอชี้แจ้งวิธีช่วยคนที่ถูกทางก่อนครับ
เราต้องแก้ให้ตรงจุด ไม่เช่นนั้น เว็บนี้จะเหนื่อยฟรีๆ คอยแก้ที่ปลายเหตอย่างเดียว ตามเช็ดขี้ตลอด
คนที่เราไม่สมควรช่วย
1 ทำผิดกฎหมายเต็มๆ ถูกจับถูกต้องตามขั้นตอน ตำรวจไม่ไถเงิน มีเจ้าทุกข์จริงไม่ใช่หมานำจับ
2 คนที่ไม่คิดสู้ หวังหาทางรอดนิ่มๆไม่คิดถึงอนาคต ว่าเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆจะโดนอะไรมั้ย
คนที่สมควรช่วย
1 ไม่ผิด โดนยัดขอหา
2 ผิด แต่โดนหมานำจับและตำรวจจับผิดขั้นตอน มีการเรียกเงิน
3 คนที่สู้เพื่อส่วนรวม เอาตำรวจและหมาเข้าคุก
------------
------------
ต่อไปนี้การช่วยเหลือ เมื่อมีคนมั่นใจว่าถูกรังแก มาขอความช่วยเหลือ
ขั้นตอนช่วยเหลือ มีดังนี้
1 สำหรับคนที่พอมีประสบการณ์หรือความรู้ โปรดแนะนำให้ร้องเรียนเอาผิดตำรวจในเว็บทั้ง5เว็บ ทันที ถ้าเป็นชาย 4เว็บ ญ5เว็บ โดยผู้แนะนำช่วยร่างข้อความที่ร้องเรียนด้วยยิ่งดี เพราะคนถูกจับครั้งแรกจะไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ให้จดเลขร้องเรียนไว้ให้ครบครับ (ก็อบเว็บทั้ง5จากด้านล่างไปได้เลย)
2 หากไม่ร้องเรียน หยุดช่วยเหลือจนกว่าจะร้องเรียนครับ... (การร้องเรียนเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้โกหกแต่งเรื่องเข้าข้างตัวเอง และตนก็คิดจะสู้ ไม่ได้รอให้คนอื่นช่วยอย่างเดียว)
3 หลังจากร้องเรียน ให้ไป แจ้งความหมิ่นประมาท...เอาผิดหมานำจับก่อน(ข้อหาอื่นด้วย ถ้ามี)...หากมีหลักฐานว่าตำรวจผิด ก็แจ้งความเอาผิดตำรวจด้วยเลย
4 หลักจากนั้น ก็ช่วยแนะนำสเต็ปอื่นๆครับ
อยากให้ทุกคนลองพิจารณาดูครับ
เว็บสำหรับร้องเรียน
1 ปปช http://www.nacc.go.th/ewtadmin/ewt/nacc_web/nacc_accuse.php
2 สำนักนายก http://www.1111.go.th/form.aspx
3 จเร http://www.jaray.org/homepage/index.php?option=com_contact&view=contact&id=1:name&catid=12:contacts
4 ผู้ตรวจการ อาจจะเข้ายากนะถ้าคอมมีระบบป้องกัน
https://www.ombudsman.go.th/epost/5 รังแกสตรีและเด็ก แจ้งมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
http://www.pavenafoundation.or.th/index.php?option=com_chronocontact&Itemid=99&lang=th-----------------------
ปล. การช่วยเหลือแบบนี้ตรงจุดที่สุดครับ... เพราะตำรวจจะเข็ดครับ หากไม่ทำแบบนี้ มันจะวนเรียนไปรังแกคนอื่นๆไม่รู้จบครับ
ใครมีวิธีดีๆ เพิ่มเติม ช่วยบอกมาได้เลยครับ
แนะนำเพิ่มครับ
ป.ป.ท.
เราจะเห็นการเอาจริงและเป็นกลางเช่นกรณีเค้ามาจับตู้คาสิโนที่กลางห้างรัชดา เราต้องให้งานเค้าครับ
ช่วยกันแจ้งเบาะแส ร้องเรียน เพื่อจะได้กดดันมาเฟียครับ
คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชน
อันนี้แนะนำว่าในกรณีจับไม่ชอบ หรือถูกกระทำเกินกว่าเหตุ หน่วยงานนี้ลงพื้นที่เองเลยครับ แต่อาจจะได้
แค่ค่าสินไหมหรือค่าเยียวยาไม่มากนักเท่ากับฟ้องเอง
ส.ค.บ.
อันนี้ไม่ตลกนะครับ เพราะหมาที่มาจับลิขสิทธิ์ก็ต้องมีบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์คุ้มหัว หากไม่ชอบมาพากล
ร้องเรียนส.ค.บ.ได้เลยครับจะได้ตรวจสอบและเอาผิด
เบื้องบนครับ
การปกครองเจ้าหน้าที่รัฐจะแบ่งตาม ภาค จังหวัด แล้วก็ท้องถิ่นครับ ร้องเรียนที่เหนือกว่าหน่วยงานที่เราโดนจับครับ
เช่น สน.ในเขตกรุงเทพ มีศูนย์บัญชาการที่นครบาล
สน.ในเขตจ.ปทุม มีศูนย์บัญชาการที่ภูธรจ.ปทุม
จะเห็นได้ว่าเราไม่ต้องไปที่สน.นั้นๆโดยตรง แต่ไปร้องเรียนที่หน่วยที่เหนือกว่าครับ ถ้าจะกดดันก็ไปกดดันตรงนี้ดีกว่า
ให้คตินิดนะครับมีส่วนหน่วยราชการหนึ่งที่มีการปกครองแบบลูกน้องเลี้ยงหัวหน้า ถ้าไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับหัวหน้า
ในส่วนราชการนั้นมันก็ไม่ได้อะไร และเราอาจจะโดนกลับ แต่ถ้าหน่วยที่สูงกว่าเค้าจะต้องตรวจสอบครับ ไม่ขึ้นตรงกับใคร
บก.ปปป.
อยู่ใกล้แดนเนรมิตรเก่า แต่ไม่ต้องไปก็ได้ครับ.....ก
ใครที่จะอ่านบทความนี้โปรดพิจารณาตัวเองด้วย บุคคลเหล่านี้ห้ามอ่าน
1 พวกคนโง่ โง่เกินจะเยียวยา โง่ดุจควาย โง่ยังไงก็แล้วแต่ห้ามอ่าน
2 พวกคนขี้กลัว กลัวตำรวจ กลัวขึ้นศาล ไม่อยากมีเรื่อง กลัวเหรี้ยนำจำ
ทุกครั้งที่โดนจับ แจ้งมาตรา 157 ทุกครั้งแก่100เวร โดยเมื่อมีเหตดังนี้
1ตำรวจเข้าจับกุมโดยที่เราไม่ได้ทำผิดซึ่งหน้าตำรวจ จับกุมโดยมิชอบ
หากโดนจับขณะที่เราไม่ได้ทำผิดต่อหน้าตำีรวจ เราเล่น 157 ทันที
เช่นเราทำผิดในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ต่อหน้าหมา..สามารถทำผิดได้สบายๆ เพราะหมาไม่ใช่ตำรวจ และตำรวจจะมาจับเราที่หลังก็ไม่ได้
และ เช่นหากตำรวจพบmp3ในเครื่อง แต่ไม่เห็นเราเป็นคนลงตำรวจจับ ตำรวจผิด ดังนั้นหากร้านใครมีเด็กมาลงเกมผิดกฎหมายและลบทิ้งไม่ทัน แล้วเห็นตำรวจมาแต่ไกลก็ให้ปิดระบบไฟฟ้าในร้านทันที...(วิธีของคุณ กิตติทัศน์)
