เหตุเกิดแถวๆ งามวงศ์วาน คนรู้จักพวกลิขสิทธิ์จับ ได้มาจับสินค้า skinfood ที่ร้านของคนรู้จัก นำโดย นายสุรชัย และพวกหน้าโหดๆ อีกประมาณ 6 คน พร้อมกับนายตำรวจครึ่งท่อนอีกคนอีก 1 คน เนื่องด้วยที่ร้านจ้างลูกจ้างมาขาย จึงไม่ได้เห็นเหตุการณ์ และได้โทรขอความจึงทำการโทรศัพท์ไปที่ร้าน เพื่อแนะนำลูกจ้างว่าควรปฏิบัติอย่างไร ตามขั้นตอนที่ อ.แมว สอนเลย คือให้เด็กที่หน้าร้านดูเอกสารของเจ้าหน้าที่ ทางนั้นก็ยื่นเอกสารให้โดยดี แต่ไม่อนุญาติให้ถ่ายสำเนา จึงขอคุยสายกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาจับกุม ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่มาพูดแค่คำเดียวว่า “ให้ไปคุยกันที่โรงพัก” ถามข้อหาก็ไม่บอกบอกให้ไปอย่างเดียว ซักพัก พวกลิขสิทธิ์ก็ขอคุยสายด้วย ผมจึงบอกว่าเขามาจับแบบนี้ไม่ถูกต้อง ใช้แค่ใบลงบันทึกประจำวัน มีสิทธิอะไรมาจับกุม พวกนั้นก็ของขึ้นทันที ตะคอกกลับมาว่าทำไมผมจะไม่มีสิทธิจับ และคนเหล่านั้นก็โกยของใหญ่ เค้าโกรธมาก บอกว่าไอ้พวกหัวหมอ มึงเจอกูแน่ ผมก็บอกเด็กที่ร้านว่าอย่าไปไหนกำลังเดินทางไป ทางฝ่ายนั้นก็ขู่เด็กที่ร้าน แล้วก็ท้าว่าให้มึงรีบมาเลย เดี๋ยวกูจะเอาให้มึงสำนึก ต้องมากราบตีนขอโทษกู ไม่งั้น กูไม่จบ...

ฝ่ายลิขสิทธิ์พยายามขู่เด็กที่ร้านว่าถ้าไม่รีบไป จะแจ้งข้อหา ขัดขวางการจับกุม และก็หยิบสินค้าเพิ่มไปอีกคือ Rojukiss ของแท้อีก 2 ขวด บอกว่าเค้ามีสิทธิ์ยึด เพราะว่าเค้าก็เป็นตัวแทนของบริษัทนี้ด้วย แต่ในใบลงบันทึกแจ้งแค่ว่าจะมาจับ skinfood พอเริ่มเถียงกันเสียงดัง พวกนั้นก็ชี้หน้าคนที่เข้ามาดูเหตุการณ์ว่า ไม่เกี่ยวอย่ามายุ่ง เพราะตอนนั้นผมบอกว่าให้โวยวายเยอะๆให้คนเข้ามาช่วยกันดู แต่พอเจอโจรหน้าโหดขู่แบบนี้ ก็ตะเหลิด จนกระทั่งเค้าขู่ว่าถ้าไม่รีบไปตอนนี้เค้าจะแจ้งข้อหาเพิ่มกับทางคุณป้า ที่เข้าไปช่วยระงับเหตุ ว่า ขัดขวางการจับกุม เพราะขณะนั้นเกือบจะ 6 โมงเย็นแล้ว เด็กที่ร้านจึงยอมไปโดยไม่เต็มใจ (คือเค้าเอาตัวเบียด ดันให้ออกมาจากร้านจนได้) ผมจึงต้องตามไปที่ สภอ.เมือง นนทบุรี โดยกลับไปเอากล้องถ่ายรูป และปากกาที่สามารถบันทึกภาพได้ และเอกสารที่รวบรวมความรู้ของ อ.แมวและท่านอื่นๆในการสู้และพรางตัวเองโดยเอาแว่นกันแดดไปใส่ด้วย มันโวยวายสุดฤทธิ์ จึงต้องระวังตัวเอง

เมื่อผมไปถึงพวกนั้นก็มองเลยครับ ผมพยายามมองดูว่ามีใครเป็นพวกมั้นบ้าง เมื่อเข้าไปถึงร้อยเวร ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เจอแต่พวกลิขสิทธิ์ กำลังนั่งพิมพ์สำนวนส่งฟ้องอยู่ ผมจึงขอดูเอกสารที่แสดงการจับกุม พอเค้ารู้ว่าผมมาแล้ว ก็ขึ้นเสียงเลยคับ ว่าไอ้นี่เองที่คุยทางโทรศัพท์ พอกำลังจะขอถ่ายสำเนา เค้าก็พูดเลยครับว่า “คุณเป็นใคร มาขอถ่ายผมไม่ให้มีอะไรป่ะ??” ผมก็แจ้งว่าเป็นคนรู้จักของเจ้าของร้าน เค้าโทรมาขอความช่วยเหลือ (ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นพวกลิขสิทธิ์) จึงถามหาตำรวจที่จับกุม ตำรวจนั่งอยู่ข้างๆครับ พอผมขอถามชื่อ เค้าก็ปฏิเสธที่จะตอบ คราวนี้พวกลิขสิทธิ์ลุกจากเก้าอี้แล้วครับ เข้ามาถามคุณเก่งมาจากไหน ก็จึงเกิดการโต้เถียงถึงการเข้าจับกุมที่ไม่ถูกต้องตามที่เก็บข้อมูลมา ราษฎรมีสิทธิ์อะไรเข้ายึดสินค้า และทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปด้วยไปไม่ทำการจับกุม คราวนี้พวกเค้าลุกขึ้นมารุมล้อมผมแล้วครับ บอกว่าทำไมเค้าจะไม่มีสิทธิ์จับ เค้าเสียหาย เหตุเกิดซึ่งหน้าพวกเค้า เค้ามีสิทธิ์ ผมจึงขอคุยกะร้อยเวร เผื่อว่าเค้าจะไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แต่ที่ไหนได้ ร้อยเวรออกมาด่าเลยครับว่า คุณเป็นใคร มาเกี่ยวอะไรกับเค้า ผมจึงบอกให้น้องที่ถูกจับว่างั้นน้องสามารถเรียกขอดูได้ถูกต้องใช่ไหม?? พวกนั้นพูดเลยครับว่า “กูไม่ให้ดู มึงมีสิทธิ์อะไรมาดูชื่อกู ดูเอกสารกู กูไม่ให้ มึงจะทำไม” ผมจึงเริ่มบันทึกภาพด้วยกล้องปากกา เพราะรู้แล้วว่าเอาแล้วโดนเล่นแง่ มันอาจจะทำอะไรเราได้อีก ต้องเก็บภาพเพื่อเป็นหลักฐาน

ซักพักผมถือเอกสารข้อปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าจับกุมลิขสิทธิ์ เพื่อจะบอกกับทางเจ้าหน้าที่ว่าคุณกระทำความผิด โดยการเข้าจับกุมโดยไม่ถูกต้อง หัวหน้าสุรชัย เดินมากระชากเกิดการยื้อแย่งกันจนผมต้องรีบปล่อยมือ เพราะท่าทางเค้าจะเอาให้เกิดรอยแผลให้ได้ (กลัวจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย) ผมจึงแกล้งปล่อยและดูบาดแผล เพราะจังหวะนั้นเหมือนข้อมือไปโดนนาฬิกาเค้า เค้าจึงเอาเอกสารไปดู บอกว่า “ไอ้โง่ นี่มันตั้งแต่สมัยไหนแล้ว เค้าเลิกใช้ไปแล้ว ไอ้มาตรา 157 อะไรของมึงเนี่ย มันตั้งแต่ พศ ไหนแล้ว” (ก็ผมเพิ่งเอามาจากบทความของ อ.แมว และข้อปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุมจับกุมลิขสิทธิ์) แล้วเค้าก็โยนคืนมา

พวกนั้นก็พูดด่าและไล่ผมออกไปจากห้องบอกว่านี่สถานีตำรวจ คุณไม่เกี่ยวข้องไม่มีสิทธิ์ ไม่ใช่ทนาย!! พูดเป็นเสียงเดียวกัน ทั้งลิขสิทธิ์ ตำรวจที่ตามไปจับ และร้อยเวร ผมเห็นท่าไม่ดี จึงต้องออกมาเพราะว่าตำรวจเป็นพวกเดียวกันกับลิขสิทธิ์ไปแล้ว เพราะร้อยเวรจะมาเถียงแทนให้ทุกอย่าง จึงรู้สึกว่าเราตกในฐานะเบี้ยรอง จึงใช้โทรศัพท์โทรหาเพื่อนให้ช่วยเปิดเนท ติดต่อขอความช่วยเหลือจาก อ.แมว (ตอนนั้นจึงได้รู้ว่าเราพลาดท่าที่ไปแสดงตัวก่อนโดยไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ที่บ้าน อาการอยากช่วยคน) ปรากฏว่า เค้าได้ยิน ลิขสิทธิ์และพวกเดินออกมาหาผมเลยครับ บอกว่า “อ๋อ!! มึงนี่เอง ลูกศิษย์ไอ้ ......(Sensor) กูอยากเห็นมันมานานแล้ว มึงไปตามมันมาเลยกูไม่กลัว กูก้ออยากจะเจอมันเหมือนกัน มึงใช่มั้ย!! ที่ชอบเอากูไปด่าเอาพวกกูไปโพสในกระทู้ เด๋วก่อน มึงกับกูเจอกันแน่” (ต่อหน้าร้อยเวรกับตำรวจที่ทำหน้าที่ลงบันทึกประจำวัน) งานเข้าครับ รีบเดินออกมานั่งอยู่ใน สน. แต่ตรงด้านหน้าซึ่งอยู่ในตัวตึก ขอย้ำว่าในตัวตึกนะครับ เพราะเหตุการณ์ต่อไปจะเกิดตรงนี้ ต่อหน้าตำรวจอีกนายที่นั่งเฝ้ากรง

