คําพิพากษาฎีกาที่ 10696/2550
พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (มาตรา 4, 6, 8, 27, 28, 69, 76)
คดีนี้โจทกฟองกลาวหาวา จําเลยกระทําผิดทางอาญาฐานทําซ้ําหรือดัดแปลงงานอันมี ลิขสิทธิ์ของผูเสียหายและเผยแพรงานนั้น
ตอสาธารณชนโดยไมไดรับอนุญาตจากผูเสียหายเพื่อการคา โดยประสงคใหลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 69 วรรคสอง ซึ่งมีโทษจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ป หรือปรับตั้งแตหนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
โจทกจึงตองนําสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจนใหศาลเห็นไดโดยปราศจากขอสงสัยวาจําเลยกระทําผิดตามขอกลาวหาดังกลาวเพราะการเลือกดําเนินคดีอาญาแทนการดําเนินการฟองเรียกคาเสียหายทางแพงตามความเสียหายของผูเสียหายนั้น ยอมมีผลกระทบถึงสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพและการดําเนินชีวิตของจําเลย ผูถูกกลาวหาคอนขางรายแรง
ประกอบกับโจทกไมไดนําสืบใหเห็นวาลูกคาที่มาใชบริการอินเตอรเน็ต สามารถบันทึกขอมูลที่ไดจากการเลนอินเตอรเน็ตลงในฮารดดิสกของเครื่องคอมพิวเตอรหรือแผนดิสก สวนตัวดวยตนเองไดหรือไม หรือนําขอมูลจากแผนดิสกสวนตัวลงในเครื่องคอมพิวเตอรไดหรือไม ที่เครื่องคอมพิวเตอรแตละเครื่องมีแผนวงจรเสียงที่จะถายทอดเสียงออกไดหรือไม มีลําโพงถายทอดเสียงหรือไม ลูกคาฟงเพลงจากเครื่องคอมพิวเตอรไดหรือไม สภาพของรานเปนสถานที่ที่ใชบริการใหลูกคาฟงเพลงดวย หรือไม จึงอาจเปนไปไดวาลูกคาหรือบุคคลอื่นที่ไมใชจําเลย เปนผูบันทึกเก็บเพลงดังกลาวไวในเครื่องคอมพิวเตอรโดยจําเลยเองไมไดรูเห็น และจําเลยเองก็ไมไดประสงคจะเก็บเพลงเหลานั้นไวบริการแกลูกคาที่มาใชบริการอินเตอรเน็ตและไดรับประโยชนใด ๆ จากการที่มีการเก็บเพลงเหลานั้นไว ซึ่งโดยสภาพของรานอินเตอรเน็ต ก็ยอมไมเอื้ออํานวยตอการนั่งฟงเพลงอยูแลว พยานหลักฐานของโจทกเพียงเทาที่นําสืบมาดังกลาวไมอาจพิสูจนไดอยางชัดเจนวา จําเลยเปนผูดําเนินการใหมีการบันทึกเพลงตามฟองไวเพื่อบริการแกลูกคาและเพลงดังกลาวมีไวเพื่อบริการแกลูกคา พฤติการณแหงคดียังไมพอฟงวาจําเลยละเมิดลิขสิทธิ์ งานเพลงของผูเสียหายโดยการทําซ้ําหรือดัดแปลงลงในเครื่องคอมพิวเตอรหรือเผยแพรงานนั้นตอ สาธารณชนดังฟอง พิพากษากลับ ใหยกฟอง
___________________________
พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก
ระหวาง
นายณรงคฤทธิ์ จํารัส จําเลย
โจทกฟองและแกไขคําฟองวา บริษัทอารเอส จํากัด (มหาชน) หรือ บริษัทอาร.เอส.โปรโมชั่น จํากัด (มหาชน) ผูเสียหาย เปนนิติบุคคลตามกฎหมายไทยและเปนเจาของลิขสิทธิ์ในฐานะ ผูสรางสรรคงานดนตรีกรรมเพลง “วางแลวชวยโทรกลับ” “ปาฏิหาริยครั้งสุดทาย” และ “อาทิตยละครั้ง” ซึ่งดมีการโฆษณาครั้งแรกในประเทศไทย