2หากหมาช่วยตำรวจจับกุม หมาช่วยขนของ ขนทรัพย์สิน (คดีลิขสิทธิ์ราษฎรเข้าช่วยจับกุมไม่ได้ แม้ตำรวจจะร้องขอให้ช่วย จะเป็นละเมิดลักทรัพย์ทันที) ตำรวจผิดเพราะละเว้น โดน157 ทันที
3หากตำรวจเรียกรับสินบน ...อันนี้สามารถกล่าวหาได้เลย ใครหาพยานมาได้เย๊อะๆก็จัดได้เลย
4หาก หมาเข้าค้นดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้ไม่ได้รับอนุญาติและไม่มีหมายค้น ผิด พรบ.คอม 50 ...แต่ตำรวจไม่เข้าจับกุมหมา ตำรวจผิด 157 ทันที
5หากตำรวจเข้าค้นดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้ไม่ได้รับอนุญาติและไม่มีหมายค้น ผิด พรบ.คอม 50 ...และผิดมาตรา 157 เช่นกัน
6หากตำรวจรื้อค้นข้าวของหรือหยิบทรัพย์สินเราไป โดยไม่มีหมายค้น... ผิดมาตรา 157 เช่นกัน
7หาก ตำรวจไม่รับแจ้งความและไม่ยอมจับกุมหมามาดำเนินคดี ไม่ยอมจับมาเรียกเงินประกันตัว. เมื่อเราแจ้งความเอาผิดหมากลับทำเฉยและแถ ..ตำรวจผิด 157 ทันที
ฯลฯ
ร้านเน็ตตำรวจ สามารถเข้าร้านได้โดยไม่มีหมาย... แต่เข้าไปยืนเฉยๆ ห้ามรื้อค้น ห้ามแตะต้อง ห้ามแอบดูข้อมูลคอมพิวเตอร์ (แล้วจะโง่เข้าไปทำไม)
หมาก็ เข้าร้านได้ แต่เข้าปุ๊บ เจ้าของสถานที่ไม่ชอบหน้าก็สามารถเชิญออกได้ทันที หากไม่เชื่อฟังใช้กำลังขัดขืนมีเจตนาร้าย เจ้าของร้านสามารถกระทืบได้ทันที (แล้วจะโง่เข้าไปทำไม)
ความหมายของการ..เข้ามาเฉยๆ กับ เข้ามารื้อค้นทรัพย์สินมันต่างกันนะครับ
จะเข้ามารื้อค้นทรัพย์สิน โต๊ะ ตู้ ลิ้นชัก เครื่องคอม ต้องมีหมายค้นครับ
แจ้งมาตรา 157
**ปปช. และ สำนักนายกรัฐมนตรี**
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
http://www.nacc.go.th/ewtadmin/ewt/nacc_web/nacc_accuse.phpและ
สำนักนายกรัฐมนตรี
http://www.1111.go.th/form.aspxเมื่อจับลิขสิทธิ์ แล้วโดนพักราชการทุกครั้ง.... ไม่มีใครหน้าไหนโง่มาจับหรอกครับ
ลองใช้ปัญญาคิดวิธีเพิ่มด้วยนะครับ
ต้องฟ้องกลับครับ แนะนำให้จ้างทนายครับ
ตัวอย่างก็ที่ อ.แมวบอก พันทิพ บอกไว้เลยครับ
ฟ้องทั้งแพ่ง และ อาญา ครับ คู่กันไปเลย
สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ
1. ผู้กระทำผิดถูกลงโทษ