ยังพยายามพึ่งตัวเองโดยไม่พึ่งพาผู้ใหญ่ ตั้งสติโทรหา 1195 สายด่วนกองปราบ เพื่อขอคำแนะนำ ทางนั้นก็แนะนำให้สู้ อย่างที่ อ.แมวแนะนำแหละครับ ผ่านไปซัก 15 นาที ร้อยเวรเดินออกมาพูดว่า “คุณไม่เกี่ยวคุณจะไปยุ่งกับพวกนั้นทำไม” ผมจึงพูดกลับไปว่าท่านครับคนเราเห็นคนอื่นเดือดร้อนโดนเอาเปรียบ ทำไมเราจะไม่ยื่นมือไปช่วย ทั้งๆที่ก็รู้กันอยู่ว่าพวกนั้นเป็นอาญาเถื่อน และผมก็ขอคำปรึกษาว่า เอกสารที่ผมถือมาเนี่ย ได้บัญญัติ ขั้นตอนการจับกุมไว้อย่างละเอียด แล้วทำไมถึงไม่ช่วย (จังหวะนั้นผมด้วยความโกรธ วางเอกสารลงบนเก้าอี้อย่างแรง) เค้าก็เถียงแทนให้อีก และก็ออกไปจาก สน. บอกว่า จะไปดูศพ จะไปด้วยกันไม๊ ผมก็บอกปัดไป ซักพักพวกลิขสิทธิ์เดินตามพี่ผู้หญิงที่เสียหายออกมา เห็นผมนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ (กำลังขอคำปรึกษาจาก 1195) ก็เดินออกมาโดยมีคนหนึ่งในกลุ่มออกมาพูดว่า “ไอ้นี่มึงเก่งนักใช่มั้ย มึงเจอกับกูป่าวหละ ปากดีนักมึงออกมาหน้าสน.เลย วันนี้กูยอมจ่ายค่าปรับ 500 ข้อหาทำร้ายร่างกาย” ใจผมอยากจะออกไปวัดกับมันมาก แต่เห็นพวกของมันดักรอจึงว่าไม่คุ้มเสีย ตัวๆ สู้ได้ เลยนั่งใกล้ๆกล้องวงจรปิด สน.ดีกว่า เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้มีหลักฐาน พี่ผู้หญิงที่ผมไปช่วยก็คอยช่วยปรามให้เค้าอารมณ์เย็น แต่ช่วงนั้นผมยังติดสายอยู่จึงไม่ได้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นอีก เค้าก็ท้าตีอยู่ต่อไป ซักพัก นายสุรชัย เดินออกมานั่งใกล้ผมแล้วกอดคอผม บอกว่ามึงเก่งมึงก็ออกมาเลยเดี๋ยวจัดให้ แล้วมันก็เหลือบไปเห็นปากกาบันทึกภาพ จึงกระชากออกจากกระเป๋าเสื้อและเอาเอกสารที่ผมเอามาเป็นคู่มือสู้ไปด้วย โดยที่ขณะนั้นมีสายตรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีจึงเข้าระงับเหตุ มีการยื้อ กระชากพัวพันกันประมาณ 10 คน แบ่งเป็น นายตรวจ 2 คน (เข้ามาเพิ่มทีหลัง) ผมและพี่ผู้หญิง และลิขสิทธิ์อีก 6 คน ผมก็โวยวายว่าคุณตำรวจ พวกเค้าชิงทรัพย์ผมไปต่อหน้าต่อตาตำรวจนะครับ ความผิดซึ่งหน้าเลย ตำรวจก็พูดให้มันเอาไปคืน มันตวาดมาคำเดียวว่า “ผมมีสิทธิ์ เค้าแอบบันทึกภาพพวกผม ผมมีสิทธิ์ยึด ผมจะฟ้องเค้าข้อหาละเมิดสิทธิ์ คุณตำรวจไม่เกี่ยวถอยไป” ขอโทษครับ ฉากนี้บอกได้คำเดียว Thailand Only

ตำรวจโดนลิขสิทธิ์ชี้หน้าด่าซักพัก คง..งง เดินออกไปจาก สน เลยครับ ทั้ง 2 คน เพื่อไปออกตรวจพื้นที่และตำรวจที่ยืนเฝ้าห้องขังก้อเห็นแต่พอบอกให้ช่วยจับ แกเดินไปนั่งหันหลังให้เลยครับ เหตุการณ์นี้ ยังอยู่บน สน.