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2549 เวลากลางวัน จําเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสรางสรรคดังกลาว โดยการนําเพลง “วางแลวชวยโทรกลับ” “ปาฏิหาริยครั้งสุดทาย” และ “อาทิตยละครั้ง” มาทําซ้ํา ดัดแปลงบทเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอรและเผยแพรตอสาธารณชน โดยเปดระบบแลนเชื่อมตอกับคอมพิวเตอรเครื่องอื่น ๆ จํานวน 17 เครื่อง โดยแตละเครื่องมีโปรแกรมรองรับการฟงเพลงซึ่งสามารถเปดเพลงดังกลาวไดทุกเครื่องเพื่อใหบริการแกลูกคา และเรียกเก็บคาบริการเปนรายชั่วโมงอันเปนการกระทําเพื่อแสวงหากําไรในทางการคา โดยจําเลยไมไดรับอนุญาตจากผูเสียหายและ ไมไดรับยกเวนใดๆ ตามกฎหมาย เหตุเกิดที่ตําบลในเมือง อําเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ขอใหลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 6, 8, 27, 28, 69, 76 และสั่งจายคาปรับกึ่งหนึ่งใหแกผูเสียหายซึ่งเปน
เจาของลิขสิทธิ์
จําเลยใหการปฏิเสธ
ศาลทรัพยสินทางปญญาและการคาระหวางประเทศกลางพิจารณาแลว พิพากษาวา จําเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 28 (1) (2), 69 วรรคสอง ปรับ 100,000 บาท ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 จายคาปรับจํานวนกึ่งหนึ่งใหผูเสียหายซึ่งเปนเจาของลิขสิทธิ์
จําเลยอุทธรณตอศาลฎีกา
มีปญหาตองวินิจฉัยวา จําเลยละเมิดลิขสิทธิ์งานเพลงของผูเสียหายโดยการทําซ้ําหรือ ดัดแปลงในเครื่องคอมพิวเตอรและเผยแพรงานนั้นตอสาธารณชนซึ่งเปนความผิดดังฟองของโจทกหรือไม เห็นวา คดีนี้โจทกฟองกลาวหาวาจําเลยกระทําผิดทางอาญาฐานทําซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผูเสียหายและเผยแพรงานนั้นตอสาธารณชนโดยไมไดรับอนุญาตจากผูเสียหายเพื่อการคา โดยประสงคใหลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 69 วรรคสอง ซึ่งมีโทษจําคุกตั้งแตหกเดือนถึงสี่ป หรือ ปรับตั้งแตหนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ โจทกจึงตองนําสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจนใหศาลเห็นไดโดยปราศจากขอสงสัยวาจําเลยกระทําผิดตามขอกลาวหาดังกลาว เพราะการเลือกดําเนินคดีอาญาแทนการดําเนินการฟองเรียกคาเสียหายทางแพงตามความเสียหายของผูเสียหายนั้น ยอมมีผลกระทบถึงสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพและการดําเนินชีวิตของจําเลยผูถูกกลาวหาคอนขางรายแรง