2. เงินทอง ที่เราสูญเสียไปตอนที่ต้องประกันตัว หรือ ปิดทำการไป
3. ได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมวงการ (คิดแบบเห็นแก่ตัวง่ายๆก็ช่วยตัวเองไม่ให้ตัวเองต้องโดนไ้อ้นี่อีกก็ได้)
การฟ้องต้องทำ 2 อย่างพร้อมกันเลยนะครับ ทำให้ึคนที่ถูกเราฟ้องต้องสู้ถึง 2 คดี เหนื่อยและเดือดร้อนไม่ใช่น้อยครับ
วิธีคิดเรื่องการฟ้องกลับสำหรับคนทั่วไปอย่างเราและคนที่คิดไม่อยากฟ้อง ให้ลองอ่านบรรทัดด้านล่างนี้ดูครับ
สำหรับคนที่อยากให้เรื่องมันจบๆกันไป คิดผิดครับ มันจะกลับมาทำกับคุณและเพื่อนร่วมวงการของคุณอีก
ต้อง คิดว่าถ้าไม่มีมัน เราและเพื่อนร่วมวงการจะได้ไม่เดือดร้อน และ ให้มันได้รับผลกรรมที่ทำไว้บ้าง ไม่ใช่ทำไว้กับคนอื่น ถึงเวลาก็เผ่นหนีไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น
* ตอนเราติดคุก ติดแทนกันได้หรือเปล่า
** ค่าเสียหายครั้งนี้ใครจะเยียวยา ใครจะมารับผิดชอบ
*** สภาพจิตใจ คนที่ไม่มีความผิดแล้วต้องเข้าคุก ต้องถูกตรวนไว้กับนักโทษคดีอื่นๆ ตรงนี้ใครจะเยียวยา
**** เงินประกันที่สูงมาก หากต้องกู้มาเพื่อประกันตัว ดอกเบี้ยใครรับผิดชอบ หากเป็นเงินของตัวเองที่สามารถประกันได้ ดอกเบี้ย และ ประโยชน์ที่เราจะนำเงินนั้นมาทำให้งอกเงยขึ้นมา ใครรับผิดชอบ
***** เงินค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง การจ้างทนาย ค่าโทรศัพท์ ตรงนี้ใครรับผิดชอบ
****** ชื่อเสียงของเรา ขณะโดนจับกุม ใครรับผิดชอบ
******* ญาติพี่น้องทางบ้านและครอบครัว ต้องมาเดือดร้อนด้วย เพราะคุณถูกจับ ใครรับผิดชอบ (ของผม พ่อถึงกับร้องไห้ น้ำตาของพ่อผม ใครรับผิดชอบ)
บอกเลยครับ คนไทยลืมง่าย ขี้กลัว ทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่ากลัว ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถึงแม้เขายอมถอนแจ้งความ หรือเขายอมลดเงินยอมความลง ก็ไม่ใช่เขามีบุญคุณนะครับ เขาเป็นคนทำให้คุณมีความผิด เขาต้องชดใช้ความผิดที่ทำกับคุณ อย่าลืมครับตรงนี้ ไอ้พวกนี้ชอบแกล้งทำดี+กล่อม เรานิดหน่อย ก็นึกว่ามีบุญคุณซะแล้ว แบบนี้คิดผิดครับ
ของผมก็เหมือนกันครับ ฟ้องแล้วเหมือนกัน ทั้งคู่ด้วย
สุดท้าย ไอ้พวกนี้จะมาขอจบคดี
คดีเบสิกที่ยัดข้อหาให้หมาและพอหาหลักฐานประเภทพยานได้ง่ายๆ...