นะครับไม่ได้ออกไปไหนเลย เอาแล้วครับ คราวนี้พวกหมา โกรธมาก จะลากผมออกไปกระทืบที่หน้าโรงพัก จนพี่ผู้หญิงต้องเอาตัวมาขวางออกมาห้ามทัพ (พี่ผู้หญิงใจกล้ามากครับ บอกว่าถ้าลิขสิทธิ์ไม่พอใจผมก็ให้ต่อยหน้าเค้าแทน) ผมเห็นท่าไม่ดี โทรหา 1195 เพื่อขอคำปรึกษา เพราะกำลังจะถูกอุ้มแล้ว (เริ่มหวาดๆเพราะมันเยอะมากที่สำคัญ ตำรวจเผ่นแน่บครับ) ยอมรับครับว่าเป็นคนกลุ่มแรกๆที่ทำให้ผมกลัวได้ เพราะในชีวิตจะมีผู้หลักผู้ใหญ่คอยเป็น Back เลยไม่เคยกลัวใคร ผมจึงต้องเดินมายืนหน้าคุกกะว่างานนี้ มันมาลากเมื่อไหร่กูโดดเข้าห้องขัง ขังตัวเองก่อนเรย...555 ขอย้ำครับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว!! พี่ผู้หญิงทนไม่ไหวเพราะมันเริ่มขู่ฆ่าแล้วครับ เค้าเลยไปร้องไห้ต่อหน้า ตำรวจเฝ้าห้องขัง นายดาบพูดแค่ว่าให้พี่ผมอย่ายุ่ง เรื่องของพวกนี้กับน้องผู้ชาย อยู่เฉยๆดีกว่า (โอววว!! แม่เจ้า) ...ยังไม่กล้าโทรขอความช่วยเหลือจากครอบครัว กลัวโดนด่า

ทางเจ้าหน้าที่ 1195 บอกว่าให้ผมโทรหา ผกก. ของสน แล้วเล่าเหตุการณ์ให้เค้าฟัง เพราะว่าอยู่นอกเหนืออำนาจการดูแลของเค้า เค้าดูแลเฉพาะ กทม และให้เบอร์มาครับ....ผลที่ได้คือไม่รับสายน่าจะกำลังออกกำลังกาย งานเข้าครับ ไม่มีใครช่วย โทรหาร้อยเวร ให้มาช่วย “มันพูดว่ารอก่อนไม่ว่าง”.... พวกลิขสิทธิ์ได้ยินเลยบอกว่า มึงไปกระแทกโต๊ะ (ที่ผมไม่ได้ตั้งใจ ด้วยอารมณ์โกรธ) ใครเค้าจะมาช่วย (รู้ได้ยังงัย เหตุการณ์นี้ มีผมกับร้อยเวรแค่ 2 คน) เอาแล้วครับ ร้อยเวรเป็นใจกับลิขสิทธิ์ให้เล่นงานผม หาทางรอดครับ ตั้งสติ ดูเบอร์โทรศัพท์ในเมื่อผู้กำกับไม่รับสายงั้นโทรหา ผบก.ภ.จว.นนทบุรี (ที่บ้านแนะนำมา) เลยแระกัน งานนี้ต้องขอบคุณท่าน
พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ที่ท่านรับสายตอนนั้นประมาณ สี่ทุ่มแล้ว ผมจึงได้เล่าเหตุการณ์ให้ท่านฟัง พร้อมบอกว่ากลัวมาก และบอกว่าเค้าจะแจ้งความผมละเมิดสิทธิ์ถ่ายรูปพวกมัน (ตอนนั้นมันกรูกันมาดูว่ามีใครบ้างที่อยู่ในรูปจะได้รุมแจ้งความให้ครบทุกคน) ท่านผู้การบอกในสายว่าไม่ต้องกลัวแจ้งไม่ได้ และให้ผมไปแจ้งความชิงทรัพย์พวกมัน เอาให้มดเลย แต่เนื่องจากว่าได้เล่าให้ท่านฟังว่า ร้อยเวรไม่รับแจ้ง และท่าทางจะเอนเอียงด้วย ท่านจึงขอคุยตรงกับทางร้อยเวรครับ พอคุยจบร้อยเวรตัดสาย ก็พูดกับพวกลิขสิทธิ์ว่า “เค้ามีสิทธิ์ถ่ายได้เพราะว่าเค้าแค่ต้องการวีดีโอเป็นหลักฐานว่า การจับกุมถูกต้องไหม เดี๋ยวพวกเอ็งก็เอากล้องคืนน้องเค้าไปและก็จบ” หันมาทางผม “แล้วเอ็งก็กลับบ้านไปซะ” งงครับ “อะไรว่ะ!! เมื้อกี้ยังจะช่วยพวกลิขสิทธิ์แจ้งจับผมอยู่เลย” แต่ปัญหาคือ ผมยังกลับไม่ได้เพราะยังมีพวกมันนั่งดักหน้าทางออก สน. ครับ ที่สำคัญทั้ง สุรชัย และพวกอีก 2 คนเดินจ้องหน้าผมใกล้ๆ แบบกูเอามึงแน่ (น่าจิ้มตาแตก)

พี่ผู้หญิงก็เริ่มโทรหาคุณอาที่เป็นทนาย พวกลิขสิทธิ์ขอสายแล้วก็กร่างเลยครับ "มึงเป็นทนายหรอ สนง กฏหมายอะไร ที่ไหน เดี๋ยวกูจะไปถล่มเดี๋ยวนี้" ผมคิดในใจ ไม่รู้หรอว่าคนพวกนี้เค้าก็มีมือมีตีน มีปืน มีอันธพาลในมือ มีตำรวจมีนักสืบอยู่ในมือ ทางคุณทนายก็บอกให้ขอชื่อพวกลิขสิทธิ์ให้หมด เดี๋ยวเค้าจะสอนงานให้เอง พวกนั้นก็ไม่ยอมให้ แต่เห็นน้องที่ถูกจับบอกว่าลิขสิทธิ์คนอื่นแอบมาถามว่า เค้ามีญาติเป็นทนายหรอ แล้วทำไมท่านผู้การถึงโทรมาเคลียให้ผม ผมเป็นใครถึงรู้จักท่าน ... คงรู้แล้วว่าเจอตอ!!

