เจ้าหน้าที่ บก.ปอศ. เผยผลตรวจค้นอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ 8 แห่ง พบซอฟต์แวร์เถื่อนติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์กว่า 280 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 4.3 ล้านบาท ...
เมื่อเร็วๆ นี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เข้าตรวจค้นร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ จำนวน 8 แห่ง ภายในจ.เชียงใหม่ กรุงเทพฯ หาดใหญ่ และหนองคาย เพื่อตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งพบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มูลค่ารวมกว่า 4.34 ล้านบาท จากคอมพิวเตอร์เฉลี่ยร้านละ 35 เครื่อง
พันตำรวจเอก ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ โฆษก บก.ปอศ. เปิดเผยว่า ร้านให้บริการอินเทอร์เน็ตเหล่านี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีการใช้คอมพิวเตอร์ และ ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนมากในการสร้างรายได้และกำไร ธุรกิจร้านให้บริการอินเตอร์เน็ตจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ หากฝ่าฝืนก็จำต้องได้รับบทลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมร้านคอมพิวเตอร์ 2 แห่ง ลักลอบติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าภายในงานคอมมาร์ทได้อีกด้วย
ส่วนกรณีเจ้าของร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ รายหนึ่งได้ร้องเรียน เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าระหว่างเข้าจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์นั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียด โดยส่วนตัวเข้าใจว่า เจ้าของอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ รายดังกล่าวถูกตั้งข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ จากการตรวจพบว่ามีซอฟต์แวร์เถื่อนหลายรายการติดตั้งในคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนจึงไม่สามารถให้ความเห็นมากกว่านี้ได้
"เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ก็ปฏิบัติตามระเบียบ โดยเจ้าของสิทธิ์มีส่วนร่วมในกระบวนการทางกฎหมาย ตลอดจนการตกลงค่าชดเชยอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าบก.ปอศ.เพียงแต่ปฏิบัติตามหน้าที่ เก็บรวบรวมหลักฐานภายในร้านอินเทอร์เน็ตตามที่ได้รับหมายค้นจากศาล โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาตกลงยอมความหรือชดใช้ค่าเสียหาย" พันตำรวจเอก ชัยณรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยระบุว่า ผู้บริหารของบริษัทที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่รายงานการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ผ่านทางสายด่วน โทร.02-714-1010 หรือทางเว็บไซต์ (
www.stop.in.th) จะมีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดถึง 250,000 บาท โดยข้อมูลของผู้รายงานจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ
ที่มา ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/100325เจ้าหน้าที่บก.ปอศ.ประกาศตรวจค้นและจับกุมองค์กรที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะภาคธุรกิจและเอกชน ปฏิเสธเข้าตรวจค้นโรงเรียน-องค์กรภาครัฐ เผยมูลค่าความเสียหาย 10 เดือน 312 ล้านบาท...
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นำกำลังเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจที่ได้รับเบาะแสว่าใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยระหว่างเตรียมสืบสวนองค์กรธุรกิจเหล่านั้น เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบเบาะแสการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวนกว่า 2,000 รายชื่อ ติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในคอมพิวเตอร์ขององค์กรต่างๆ
พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการ บก.ปอศ. เปิดเผยว่า องค์กรธุรกิจบางแห่งใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีใบอนุญาตทั้งหมด ขณะที่บางแห่งใช้ซอฟต์แวร์ที่มีใบอนุญาตเพียงบางส่วน อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 พ.ย.ถือเป็นการเริ่มต้นกวาดล้างการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ระลอกใหม่ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์กรธุรกิจจำนวนมากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพบการติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิ์ดำเนินการเชิงรุกได้ทันที
ล่าสุด มีองค์กรธุรกิจถูกตั้งข้อหาใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีใบอนุญาต ได้แก่ บริษัทผู้ผลิต ที่มีผู้ถือหุ้นชาวไทยและชาวออสเตรเลีย ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มากกว่า 416 โปรแกรม ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 68 เครื่อง และบริษัทของชาวไทย ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนำเข้าเครื่องจักรและการออกแบบ ซึ่งพบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ 174 โปรแกรม บนเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 40 เครื่อง โดยซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ถูกตรวจค้น ได้แก่ ซอฟต์แวร์ของบริษัทไทยซอฟต์แวร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด อโดบี (Adobe) ออโต้เดสค์ (Autodesk) ไมโครซอฟต์ (Microsoft) และโซลิด เวิร์คส์ (SolidWorks)
รองผู้บังคับการ บก.ปอศ. กล่าวอีกว่า องค์กรธุรกิจเอกชนยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ส่วนการกล่าวอ้างว่ามีการจับกุมซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในโรงเรียน สถานศึกษา หรือองค์กรภาครัฐนั้นไม่เป็นความจริง โดยการเข้าตรวจค้นและจับกุมภายในปีนี้ พบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มูลค่ารวมถึง 312 ล้านบาท ส่วนอัตราละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 75 และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนและตรวจค้นจับกุมองค์กรธุรกิจเป็นประจำทุกสัปดาห์
ผู้ที่แจ้งเบาะแสการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจ ผ่านหมายเลข 0-2714-1010 หรือเว็บไซต์
www.stop.in.th มีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงถึง 250,000 บาท โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ.
ที่มา
http://www.thairath.co.th/content/tech/123515