1 บุกรุกรื้อค้น (สถานที่สาธารณะหมาเข้าได้ แต่รื้อค้นข้างของไม่ได้)
2 หมิ่นประมาท
3 แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ(เราสามารถหาพยานมายืนยันได้ง่ายๆ ว่ามันบอกเช่นนี้)
4 ขู่กรรโชกทรัพย์
5 ว่าจ้างให้ผู้อื่นกระทำผิดอาญา (จ้างคุณให้ไล๊ทแผ่นเพื่อจะซื้อกลับบ้านแต่คุณไม่ทำ)
6 แจ้งความเท็จ
อีกหลายๆอย่าง สามารถใส่ได้หมด
ปล. คดีที่เราจะเล่นกลับได้นั้น ไม่ได้คำนึงว่ามันผิดจริงหรือไม่ผิดจริง... แต่ต้องคกนึงถึงพยานหลักฐานว่าเราจะหามาได้มั้ย
คดีที่มันผิดจริงแต่เราไม่มีหลักฐาน...อันนี้ห้ามฟ้องครับ
คดีที่มันอาจจะไม่ผิดจริงหรือใกล้เคียงๆ แต่ถ้าเรามีพยาน เราฟ้องได้ครับ อิอิ
ปัจจัยการจับลิขสิทธิ์
พรบ.วิดิทัศน์ 2551 ตรวจใบอนุญาติ ตรวจข้อปฏิบัติตามใบอนุญาติ โดย จนท.ตามพรบ.แสดงบัตร
พรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 ขอข้อมูล ย้อนหลัง โดย จนท.ตามพรบ. ประสานงานกับ พนง.สอบสวน ตามการแจ้งความ
พร บ.ลิขสิทธิ์2537 ต้องมีเหตุอันควรหรือหลักฐานในการทำผิดและเอกสารการมอบสิทธิ์สมบูรณ์ไม่ขาด ช่วงในการแจ้งความ ถ้าไม่มีต้องมีหมายค้น
อันนี้ ท่านวรมแย้ ส่วนใหญ่มากจากท่านนี้ (ผมเป็นแฟนคลับอิอิ)
ดูอันนี้เป็นตัวอย่างไว้ครับ ถ้าคุณแจ้งความกลับมันจะทำให้เป็นต่อทันที
http://ict.in.th/19509ถ้าเป็นในนิยายที่ผมแต่งเอง เมื่อแจ้งความกลับหมาจะโดนหลายอย่าง
1 โดนประกันตัวแพงๆ หมาอยู่คนละจังหวัด ต้องดินทางไกลมาสู้คดีหลายรอบจนหูตูบ
2 ตำรวจไม่เป็นมิตรแท้ที่ฐาวรกับใคร...พอหมาโดนเล่นคดีอาญา ตำรวจอาจจะหันไปไถเงินหมาแทน
และถ้าหมาเคยมีประวัติ อาจโดนไถเงินเป็นแสนๆ เพราะไม่เช่นนั้นสำนวนจะแข็งมาก
3 หมาอาจโดนอัยการอีกหลายแสน
4 ถ้าหมาเคยมีประวัติและหมาแพ้ หมาก็ต้องรับโทษ จำคุกครับ
------สรุปคือให้มันลำบากกว่าเราน่ะครับ
........ถ้าทุกๆร้านไม่โง่ แจ้งความกลับทุกครั้งที่โดนจับ ไม่มีใครมาทำอาชีพหมาหรอกครับ เพราะต้องวิ่งขึ้นศาลทั่วไทย
อันนี้ลองอ่านดูหาช่องทางนะครับ
ตำรวจและตัวแทนลิขสิทธิ์จับคดีลิขสิทธิ์ ถูกต้องหรือไม่ ?