ผมก็แจ้งทางร้อยเวรว่า ผมถูกข่มขู่ ท้าต่อยหน้าโรงพัก ผมคงไปไหนไม่ได้เพราะไม่ปลอดภัย คราวนี้พวกลิขสิทธิ์ครับกลับลิ้นทันที ว่าใครจะไปทำอะไรเอ็ง อยู่สน นะเนี่ย ร้อยเวรก็พูดสมทบว่าเค้าอยู่ไม่มีใครกล้าหรอก (พอมีปัญหาเดินหนีทิ้งผมไปเลยเนี่ยนะ) ไม่ไว้ใจ โทรหาท่านผู้การอีก ท่านก็รับอีก (ขอบคุณท่านจริงๆครับ) ท่านจึงบอกว่าเดี๋ยวขอคุยกับร้อยเวรหน่อย จะให้แจ้งความชิงทรัพย์จะปล่อยมันลอยนวลได้ยังงัย จึงได้กลับเพื่อรอแจ้งความ ทางลิขสิทธิ์ก็เริ่มเอา skinfood มาเรียงเพื่อแจกแจงและทำสำนวนให้น้องเซ็นรับผิด และจ่ายเงินให้พวกมัน (เห็นงานนี้ยากเลยเรียก 20,000 จะได้จ่ายไวๆ) แต่พี่เค้าไม่ยอมบอกว่าขอขึ้นศาลดีกว่าจ่ายใต้โต๊ะ ขอประกันตัวสู้คดี เลยแกล้งครับ บอกว่าก็เอาสิ แต่ไปนอนคุกก่อนนะ เพราะว่าต้องรอ ผกก. มาเซ็นอนุญาติ ที่สำคัญ ผกก.ไม่รู้จะมากี่โมง ให้โทรตามก็ไม่โทร ผมก็ถามว่าพี่เค้าพร้อมจะประกันตัวทำไมยังจะยืนยันให้น้องไปนอนคุกละครับ ก็ให้เค้านั่งตรงนี้ก็ได้ เงินก็วางอยู่ต่อหน้าคุณแล้ว ร้อยเวรก็ว่าไม่ได้ แกล้งกันชัดๆ อีกคนไม่ต้องนอน นั่งรออยู่ด้านหลัง เลยต้องจำใจไปนั่งคุกก่อน แล้วผมก็แจ้งความชิงทรัพย์ พร้อมกับทำให้เสียทรัพย์ เพราะปากกาพังครับ มันแงะเอาตัวเปิดปิดออก (ร้อยเวรเอามาคืนบอกว่าไฟล์ไม่ได้ลบ แต่เอามาเปิดที่บ้านเกลี้ยงเลยครับไม่เหลือ)

พวกลิขสิทธิ์พอรู้ผมแจ้งความก็เงียบเลยครับ และสุรชัย ก็บอกกับร้อยเวรว่า ส่งหมายมาแล้วกัน เดี๋ยวจะมาให้ปากคำ ผมจึงรีบแจ้งกับทางร้อยเวรว่า จะเอาผิดคนทั้งหมด ให้ร้อยเวรขอชื่อพวกนั้นก่อนปล่อยให้กลับไป ร้อยเวรบอกแค่ว่า ก็แจ้งแค่นายสุรชัย และพวกก็พอ เพราะในบันทึกการจับกุมมีชื่อแล้ว ผมเอามาอ่านไม่มีครับไม่มีรายชื่อใครเลยมีแต่สุรชัย ไม่ว่าจะพูดยังไง ร้อยเวรก็ไม่สน บอกให้พวกหมากลับได้เรย ก่อนกลับขอถ่ายรูปผมด้วย ผมก็บอกว่าอยากถ่ายก็ถ่าย ถ่ายทั้งๆที่ใส่แว่นดำครึ่งหน้านี่แหละ และผมก็ได้แจ้งความ แต่ขอบอกครับว่าตำรวจที่รับแจ้งความด่าผม กระแนะกระแหน่ตลอด ที่ผมเข้าไปยุ่งเค้าพูดตรงๆเลยว่าเค้าก็ไม่ได้ชอบผม ให้รีบๆแจ้งซะแล้วรีบกลับจะไปรอเอาชื่อมันทำไมเสียเวลา (อ่าว ถ้าผมโดนฆ่า แล้วจะรู้ไม๊ว่ามีเรื่องกับใคร) ด่าตลอดๆอ่ะครับขอบอก!!

พอจะขอแจ้งลงบันทึกเพิ่มเรื่องมีการขุ่มขู่จากสุรชัย และพวก ด่าอีกแล้วครับ “ว่าจะแจ้งอะไรนักหนา ผมทำงานยังไม่ได้พักเลย นี่ยังมีคิวอีกเยอะ (3 คน) ผมนั่งมา 8 ชม.แล้วนะ ผมก็คนมีขีดจำกัดนะ รำคาญ!!” อึ้งครับเลยกราบขอโทษไปหนึ่งที พอขอคัดสำเนาที่แจ้งจับพวกลิขสิทธิ์ ด่าอีกครับและบอกรอไปก่อนเด๋วก่อน ซักพักพี่ผู้หญิงโทรตามว่าอยู่ไหนเพราะผมวิ่งวุ่นไปทั้ง สน เลยครับ คือร้อยเวรจะไกล่เกลี่ยให้ โดยจะแจ้งแค่ข้อหาเดียวคือมาตรา 272 วรรค1 (ไม่ทราบว่าคืออะไร) จะไม่แจ้งข้อหาเครื่องหมายการค้าเพิ่ม มีข้อแม้ ให้ไปบอกน้องผู้ชายให้ถอนฟ้องพวกลิขสิทธิ์ซะ ไม่งั้นจะแจ้งเพิ่มและเสียเงินค่าประกันตัวจาก 10,000 เป็น 50,000 บาท เฮ้ย!! งงครับ คนละคดี คนละเรื่องมารวมกันได้งัย ตำรวจที่ยืนดูแลความปลอดภัยที่ท่านรอง ผกก. ส่งมายืนฟังด้วยก็ยัง..งง เอาว่ะโทรหาคนช่วยอีก คราวนี้ลองโทรหา พ.ต.ท.ณธีพัฒน์ จิระฐวรโชติ รอง ผกก.สภอ.นนทบุรี ท่านรับสายครับ เล่าเหตุการณ์ ท่านก็ช่วยแนะนำให้อย่างดี

ซักพัก