คดีนี้ไดความจากพยานโจทกคือ นายชาลี ซึ่งเปนผูมีประโยชนไดเสียโดยตรงจากการจับกุมดําเนินคดีจําเลยจึงเปนพยานปากที่ตองรับฟงดวยความระมัดระวังเพื่อไมใหกระบวนการยุติธรรมในการดําเนินคดีอาญาแกผูถูกกลาวหาวา ละเมิดลิขสิทธิ์เปนการสงเสริมใหเกิดการคาความ
และขอเท็จจริงไดความตามคําเบิกความของรยอตํารวจเอก อัครพงษ พยานโจทกเพียงวา ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุพยานเขาไปตรวจสอบที่ชั้นที่เกิดเหตุโดยจําเลย ยินยอมใหตรวจสอบดวยดี ในที่เกิดเหตุมีเครื่องคอมพิวเตอรอยู 17 เครื่อง ผลการตรวจสอบพบวามีงานเพลงอันเปนลิขสิทธิ์ของผูเสียหายอยูในเครื่องคอมพิวเตอร 5 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอรแตละเครื่องสามารถดึงข้อมูลจากเครื่องอื่นได จึงจับจําเลยพรอมกับยึดเครื่องคอมพิวเตอรที่เกี่ยวของทั้งหมด ตามทางนําสืบโจทกดังกลาวเทากับวาเครื่องคอมพิวเตอรที่จําเลยใชอยูทั้งหมด 17 เครื่องนั้น มีเพลงที่กลาวอางวาเปนงานอันมีลิขสิทธิ์ของผูเสียหายอยูเพียง 3 เพลง ใน 5 เครื่อง โดยไมปรากฏวามีเพลงอื่นอีกซึ่งเปนสวนนอย หากจําเลยมีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์งานเพลงของผูเสียหายตามฟองนาจะมีขอมูลเพลงมากกวานี้ ประกอบกับโจทกไมไดนําสืบใหเห็นวาลูกคาที่มาใชบริการอินเตอรเน็ตสามารถบันทึกขอมูลที่ไดจากการเลนอินเตอรเน็ตลงในฮารดดิสกของเครื่องคอมพิวเตอรหรือแผนดิสกสวนตัวดวยตนเองไดหรือไม หรือนําขอมูลจากแผนดิสก สวนตัวลงในเครื่องคอมพิวเตอรไดหรือไม ที่เครื่องคอมพิวเตอรแตละเครื่องมี
แผนวงจรเสียง (SOUND CARD) ที่จะถายทอดเสียงออกไดหรือไม มีลําโพงถายทอดเสียงหรือไม ลูกคาฟงเพลงจากเครื่องคอมพิวเตอรไดหรือไม สภาพของรานเปนสถานที่ที่ใชบริการใหลูกคาฟงเพลงดวยหรือไม จึงอาจเปนไปไดวาลูกคาหรือบุคคลอื่นที่ไมใชจําเลย เปนผูบันทึกเก็บเพลงดังกลาวไวในเครื่องคอมพิวเตอรโดยจําเลยเองไมไดรูเห็น และจําเลยเองก็ไมไดประสงคจะเก็บเพลงเหลานั้นไวบริการแกลูกคาที่มาใชบริการอินเตอรเน็ต และไดรับประโยชนใดๆ จากการที่มีการเก็บเพลงเหลานั้นไว ซึ่งโดยสภาพของรานอินเตอรเน็ตก็ยอมไมเอื้ออํานวยตอการนั่งฟงเพลงอยูแลว พยานหลักฐานของโจทกเพียงเทาที่นําสืบมาดังกลาวไมอาจพิสูจนไดอยางชัดเจนวา จําเลยเปนผูดําเนินการใหมีการบันทึกเพลงตามฟองไวเพื่อบริการแกลูกคาและเพลงดังกลาว มีไวเพื่อบริการแกลูกคา
พฤติการณแหงคดียังไมพอฟงวาจําเลยละเมิดลิขสิทธิ์งานเพลงของผูเสียหายโดยการทําซ้ําหรือดัดแปลงลงในเครื่องคอมพิวเตอรหรือเผยแพรงานนั้นตอสาธารณชนดังฟอง
พิพากษากลับ ใหยกฟอง
สํานักงานอัยการพิเศษฝายสารสนเทศ สํานักงานวิชาการ
นายเทียมทัน อุณหะสุวรรณ - ยอ
นายอาทิตย รุงอภิญญา - พิมพ
คนหาคําพิพากษาหรือคําชี้ขาดความเห็นแยงอื่น ๆ ไดที่
www.tech.ago.go.th/deeka/menu.htm