การจับ กุมคดีลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความผิดอันยอมความได้ อยู่ดี ๆ ตำรวจจะเดินเข้าไปจับกุมคนละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น ซีดีเถื่อน , หนังสือเถื่อน ไม่ได้ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และมอบคดีให้พนักงานสอบสวนก่อน
หลังจากนั้นตำรวจจึงจะเข้า จับกุมได้ ตัวแทนลิขสิทธิ์จะมีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิด เช่น การล่อซื้อ ไม่สามารถทำได้ และถ้าล่อซื้อถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหาย เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกามาหลายคดีแล้ว
การจับ กุมหรือการค้นต้องมีหมายศาล จะทำแบบลุแก่อำนาจไ ม่ได้ ฟังข้อเท็จจริงจากข่าวที่ปรากฏ ซีเอ็ดยังไม่ได้กระทำความผิดแต่ไปจับกุม ถือว่าการจับกุมไม่ชอบ จะอ้างว่าเป็นความผิดล่วงหน้าไม่ได้ ความผิดล่วงหน้าหมายถึงกำละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ แต่ซีเอ็ดฯ เอาสินค้าที่ห้ามจำหน่ายวางกองรอคืน ไม่ถือว่ามีการกระทำความผิด ตำรวจเข้าไปจับกุมถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ทนายคลาย ทุกข์ยังมีความสงสัยว่าตำรวจมีผลประโยชน์ร่วมกับตัวแทนลิขสิทธิ์หรือไม่ ทำไมฟิตจัง คดีในท้องที่มีเยอะแยะไม่เห็นจับกุมเลย การกระทำแบบนี้เป็นห่วงภาพพจน์ของ สตช.จริง ๆ เลยครับ
การ เข้าจับกุมและรีดไถเงินหรือตบทรัพย์ของตัวแทนลิขสิทธิ์ น่าจะหมดไปได้แล้ว เพราะเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการต่อรองเรียกผลประโยชน์ ควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสินจะดีกว่า
เนื้อหาข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกเพื่อประกอบการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย
ซีเอ็ดโวยคนแอบอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์จับกุม-รีด
ผู้ บริหารร้านซีเอ็ดโวย ถูกผู้รับมอบอำนาจเจ้าของเกม "นินเทนโด้" บุกจับ อ้างละเมิดลิขสิทธิ์ แต่กลับไกล่เกลี่ยเรียกเงินยุติดำเนินคดีครึ่งแสนแทน ทั้งที่สั่งห้ามจำหน่ายหนังสือแล้ว หวั่นถูกสวมรอยอ้างเป็นตัวแทนร่วมกับตำรวจตบทรัพย์ ขณะที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ยันเป็นตัวแทนจริง ไม่ฟันธงซีเอ็ดละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ยันมีสิทธิ์ฟ้องกลับได้
เมื่อ วันที่ 25 มีนาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร้องเรียนผ่าน "คม ชัด ลึก" ว่า ร้านขายหนังสือของบริษัทซีเอ็ดฯ ไม่ได้รับความเป็นธรรม
เนื่องจากมีผู้แอบอ้างเป็นผู้รับ มอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์เกม นินเทนโด้ เข้าตรวจจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่วางขายอยู่ในสาขาต่างๆ ของบริษัทซีเอ็ดฯ โดยเรียกเงินจำนวน 45,000-50,000 บาท เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ทางบริษัทสงสัยว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นการแอบอ้างตัวมารีดไถเงิน เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทขายสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องทั้งหมด
นาย วิโรจน์กล่าวว่า ร้านขายหนังสือสาขาต่างๆ ของบริษัทถูกการกระทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ถูกจับกุมที่สาขาโลตัส ลาดพร้าว ผู้รับมอบอำนาจกล่าวหาว่าจำหน่ายสินค้าที่เป็นหนังสือและแผ่นซีดี วีซีดีเกมต่างๆ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ ถือว่าผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากแฝงตัวในร้านและล่อซื้อ จากนั้นก็แสดงตัวพร้อมกับมีตำรวจอีก 4-5 นาย ต่อมาวันที่ 21 มีนาคม ถูกจับในลักษณะเดียวกันที่สาขาโลตัส พระนครศรีอยุธยา