ท่านรอง ผกก.สภอ.นนทบุรี พ.ต.ต ณธีพัฒน์ จิรัฐวรโชติ มาที่ สน ครับเลย ตกใจมากมาได้งัย กวักมือเรียกเข้าห้องไปคุยกัน เล่าเรื่องราวทั้งหมดและเรื่องที่ ร้อยเวรต่อรอง ไกล่เกลี่ยแปลกๆ ตอนนี้ดราม่าครับ ประชาชนถูกรังแก ร้องไห้ครับท่านเลยลุกทันทีเดินไปคุยกับร้อยเวร เอิ่ม!! … ร้อยเวร กลับลิ้นครับ “ผมไม่ได้พูดอย่างงั้น” ทุกคนมองหน้ากันหมด...อะไรว่ะ!! แล้วพูดกับผมว่าเค้าหมายถึงคดีของน้องเค้าจบแล้วโดยการประกันตัว 10,000 บาท แล้วพรุ่งนี้เสียค่าปรับที่ศาล ก้อพันกว่าบาท คดีมันคล้ายๆเล่นการพนัน แค่นั้นเองส่วนของคุณ(ผมเอง) ผมไม่อยากยุ่ง ให้คุณยกเรื่องฟ้องไปฟ้องเอง ... คือให้ไปแต่งตั้งทนายฟ้องกันเอง ไม่ต้องมาแจ้งความกับเค้า เค้าไม่รับรู้...... ผมเลยถามกลับไปว่า อย่างนี้ผมก็ต้องออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีไม่ว่าจะจ้างทนายหรืออะไรเองทั้งหมดใช่มั้ย?? … “ใช่” คือคำตอบ เลยถามอีกว่า ถ้าบังเอิญผมจน ไม่มีเงิน เท่ากับผมดำเนินคดีอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย?? ท่านรอง ผกก หัวเราะเลย แล้วก็สั่งให้ร้อยเวรจัดการ (ดูร้อยเวรคิด ปกป้องถึงที่สุดอ่ะ) และท่านรองก็พาผมมาแจ้งความกับหน้าตูดไม่รับแขก เรื่องถูกข่มขู่ .... จบ!! ขอบคุณท่านรองครับ ที่มาช่วยเหลือ ผมจะไม่ลืมพระคุณท่านครับ

พี่ผู้หญิงเล่าให้ผมฟังว่า พอน้องออกไปกับท่านรอง ร้อยเวรเรียกไปด่าเลยคะ บอกว่าถ้าแม่ค้าไม่ชั่ว เรื่องมันก็ไม่เกิด (แรงไปรึเปล่า??) เลยพูดกลับไปว่าเรื่องของเรื่องคือเราไม่ยอมจ่ายใต้โต๊ะ แล้วคุณทำไมต้องเดือดร้อนแทนด้วยคะ เค้าเลยหันไปว่าน้องที่ร้านว่า “สัจจะต้องเป็นสัจจะ” คือร้อยเวรไปตกลงกับลิขสิทธิ์ว่าจะช่วยลิขสิทธิ์ถ้าทำให้ผมถอนฟ้องโดยแลกกับการดำเนินคดีเล็กๆน้อยๆ คือเค้าคงเห็นว่าเดือดร้อนเลยโดนผู้ใหญ่ลงมาจวก เค้าคงจะแย่เพราะว่าอยากจะเอาตัวเองรอดแต่ดันทำตามที่พวกลิขสิทธิ์ต้องการไม่ได้ด้วย ซักพัก เค้าถือโรจูคิสมาคืน 2 ขวด เพราะเห็นว่าผมบอกว่าให้แจ้งลักทรัพย์กับพวกลิขสิทธิ์ พี่ผู้หญิงบอกว่าเนี่ยพวกนั้นเอามาด้วย นี่มันเข้าข่ายลักทรัพย์นี่คะ ร้อยเวรกลับพูดว่าเค้ามีสิทธิ์เอา ตรวจสอบได้ว่าเป็นของแท้หรือไม่ ถ้าใช่ของแท้ก็คืน ลักทรัพย์ตรงไหน T_T จุกไปตามระเบียบ

ระอาที่จะต่อความยาว ในเมื่อเค้าไม่ช่วย!! และยังต้องมานั่งห่วงว่าพวกลิขสิทธิ์จะมาแกล้งเราเมื่อไหร่ ก่อนกลับมีของแถมจากคนลงบันทึกประจำวันว่า “ผมจะสอนคุณ(ผม) นี่ยังดีเกิดที่โรงพัก พวกนั้นไม่กล้าทำอะไร ถ้าอยู่ข้างนอกแล้วเกิดเหตุการณ์นี้ คุณก็จบไปแล้ว ฉะนั้นอย่าไปยุ่ง” ขอบคุณครับ ตำรวจไทย!!
ขอบคุณท่าน ผบก.ภ.จว.นนทบุรี รับปากจะช่วยดูแลพวกลิขสิทธิ์ และตำรวจที่ให้ความร่วมมือกลุ่มคนเหล่านี้แล้วครับ
ขอบคุณท่าน สมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ที่ให้คำปรึกษาเป็นอย่างดีครับ ทำให้เหตุการณ์ผลิกครับ
ขอบคุณท่าน รอง ผกก.สภอ.นนทบุรี ที่เข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที และรับปากจะดูแลคดีของผม
ขอบคุณท่าน รองปลัดกระทรวงกลาโหม (จำชื่อไม่ได้) ที่ส่งคนมาช่วยดูแลความปลอดภัย ยังวิตกจริตนิดๆ ครับและที่ต้องขอบคุณ คุณแม่ที่คอยช่วยเหลือลูกชายตัวแสบ ช่วยประสานงานโทรศัพท์จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนถึงตี5 (รักแม่ครับ)จากประสบการณ์ครั้งแรกของผมสอนให้รู้แว่ (รู้ว่า!!)
