สั่งเปลี่ยนชื่อโรงพักใหม่ กลับไปใช้ "สารวัตรใหญ่" แทน "รองผกก."
ผบ.ตร.สั่งเปลี่ยนชื่อโรงพักใหม่ทั่วประเทศ ตัดอำเภอ-ตำบลทิ้ง พร้อมปรับพื้นที่นครบาล-ภูธร 39 แห่ง หวังลดขนาดโรงพัก คาดโทษเด้ง ผกก.หากไม่เร่งชี้แจงชาวบ้าน-เปลี่ยนป้ายชื่อใหม่ภายใน 10 วัน ย้อนยุคใช้ชื่อ "สารวัตรใหญ่" แทน รอง ผกก.หัวหน้าสถานีกว่า 200 แห่ง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 ตุลาคม พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร.ได้แถลงข่าวหลังการประชุมบริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า การประชุมบริหารได้พูดคุยในเรื่องสำคัญคือ เรื่องการกำหนดหน่วยงาน และเขตอำนวยความรับผิดชอบ
หรือเขตพื้นที่การปกครองส่วนราชการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1-9 ที่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันนี้เป็นวันแรก เนื่องจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบ 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงชื่อสถานีตำรวจ มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1-9 จำนวน 1,361 สถานี โดยให้ตัดคำว่า อำเภอ กิ่งอำเภอ และตำบล ออกจากชื่อสถานีตำรวจภูธร
โดยใช้ชื่อเรียกในลักษณะเดียวกันทั้งหมด เหมือนตำรวจนครบาลเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนในการเรียกชื่อสถานีตำรวจ เช่น สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรปราการ (สภ.อ.) เปลี่ยนเป็น สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ (สภ.)
พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า การแก้ไขเขตอำนาจความรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่การปกครองของสถานีตำรวจใหม่ เพื่อให้สถานีตำรวจรับผิดชอบพื้นที่ให้เหมาะสม มีขนาดเล็กลงสะดวกในการให้บริการประชาชน โดยจะแก้ไขพื้นที่รับผิดชอบสถานีตำรวจ 39 สถานี แยกเป็น “บช.น.” 31 สถานี
ได้แก่ สน.มักกะสัน สน.ห้วยขวาง สน.ดินแดง สน.บางซื่อ สน.พหลโยธิน สน.ประชาชื่น สน.บางเขน สน.โคกคราม สน.คันนายาว สน.ดอนเมือง สน.สายไหม สน.สุทธิสาร สน.หนองจอก สน.ลำผักชี สน.ลาดกระบัง สน.ลาดพร้าว สน.วังทองหลาง สน.โชคชัย สน.บึงกุ่ม สน.บางชัน สน.ประเวศ สน.อุดมสุข
สน.ทุ่งมหาเมฆ สน.พระโขนง สน.ท่าเรือ สน.ตลิ่งชัน สน.บางพลัด สน.บางยี่ขัน สน.บางเสาธง สน.ศาลาแดง และ สน.บางกอกน้อย ส่วน “ภ.1” 4 สถานี ได้แก่ สภ.เมืองนนทบุรี สภ.บางศรีเมือง สภ.ปากเกร็ด และ สภ.คลองข่อย “ภ.3” 2 สถานี ได้แก่ สภ.เมืองนครราชสีมา และ สภ.โพธิ์กลาง “ภ.8” 2 สถานี ได้แก่ สภ.นครศรีธรรมราช และ สภ.ชะเมา โดยรายละเอียดการแบ่งเขตพื้นที่ใหม่ในครั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กลุ่มงานราชกิจจานุเบกษา
www.ratchakitcha.soc.go.th <http://www.ratchakitcha.soc.go.th/>
“การประชุมฝ่ายบริหาร ตร.ในวันนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับให้ทุกสถานีตำรวจที่มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใหม่เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน หากพบว่ามีประชาชนมาร้องทุกข์ว่าไม่ได้รับความสะดวกไปใช้บริการสถานีตำรวจ และถูกโยกให้ไปใช้บริการที่อื่น ก็จะคาดโทษหัวหน้าสถานี ถึงขั้นถูกปรับย้ายออกนอกพื้นที่ เพราะถือว่าหัวหน้าสถานีไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน
ตั้งแต่วันนี้หัวหน้าสถานีต้องพาลูกน้องลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ไม่ใช่ทำงานแต่ในห้องแอร์ โดยจะให้จเรตำรวจติดตามประเมินผล รายงานให้ ผบ.ตร.ทราบ ก็อยากทราบเหมือนกันว่าหัวหน้าสถานีคนใดที่จะถูกลงโทษเป็นคนแรก” พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าว
โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ยังลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 530/2550 ให้เปลี่ยนชื่อตำแหน่ง รอง ผกก. ที่ทำหน้าที่หัวหน้าสถานีตำรวจ ซึ่งมี 253 แห่งเป็นสารวัตรใหญ่ทั้งหมด และยังมีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 655/2550 ลงวันที่ 17 ตุลาคม
กำหนดหัวหน้าสถานีตำรวจมี 3 ระดับ คือ มีผู้กำกับการ (ผกก.) เป็นหัวหน้าสถานี มีสารวัตรใหญ่ (สวญ.) เป็นหัวหน้าสถานี และสารวัตร (สว.) เป็นหัวหน้าสถานี ทั้งนี้ ยืนยันว่าการนำคำว่าสารวัตรใหญ่มาใช้อีกครั้งไม่ได้เป็นการถอยหลังเข้าคลอง แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทำงาน และประชาชนจะเข้าใจได้ชัดเจนขึ้น
ส่วนงบประมาณในการปรับเปลี่ยนป้ายชื่อโรงพักใหม่ทั่วประเทศนั้น พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ทาง ตร.ไม่มีงบประมาณให้ แต่โดยปกติในต่างจังหวัดป้ายชื่อโรงพักไม่ได้ใหญ่โตเหมือนโรงพักของนครบาล จึงไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากมายอะไร โดยโรงพักแต่ละแห่งอาจจะใช้สีทาทับคำว่าอำเภอหรือตำบล หรือถ้าป้ายเป็นไม้ก็ให้ตัดทิ้งแล้วร่นให้มาชิดกันแทน นอกจากนั้น โรงพักบางแห่งก็อาจจะมีเอกชนเข้ามาช่วยอนุเคราะห์เปลี่ยนให้
ที่มา
http://webboard.mthai.com/52/2007-10-26/352159.html