ทั้ง นี้ ทั้งสองครั้งที่ถูกจับกุมมีการเจรจาไกล่เกลี่ย และผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้เสนอไกล่เกลี่ยเอง โดยเรียกเงินชดใช้ 45,000-50,000 บาท แต่ทางบริษัทไม่ได้จ่ายเอง เพราะทางสำนักพิมพ์มารับผิดชอบจ่ายให้ เนื่องจากข้อหาที่ถูกจับกุมคือ ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ทั้งสองครั้งขึ้น
ทางบริษัทได้สั่งระงับไม่ให้ ขายสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ทั้งหมดทุกสาขา พร้อมทั้งให้เก็บรวบรวมสินค้าดังกล่าวส่งคืนเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อให้ตรวจสอบว่าสินค้าทั้งหมดที่เป็นลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ในร้านซีเอ็ด ละเมิดลิขสิทธิ์จริงหรือไม่ เพราะบริษัทจะขายสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องเท่านั้น
"หลังเกิด เรื่องขึ้น ทางซีเอ็ดได้เก็บสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ทั้งหมดมารวมที่ เคาน์เตอร์ สั่งห้ามจำหน่าย รวมถึงการลบรายการสินค้าดังกล่าวออกจากฐานข้อมูล เป็นการยืนยันว่าจำหน่ายไม่ได้ และออกใบเสร็จให้ไม่ได้
แต่เมื่อวัน ที่ 25 มีนาคม มีนายธีรนิติ์ เจริญกิจวศิน อ้างว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทนินเทนโด้ ออฟ อเมริกา มาตรวจจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของนินเทนโด้ และได้ปฏิบัติแบบเดียวกับที่สาขาของซีเอ็ดถูกจับมาก่อนหน้านี้" นายวิโรจน์กล่าว
นายวิโรจน์ยอมรับว่า รู้สึกสงสัยการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการมาแอบอ้างเพื่อรีดไถเงินหรือไม่ รวมถึงการหลอกใช้ตำรวจมาหากินด้วยวิธีนี้ หรืออาจจะรู้เห็นเป็นใจกันทั้งสองฝ่าย เพราะตนกลัวว่าผู้รับมอบอำนาจจะอ้างขึ้นมาลอยๆ แล้วจัดทำเอกสารใบรับมอบอำนาจมายืนยัน
แต่การจับกุมครั้งนี้ทางร้าน ซีเอ็ดไม่ได้ขายสินค้าดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่จัดวางรวมกันไว้ที่เคาน์เตอร์เพื่อรอส่งคืน ขณะเดียวกัน การจับกุมครั้งนี้ยังไม่มีหมายค้นหรือหมายจับ จากนั้นชุดจับกุมก็จัดการทำบันทึกจับกุมส่งไปที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โดยมี พ.ต.ต.วรายุทธ พงษ์ตัน พนักงานสอบสวน (สบ 2) เป็นเจ้าของคดี
หลัง จับกุมก็บอกว่ามีการไกล่เกลี่ยกันได้ แต่ทางร้านซีเอ็ดไม่มีความเชื่อมั่นในตัวผู้รับมอบอำนาจ อาจจะแอบอ้างมา จึงอยากจะตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน อีกทั้งการจับกุมก็ไม่มีหมายค้น และไม่มีการทำผิดซึ่งหน้าด้วย จึงเห็นว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างแอบแฝง
เมื่อ สอบถามไปยัง พ.ต.ต.วรายุทธ ก็ชี้แจงว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องดังกล่าวไว้และได้สอบปากคำฝ่ายผู้เสียหายคือ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทนินเทนโด้ฯ แล้ว พบว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจริง มีเอกสารยืนยันครบถ้วน ส่วนการเข้าจับกุมโดยไม่มีหมายค้นนั้น ถือว่าตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ประสานขอความร่วมมือกับตำรวจ และขอเข้าตรวจค้นซึ่งหน้า ก็พบสินค้าที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างอยู่ในร้านจริง
แต่ ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าร้านซีเอ็ดเป็นผู้จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตามที่ ถูกกล่าวหาหรือไม่ เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ การสืบสวนสอบสวน รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ ให้ครบถ้วน ส่วนบริษัทซีเอ็ดฯจะแจ้งความกลับเพื่อตรวจสอบว่าตัวผู้รับมอบอำนาจจากเจ้า ของลิขสิทธิ์เกมนินเทนโด้เป็นตัวจริงถูกต้องหรือไม่ก็สามารถกระทำได้ หากพบว่าผิดก็ว่ากันไปตามผิด ทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก
http://www.komchadluek.net/http://www.decha.com/main/showTopic.php?id=1651