1. สาเหตุที่เราต้องดึงดันไม่ไปโรงพัก เพราะเมื่อเราอยู่โรงพัก เราจะเป็นรองทันที เพราะถ้าตำรวจเข้าข้างพวกลิขสิทธิ์ เราจะตกอยู่ในสภาพ เบี้ยรองทันที เพราะเขาจะประสานเสียงไม่ยอมเราอย่างเดียว จะขอดูอะไรก็ยาก แค่ขอชื่อยังไม่ยอมบอก แต่ถ้าเรามีทนายไปด้วยนะครับ ไม่ต้องกลัวอะไรเลย เพราะว่าความแม่นยำทางกฏหมาย จะแม่นกว่าพวกลิขสิทธิ์และตำรวจครับ เพิ่งรู้ครับว่าตำรวจยศล่างๆ จะไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับกฏหมายเลยครับ รู้แต่มาตราที่ง่ายๆใช้บ่อยๆ แต่พอเจอพวกลิขสิทธิ์อ้างว่าเค้าสามารถทำได้ ตำรวจที่ไม่มั่นใจในกฏหมายก็มักจะเชื่อครับ แล้วเค้าจะไม่สามารถดูแลเราได้เลย
2. ถ้าเป็นไปได้นะครับ ขอเบอร์ทนายซักคนให้เป็นคนคอยปรึกษา เมื่อเพื่อนๆทั้งหลายถูกพวกลิขสิทธิ์มาจับกุม เพราะว่าตัวบทกฏหมายจะแม่นมาก ตอกกันได้เป็นข้อๆเลยครับ มันเถียงอะไรมา ทนายจะตอกจนหน้าหงายได้ทันที โดยเฉพาะตำรวจที่ช่วยจับกุม จะโดนก่อนเลยครับ จะได้ไม่มีตำรวจหน้าไหนออกมาช่วยพวกนี้กระทำความผิด พวกลิขสิทธิ์เค้าไม่กลัวเราแน่ๆครับ เพราะถ้าเค้าเถียงไม่ได้ เค้าจะใช้กำลังแทนครับ (แบบที่ผมโดน) ดังนั้น อย่างที่พี่ๆ ICT บอกให้เรามีชายฉกรรจ์ มาช่วยเป็น BACK ให้เรา ผมเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เอง สมัยก่อนคิดว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแปร เหตุการณ์จะจบที่หน้าร้านเลยครับ ถ้าเรารู้จักทนายหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เขาสามารถเถียงให้เราได้
3. จากปากของท่านผู้การนะครับว่า ถ้าเราขายของแท้ เราไม่ผิดครับ ย้ำนะครับว่าของแท้!!! แต่จะผิดเรื่อง หนีภาษี (คนที่จะจับเราได้คือศุลกากรครับ ยืนยันมาแล้วครับจากศุลกากรที่คลองเตย ไม่มีหน่วยอื่นหรือใครที่จะสามารถสะเออะมาจับแทนได้) ขอบคุณพี่ๆที่ศุลกากรนะครับ จำชื่อไม่ได้มีหลายท่านเกิน เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะเอา Blue Label ไปให้ตามสัญญานะคับ ^^
ส่วน อย. ผิดเช่นกันครับ ถ้าสินค้าไม่เคยขออนุญาติจาก อย. มาก่อน (ย้ำนะครับ ถ้าไม่เคยขอ..แต่ถ้าเคยขอ..ก็คิดเอาเองนะครับ) หน่วยงานที่ออกกวาดล้างคือ อย. ครับ อาจจะให้ สคบ. มาจับด้วยก็ได้ หน่วยงานนี้สามารถจับได้ทั่วราชอาณาจักร (พี่ๆ สคบ บางทีก็เอาหูไปนา เอาตาไปไร่บ้างก็ดีนะครับ อันไหนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคก็ช่วยปรามๆ ร้านค้าบ้างก็ดีน้า เห็นพอจ่ายแล้ว ร้านค้าวางกันหร๋าเลย เดี๋ยวโดน อย. จับทีจะหมดตัวนะครับ อิอิ)
4. สติครับ ตัวผมเองเจอครั้งแรกถึงกับสั่นเหมือนกัน แต่ที่รอดมาได้เพราะสติ จริงๆครับ ข่มอารมณ์ให้อยู่อย่าไหลไปตามเกม แล้วก็คนที่จะลองสู้กับพวกลิขสิทธิ์ ขอแนะนำให้อ่านเพิ่มเติมในเรื่อง
ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย หมิ่นประมาท ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ข่มขู่กรรโชก กักขังหน่วงเหนี่ยว การปิดล้อมเจ้าหน้าที่ สิทธิขั้นพื้นฐานของพลเรือนกับการถูกจับกุมดำเนินคดี ที่ให้อ่านและศึกษาให้ละเอียดเพราะว่าเรื่องพวกนี้ คือเรื่องที่พวกลิขสิทธิ์จะเอามาอ้างกับคุณ และตำรวจที่ไหลลื่นไม่ยอมเป็นกลาง ผมพลาดเองที่เรียนกฏหมายแบบ งูๆปลาๆ แล้วริอาจจะบินเดี่ยว ต่อไปจะย้อนกลับไปเรียนต่อให้จบ อย่างตั้งใจเลยทีเดียว!! ส่วนหัวข้อที่อาจรย์แมวแนะนำ ต้องขอโทษจริงๆครับที่ผมเอามาเล่นไม่ได้เลย เพราะว่าพอไม่แม่นกฏหมาย ใจไม่หนักแน่นพอ ก็มีเสียหลักไปบ้างครับ เพราะว่าตำรวจเค้าจะเล่นงานเราจนเราตอกกลับไม่ทัน
5. ตอนนี้คนพวกนี้เค้ากำลังศึกษาวิธีแก้เผ็ดเรา ผมจึงอย่างให้พี่ๆที่แน่น กฏหมายตามหัวข้อที่บอก ทำเป็นบทความกฏหมายที่ต้องรู้เพื่อสู้กลับพวกลิขสิทธิ์ เพื่อสร้างคน สร้างเกราะป้องกัน พวกอิทธิพลเถื่อน และขอแนะนำเพื่อนๆว่า ถ้าหากทำได้ข้อมูลทะเบียนราษฏ์ เบอร์มือถือ ที่อยู่ อย่าพยายามลงในเนทครับ เวลาเจออันธพาล เราไม่รู้ว่ามันจะมาไม้ไหน โดนแม่ด่าอยู่ครับ ... ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่เดือดร้อน (งานนี้ซื้อกระเช้าเพียบเลย 555) ขอโทษพี่ไก่ด้วยนะครับ ที่ต้องคอยดูแลความปลอดภัย ถ้าพี่อ่านอยู่เดี๋ยวผมพาไปแด้นส์ครับ ฟรีตลอดงาน 555
6. จากความเห็นของผมนะครับ ผมยังโชคดีที่ท่านผู้การลงมาดูแล เลยเข้าใจหัวอกคนที่ลองสู้ด้วยตัวเองตามลำพังครับว่า บางทีมันไม่ไหวจริงๆครับ เพราะคนธรรมดาอย่างเราจะไปแม่นกฏหมายเนี่ยไม่มีทางเลย หวังพึ่งตำรวจท่านทั้งหลายก็รู้กฏหมายไม่แตกต่างจากเราๆ ดังนั้น อยากให้มีชมรม พี่ๆ ICT ที่สามารถช่วยเหลือได้ อาจจะตั้งเป็นเบอร์ 02-XXXXXX มีห้อง(ลับ)รับโทรศัพท์ ส่งเสียงตามสายคุยกับพวกตำรวจและพวกลิขสิทธิ์ ที่มาจับหน้าร้านเลยครับ เพราะผมคิดว่ามันจะจบง่ายกว่าเยอะเลย อาจจะว่า เอ!! ทำไมคนเราไม่ช่วยตัวเองก่อน ทำไมไม่ศึกษาก่อน ต้องเรียนตามนี้ครับ ถ้ารอให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้มแข็ง อาจจะช้าไป แต่ถ้าเราได้ลองให้คนเหล่านี้เห็นครั้งที่ 1 ว่าทำได้จริง ครั้งที่ 2 เค้าจะทำได้เองเลยครับ คือเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมก็ดูว่ามันอาจจะยาก เพราะอาจจะมีเรื่องค่าใช้จ่ายมาเกี่ยวข้อง แต่บางทีถ้าเราทำได้และเข้มแข็งขึ้นมาเราอาจจะเป็นองค์กรอิสระที่ทำประโยชน์ได้อย่างมหาศาล กลุ่มคนเหล่านี้จะหายไปอย่างรวดเร็วกว่าที่คิด
7. อยากให้มีการรณรงค์ ไปตามสน ท้องที่ต่างๆ เพื่อให้ตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีความเข้าใจว่า การช่วยเหลือพวกลิขสิทธิ์ที่มาจับกุมแบบเรียกรับใต้โต๊ะ มันจะมีปัญหาเกิดกับตำรวจที่รับเรื่องเองแหละ เค้าจะได้รู้ว่าร่วมมือกับคนพวกนี้ เค้าอาจจะมีสิทธิ์ถูกพักราชการ โดยที่พวกลิขสิทธิ์ก็หนีหายไปในกลีบเมฆ ทิ้งให้ท่านตำรวจทั้งหลายลุ้นรับชะตากรรมถ้าเจอของแข็ง คือผมรู้สึกว่าเรากำลังตั้งรับอยู่ซึ่งนานมากแล้วที่เราตั้งอยู่ในที่มั่น รอพวกนั้นมา แล้วถ้าเราเป็นฝ่ายรุกบ้าง กลุ่มคนเหล่านี้จะหายไปเร็วกว่าไหม เอาแบบออกสื่อทีวีกันไปเลยครับ
สุดท้ายนี้ ผมรู้ว่าพี่ๆลิขสิทธิ์กำลังอ่านอยู่ พี่ที่ทำงานอาสาสมัคร พี่เป็นอาสา ย่อมหมายความว่าพี่เป็นคนที่คอยช่วยเหลือผู้คน เป็นการได้บุญ แต่ที่มาทำกับผมและคนอื่นๆเนี่ย มันจะเป็นบาปมากกว่าการทำบุญของพี่นะครับ คนเราทำบาปเยอะเข้า เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่พี่เฟื่องฟูที่สุดตอนนั้นแหละครับ จะเป็นจุดที่กรรมจะย้อนกลับมาทำลายแบบไม่เหลืออะไรเลย เวรกรรมมีจริงครับพี่ ไม่ว่าจะพูด คิด กระทำ ในสิ่งที่ไม่ดี ทุกอย่างเป็นบาปทั้งนั้น อาฆาตพยาบาทอะไรก็ตาม มันไม่ทำให้เรามีความสุขหรอกครับ เคยคิดบ้างไม๊ครับว่า คนที่พี่เอาเปรียบเค้าอยู่ ชาติก่อนคนนั้นอาจจะเคยเป็นแม่ของพี่เองนะครับ เมื่อก่อนผมไม่เคยเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง ตอนนี้ผมเชื่อ...ไม่ต้องถามเลยว่าทำไม?? ถ้าพี่ได้อ่านแล้ว ผมขออโหสิให้พี่นะครับ ในฐานะที่เราคือคนไทยด้วยกัน มีพ่อหลวงองค์เดียวกัน ช่วยกันทำให้บ้านเมืองน่าอยู่ดีกว่าครับ อย่าให้เสียชื่อ อส. สุวินทวงศ์""เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ เราต้องทุ่มเทสรรพกำลังในการรบพุ่งและทำลายศูนย์กลางแห่งแรงดึงดูดของศัตรู" 